5 ธ.ค. 2022 เวลา 13:30 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
"Black Panther: Wakanda Forever"
ความทรงจำ จิตวิญญาณ การเปลี่ยนแปลง
#คำเตือน
บทความนี้เหมาะสำหรับคนที่ดู
“Black Panther: Wakanda Forever” แล้วเท่านั้น!!
.
.
.
ช่างเป็นหนังที่ซึ้งตรึงในอารมณ์
ผสมผสานด้วยความรู้สึก
ที่ดำดิ่งหยั่งลึกเข้าไปข้างใน
จนยากจะบรรยายได้ทุกคำ
กับเรื่องราวที่เป็นมากกว่าการรำลึก
ถึง “Chadwick Boseman (แชดวิก โบสแมน)”
นักแสดงเจ้าของบทบาท “Black Panther”
หรือกษัตริย์ “T'Challa (ทีชัล่า)”
ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้เมื่อ 28 ส.ค.2020
ฉากสดุดี "Chadwick Boseman" นักแสดงเจ้าของบทท“T'Challa (ทีชัล่า)”
ทาง Marvel Studio จึงได้ทำการ
ยุติบทนี้ลงจากหน้าประวัติศาสตร์ปัจจุบัน
เพื่อเป็นการเชิดชูถึงแชดวิกอย่างแท้จริง
แม้จะหาคนมาแสดงแทนได้ไม่ยากนัก
แต่ทั่วทั้ง Multiverse นี้ก็คงไม่มีใคร
จะให้ความรู้สึกเหมือนเค้าได้เลย
ไม่มีอีกแล้วชายหนุ่มผู้เข้มแข็งและมีใจโอบอ้อมอารี
ไม่มีอีกแล้วราชาเสือดำผู้ทรงคุณธรรม
และเป็นที่รักของครอบครัว สหายร่วมศึก
รวมถึงอาณาประชาราษฏร์เสมอมา
วันที่มหาอำนาจอย่างวาคานด้า
เหลืองเพียงสายลมแห่งความโศกเศร้าอาลัย
ไร้ซึ่งคมเขี้ยวแห่งผู้พิทักษ์คอยปกป้องเหมือนเคย
เพียงแค่ Intro ต้นเรื่องที่ทำออกมา
ด้วยการนำฉากต่างๆ ของฝ่าบาทมารวมกัน
ณ โมเม้นต์นั้นก็แอบรู้สึกหวิวใจหายเหลือเกิน
ชนิดที่หากเลือกได้ผมคงอยาก
ฉีดไวเบรเนี่ยมเข้าหลอดเลือดหัวใจ
ให้มันแข็งแกร่งขึ้นพอจะรับมือ
สิ่งที่จะตามมาในฉากต่อๆ ไปได้ก็คงดี
หน้ากาก Black Panther เวอร์ชั่นแรกของทีชัลล่า ถูกนำมาใช้อีกครั้งเพื่อส่งวิญญาณของเค้าไปสู่สุคติ
วินาทีที่ “Shuri (ชูริ)” จำต้องกลั้นใจ
ปล่อยพระศพของพี่ชายขึ้นยานลำเลียงไป
ก็คล้ายเป็นการบอกใบ้ว่าวาคานด้า
จำต้องก้าวไปต่อในเส้นทางใหม่
แม้ในใจจะยังคิดถึงอยู่ในภาพวันเก่าๆ
วันที่สองเราพี่น้องยังคงพูดคุย หยอกล้อ
ร่วมรบร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันตลอดมา
ซึ่งไทม์ไลน์ของหนังภาคนี้ทาง “Nate Moore”
โปรดิวเซอร์คนเก่งแห่งมาร์เวลเล่าว่า
Black Panther 2 นั้นเกิดขึ้นใน
ช่วงปี 2024 หลังเหตุการณ์ของ
Eternals และ Spider-man: No Way Home
คาดว่าดำเนินไปพร้อมกับ Thor 4
และเหลื่อมๆ กับ Ant-Man 3 ที่กำลังจะ
เข้าฉาย ก.พ. ปีหน้าไม่ใกล้ไม่ไกล
เริ่มจากการเสียชีวิตแบบกระทันหัน
ของทีชัลล่าที่จากไปด้วยโรคร้ายบางอย่าง
ก่อนเวลาจะดำเนินผ่านไปหนึ่งปี
เท่ากับเนื้อเรื่องหลักของภาคนี้
เกิดขึ้นในปี 2025 นั่นเอง
ราชินี "Ramonda" ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศแทนลูกชาย ภายใต้ความโศกเศร้าที่ต้องข่มไว้ข้างใน
จุดนี้เลยอยากชวนทุกคน
ค่อยๆ หลับตาลงอีกครั้ง
แล้วรวบรวมพลังเข้าไปสู่
เรื่องราวระหว่างทางของฮีโร่ผู้จากไป
แต่ยังสร้างคุณค่าเหลือไว้ให้
ใครต่อใครอีกมากมาย
วันที่จิตวิญญาณแห่งเสือดำ
กำลังจะถูกส่งต่อมายังสายเลือดเดียวกัน
ให้พร้อมเติบโตและก้าวต่อไปในแบบที่ดีกว่าเดิม
“Yibambe! (Yibambe!)”
“Yibambe! (Yibambe!)”
“Yibambe! (Yibambe!)”
“Wakanda Forever!!!!”
.
.
.
Arrrr!!!!
1. “จากตาย” ไม่ได้แปลว่า “จากไป”
- สำหรับชูริแล้ว ทีชัลล่านั้นเป็นทั้งพี่ทั้งเพื่อน ทั้งแรงบันดาลใจมากมายให้ชีวิตเธอมีความหมายขึ้นกว่าเดิม อยากจะพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาช่วยซัพพอร์ตพี่ ไม่ว่าจะในสนามรบหรือที่แห่งใด ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์หรือฐานะไหน จะทุกข์ สุข เศร้า หัวเราะ ล้มเหลว หรือสำเร็จ
2 พี่น้องคู่นี้ สนิทกันเหมือนเป็นทั้งเพื่อนและครอบครัวที่รู้ใจกัน
ทีชัลล่าจะมีชูรีคอยเป็นลมใต้ปีกช่วยเกื้อหนุนซึ่งกันและกันเสมอ จนวันที่เธอต้องพบกับบททดสอบที่ยากที่สุดในชีวิตนั่นคือการต้องสูญเสียพี่ชายไปอย่างกระทันหัน จากปัญหาโรคร้ายที่สั่งสมมานาน ไม่เคยบอกใคร จนมาบอกกันอีกทีก็สุดจะรั้งชีวิตเอาไว้ได้ สวรรค์ให้ปัญญาและทักษะอันเฉียบแหลมกับเธอมา กว่ากลับไม่อาจช่วยพี่ชายผู้เป็นที่รักไว้ได้เลย
ทำให้เด็กสาวที่เคยร่าเริง แววตาเปล่งประกาย หนึ่งสมองสองมือที่ไม่ว่าหยิบจับอะไรก็ได้นวัตกรรมใหม่ๆ ออกมา วันนี้เหลือเพียงหัวใจที่อ่อนล้าโรยแรง ไม่พร้อมที่จะก้าวเดิน ไม่คิดแม้แต่จะสนใจการเป็น Black Panther เพราะยังทำใจไม่ได้จริงๆ เสมือนว่ายวนอยู่ในมหาสมุทรที่ไร้จุดสิ้นสุด แต่ละวันที่ผ่านไป มีเพียงห้องแล็บที่คุ้นเคยกับ “กริโอต์” A.I. หรือปัญญาประดิษฐ์ที่เธอสร้างขึ้นมา คอยเป็นเพื่อนพูดคุยรับฟัง
“Lift me up, hold me down, keep me close, safe and sound: ท่านพี่, ช่วยพยุงข้าที ได้โปรดกอดข้าไว้ อยู่ด้วยกันใกล้ๆ ให้ปลอดภัยจากอันตราย,,,”
กระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปได้หลักปี ชูริก็เริ่มทำใจได้มากขึ้นแม้จะยังไม่ทั้งหมด จนราชินีรามอนด้าผู้เป็นแม่ถึงกับชวนลูกสาวออกไปทำพิธีรำลึกวันครบรอบที่ทีชัลล่าจากไป คอยบอกว่าการที่ลูกอยู่กับแม่ อยู่กับตัวเอง ก็เป็นวิธีฮีลใจอย่างนึงแล้ว เพียงหลับตา ส่งใจออกไปก็ได้เจอกันในห้วงความคิดคำนึง เสมือนไม่เคยจากกันไปไกล ชูริที่เป็นคนหัวสมัยใหม่เลยบอกว่าแม่ปรุงแต่งความคิดไปเพื่อปลอบใจแหละ ไม่มีพี่แต่ลูกยังไปต่อได้ ตรงนี้เอาจริงใช่ทั้งสองมุมนะครับ
เพราะในยามที่เจ็บปวด สิ้นหวัง การปรุงแต่งความคิดเพื่อปลอบประโลมให้ใจมีพลังบางทีก็จำเปน ยิ่งในเวลาคิดถึงใครซักคนที่เรารักสุดขอบหัวใจ ขณะเดียวกันเราก็ต้องหาทางไปต่อให้ได้ เพื่อให้ใครคนนั้นสามารถเฝ้ามองจากลานบรรพชนด้วยความภาคภูมิใจ ไม่มีอะไรต้องห่วงเหมือนที่แล้วมา
เมื่อการจากเป็นไม่ได้แปลว่าจากไป เรายังสามารถไปสู่เส้นทางใหม่ โดยที่ยังเก็บความทรงจำครั้งเก่าไว้ แค่นั้นก็เป็นสุข เหมือนที่ทีชัลล่าเคยบอกไว้ว่า
Death is not the end. It’s more of a stepping-off point: ความตายมิใช่จุดจบ แต่เป็นเหมือนจุดเริ่มเดินใหม่
T'Challa
2. ความหมายที่แท้จริงของ “Black Panther”
เมื่อได้พลิกหน้าประวัติศาสตร์แห่งวาคานด้าเราย่อมพบว่าแพนเธอร์คือ ยอดนักรบผู้เก่งฉกาจ คอยพิทักษ์รักษาบ้านเมือง ทั้งผู้คนและทรัพยากรล้ำค่าอย่างไวเบรเนี่ยมโดยไม่มีคำว่าล้มเหลวมาก่อน ภายใต้พลังเหนือมนุษย์จากสมุนไพรรูปหัวใจที่เทพีบาสต์ช่วยประทานพร พร้อมวิทยายุทธ์ และกรงเล็บอันกล้าแกร่ง บวกกับการวางตัวติดดินเป็นประเทศปิด เลยทำให้ที่นี่อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขมานานหลายชั่วอายุคน
"Namor (เนมอร์)" หรือ “คุคุลคาน” เทพนาคาขนนก
จนกระทั่งมนุษย์ได้มีการค้นพบแหล่งขุดไวเบรเนี่ยมจากที่อื่น ซึ่งมาจากนอกอาณาจักร และมาพร้อมขุมกำลังลับจากใต้มหาสมุทรที่ไม่เคยมีใครพบพานมาก่อน นั่นคือเหล่านักรบทาโลคานและราชาแห่งมหาสมุทร “Namor (เนมอร์)” แอนตี้ฮีโร่มนุษย์กลายพันธุ์ ผู้มีปลายหูแหลมและมีปีกนกอยู่ตรงข้อเท้า หรือ “คุคุลคาน” เทพนาคาขนนกผู้คอยดูแลดินแดนแถบละตินอเมริกามาช้านาน มีทั้งร่างกายอันแข็งแกร่ง เคลือบไว้ด้วยไวเบรเนี่ยมทั้งตัว ทรงพลัง ว่องไว หนักแน่น รับมือยาก ลงน้ำยิ่งไว มองเห็นทุกอย่างได้ชัดกว่าเดิม
แถมยังมีความเกรี้ยวกราด มองอะไรไปสุด ไม่ขาวก็ดำไม่มีเทา ในเมื่อมนุษย์หาพวกเค้าเจอ ก็จำต้องฆ่านักวิทยาศาสตร์ที่สร้างเครื่องหาไวเบรเนี่ยมให้ได้ เพื่อที่อาณาจักรทาโลคานจะได้อยู่รอดปลอดภัย 100% และวาคานด้าก็ควรเข้าร่วมด้วย ในฐานะประเทศที่ถือครองขุมทรัพย์เดียวกัน อยู่อย่างลับๆ มานานเหมือนกัน
Namor ได้พา Shuri เยี่ยมชม "Talokan" อาณาจักรใต้ทะเลลึกที่ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนได้เคยย่างกรายเข้ามา
การมาของเนมอร์ ไม่เพียงแต่จะทำให้ชูรีเห็น “โลกอีกใบ” ที่มีความแตกต่างเหมือนกัน ชาวทาโลคานที่เดิมทีก็เป็นมนุษย์โลกเดินดินแล้วเทพสายฝนดลบันดาลให้ได้กินพืชจากหินนสีฟ้าเข้าไป กลายเป็นมนุษย์สีฟ้าที่ต้องใช้ชีวิตเหมือนปลา หายใจและใช้ชีวิตใต้น้ำกัน เธอนั้นยังเห็นถึงภัยอันตรายของสุดยอดนักรบที่มีความคิดแบบสุดขั้ว ถ้าไม่ร่วมมือก็เตรียมตัวตายได้เลย วิกฤตครั้งใหญ่กำลังใกล้เข้ามาสู่วาคานด้า
เหล่านักรบ Talokan ผู้เก่งกาจ ดุดัน
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเค้าจะได้เผชิญกับศัตรูที่มีไวเบรเนี่ยมเหมือนกัน และยังมาจากนอกอาณาจักรอีก ทำเอาเด็กสาวถึงกับหวั่นกลัวอยู่ในใจ ไม่ว่าจะพยายามพูดหว่านล้อมแค่ไหนก็ดูจะยากเย็น พอนาเคียช่วยเธอและ “Riri Williams (Iron Heart)” ออกไป พร้อมสังหารคนทาโลคาน ก็เหมือนการโยนเหยื่อให้โคตรนักล่าแห่งท้องทะเลโกรธถึงขีดสุด
ราชันย์แห่งท้องทะเลลอบโจมตีวาคานด้าแบบไม่ให้ทันตั้งตัว
บุกกลับมาเอาคืนด้วยการล่อกองกำลังออกจากวัง แล้วเข้าโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว
ความสามารถคือที่สุด ทั้งการเคลื่อนไหวประดุจปลาที่เริงระบำไปได้ทั้งในน้ำและบนบก ความแข็งแกร่งระดับ The Hulk ชนิดที่จ้าววานรผู้อหังการอย่างเอ็มบาคูยังทำอะไรไม่ได้ โดนประเคนหมัดซัดกลับไปซี่โครงแทบแตกละเอียด หนำซ้ำยังเข้าปลงพระชนม์ราชินีรามอนด้าแบบเลือดเย็น เมื่อพระองค์ได้ทำการสละชีวิตช่วยรีรีไว้จากการจมน้ำ
ปิดฉากราชินีผู้เป็นตำนานแห่งวาคานด้าไปอีกคน สร้างบาดแผลลึกกลางใจให้ชูริอย่างเจ็บแสบ สูญเสียพี่ชายไปไม่ทันไร ต้องมาเสียแม่ผู้เป็นที่รักดั่งดวงใจไปอีกคน พร้อมโจทย์ที่ต้องรับมือกับทัพใหญ่ของทาโลคานที่เตรียมจะกรีฑากันมาถล่มในอีก 1 อาทิตย์ ทาโลคานจงผงาด!!
ในห้วงเวลานั้น ใจของชูริแทบไม่ต่างจากทิชัลล่าเมื่อครั้งสูญเสียผู้เป็นพ่อจากฝีมือของ Baron Zemo ใน Captain America: Civil War ที่ครั้งนั้นไม่ว่ายังไงเค้าก็ต้องลากคอฆาตกรผู้นี้มาสำเร็จโทษให้จงได้ ชูริที่แม้จะอาศัยปัญญาความเฉลียวฉลาด+คู่หูใหม่ที่เข้าขารู้ใจ ฉลาดทันกันอย่างรีรี มาช่วยสร้างสมุนไพรรูปหัวใจได้ใหม่ โดยอาศัยฐานข้อมูลเดิม ผสมกับ DNA ของทีชัลล่าและเนื้อเยื้อที่ติดมากับสร้อยข้อมือของแม่เนย์มอร์ เลยทำให้วิเคราะห์ได้ว่าอาจทำให้รู้ถึงสสารตั้งต้นของพื้นที่ขึ้นจากดินที่มี
ไวเบรเนี่ยมเหมือนกัน อาจมีส่วนประกอบคล้ายกันก็ได้ เพราะเดิมมีแค่เศษใบเหี่ยวๆ ของต้นไม้ ที่ประเมินผลแล้วมีโอกาสทำได้สำเร็จแค่ 29.1% เท่านั้น จนมีพลังเฉกเช่น Black Panther ในตำนานคนก่อนๆ ได้สำเร็จ ทว่าเนื้อแท้ข้างใน ใจของเธอยังคงร้อนรุ่ม มุ่งแต่จะแก้แค้น อยากจะตวัดกรงเล็บ แล่หนังเนมอร์ออกเป็นชิ้นๆ ให้สาสมกับสิ่งที่มันทำไว้
นิมิตของชูริที่ไม่ได้พาเธอมาแดนบรรพชนอย่างที่คิด
แต่แล้วพอได้กินสมุนไพรที่ว่า ด้วยใจมุ่งหวังว่าต้องได้กลับไปเจอแม่ในลานบรรพชนชัวร์ๆ ภาพฝันที่ชูริเห็นกลับเป็นเหมือนภาพหลอน เมื่อเธอได้เจอ “N'Jadaka (Erik Killmonger)” ทรราชที่เคยยึดอำนาจวาคานด้ามานั่งรออยู่ ยิ่งคุยก็ยิ่งไม่รู้ความต้องการของตัวเองว่าจะมีพลังไปเพื่ออะไรกัน ซึ่งคิลมังเกอร์เองก็เคยเป็นแบบนั้น มุ่งมั่นที่จะได้พลังมาเพื่อสร้างอำนาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง
“จะสูงส่งแบบพี่เจ้าหรือมุ่งทำตามเป้าแบบข้า?”
Erik Killmonger
จนเมื่อตื่นขึ้นมา ชูริก็ยังไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น จนไม่ยอมบอกทุกคนว่าไปเจอใครมาในนิมิต กลายเป็น Black Panther สาวผู้คุกรุ่นไปด้วยเพลิงแค้นสุมอยู่ในอก วางแผนล่อเนมอร์ออกมากลางทะเล เพื่อให้มันมาติดกับในห้องร้อนๆ ที่ดูดซับน้ำซึ่งเป็นแหล่งพลังของมันออก ความตายของมันเท่านั้นคือคำตอบ ชนิดที่ไม่ว่าเอ็มบาคูและนาเคียจะพยายามเตือนสติยังไงก็ไร้ผล การฆ่าเนมอร์มีแต่จะก่อสงครามไม่รู้จบ และการทำศึกด้วยความแค้นมีแต่จะกลืนกินเจ้า โดยราชินีคนใหม่ตอบเพียงว่า “ถ้างั้น มันก็ได้กลืนกินข้าไปแล้วล่ะ”
สื่อให้เห็นว่าสมุนไพรรูปหัวใจ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มสมรรถนะทางร่างกายอย่างเดียว หากแต่ยังสะท้อนเรื่องราวในใจออกมาเช่นกัน เหมือนตอนทีชัลล่ากินไปสองครั้งก็ได้เจอกับท่านพ่อในสองบริบท 1. เจอพ่อในบรรยากาศอบอุ่น ขอคำแนะนำให้กัน ด้วยความคิดถึง
2. เจอด้วยความคาใจว่าทำไมต้องฆ่าท่านอาเอ็นโจบู แล้วทิ้งเอริค(คิลมังเกอร์)ไว้ ทำไมวาคานด้าถึงเลือกจะเพิกเฉยต่อการช่วยพี่น้องทั่วโลก จนนำไปสู่แนวคิดใหม่ที่จะเปิดประเทศ หรือตอนที่คิลมังเกอร์กิน เค้าก็ได้กลับมาเจอพ่อที่โอ๊คแลนด์ อเมริกา กลับไปพูดคุยสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ ผมจะตามไปให้ถึงยังดินแดนวาคานด้า เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบที่พ่อเคยมุ่งหวัง แม้จะโดนมองเป็นคนทรยศขายชาติ ก็ทำไปเพราะความหวังดีต่อพี่น้องผิวสีทั่วโลกที่โดนกดขี่ ข่มเหงและปราศจากอำนาจที่จะสู้กลับไป
การที่ชูริมาเห็นญาติตัวร้ายก็ยิ่งชัดเจนว่าเธอเองก็ตั้งมั่นที่จะแก้แค้น ใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งเหมือนกัน คิลมังเกอร์จะฆ่าทิชัลล่า เพื่อสถาปนาตัวเองเป็นกษัตริย์ แล้วทำการปฏิวัติวาคานด้า ส่งอาวุธจากให้คนผิวสีได้กลายเป็นผู้ยึดครองแทนบ้าง ส่วนชูริก็อยากจะจบปัญหาด้วยการสังหารเนมอร์ ตัดภัยร้ายต่อบ้านเมือง
"Black Panther" คนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!!
เมื่อถึงสนามรบ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ราชินีเสือดำได้ระเบิดพลังออกมา ร่วมรบกับไพร่ฟ้าจัดการพวกชาวทาโลคาน
Wakanda VS Talokan
เดินหน้าบดขยี้เนมอร์อย่างสุดชีวิต กระชากปีกที่ข้อเท้าออกมาขาดสะบั้น ผลัดกันรุก ผลัดกันรับไปมา แม้เธอจะเสียท่าโดนหอกไวเบรเนี่ยมแทงทะลุตัว ก็ยังพลิกสถานการณ์เอาชนะจ้าวสมุทรได้ แผดเผากะให้ตายทั้งเป็น ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมมือ จนในหนึ่งส่วนพันวินาทีที่ใจยังลังเล คิดถึงสิ่งที่พวกเอ็มบาคูเคยบอกว่า “การฆ่าเนมอร์มันใช่ละหรือ? ชีวิตแม่ท่านน่ะคู่ควร แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่แม่ท่านต้องการหรอกนะ”
ชูริระเบิดพลังเข้าห้ำหั่นเนมอร์จนสมรภูมิลุกเป็นไฟ!
พร้อมกับนิมิตของผู้เป็นแม่ที่กลับมาเตือนสติลูกสาว ด้วยประโยคเดียวกับที่เคยบอกลูกชายว่า “Show him who you are! ทำให้เค้าเห็นสิว่าตัวตนลูกเป็นยังไง” ก่อนจะกลั้นใจยั้งมือ ยื่นข้อเสนอให้เนมอร์ยอมจำนน ในเงื่อนไขที่ว่า
วาคานด้าจะช่วยปกป้องทาโลคานเอง “หยุดกันแค่นี้เถอะ เพราะความแค้นจะกลืนกินเราทั้งคู่ รวมถึงผู้คนของเราด้วย!”ประโยคเหล่านี้เหมือนแสงที่ส่องลงตรงกลางใจชายผู้ไร้ความรักให้โลกเบื้องบน ได้เห็นแม่ของตัวเองอีกครั้งเลยยอมแต่โดยดี
ซึ่งนี่แหละคือหัวจิตหัวใจของฮีโร่และผู้นำที่แท้จริง คนที่กล้าจะปล่อยวางความแค้นทุกสิ่งลงไปจากใจ ไม่ให้กลืนกินตัวเอง เหมือนที่ทีชัลล่าเคยให้อภัย ไว้ชีวิตซีโม่แล้วส่งให้กระบวนการยุติธรรมตัดสินเอา เหมือนที่ชูริยอมเห็นแก่บ้านเมือง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมด้วยการให้ยื่นสัมพันธไมตรีสุดท้ายให้เนมอร์
ทั้งที่เธอสามารถปลิดชีวิตอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ ก้าวข้ามบททดสอบสุดหิน เปลี่ยนตัวเองจากผู้แก้แค้นมาเป็นฮีโร่อย่างแท้จริงในมุมที่ว่า “Black Panther” ไม่ใช่แค่นักรบ แต่เป็น “จิตวิญญาณ” ที่สืบทอดต่อกันมาต่างหากล่ะ ทรงคุณธรรมแบบพี่ชาย แต่ก็มีความคิดสมัยใหม่ในแบบของเธอเอง
3. วิถีดั้งเดิม VS แนวคิดสมัยใหม่
"Shuri & Riri" สองดาวอัจฉริยะดวงใหม่แห่งมาร์เวล
หนังภาคนี้ยังเข้มข้นไปด้วยการสอดแทรกประเด็นที่สื่อถึงการเปลี่ยนผ่านระหว่างชนรุ่นเก่ากับใหม่ ทั้งมุมมอง แนวคิด วิธีที่แตกต่าง หลายอย่างที่เคยเวิร์คในสมัยก่อน ก็ไม่ได้แปลว่าจะดีในสมัยใหม่ เหมือนชีวิตจริงที่ผู้ใหญ่บางคนมักชอบพูดว่าให้เชื่อเค้าเถอะ ในฐานะที่เคยอาบน้ำร้อนมาก่อน ทั้งที่น้ำร้อนเย็นแต่ละคน แต่ละบริบทของยุคสมัยก็ไม่เหมือนกัน
เช่นกันกับวาคานด้าที่แม้จะผสานสมดุลระหว่างขนบธรรมเนียมประเพณีอันงดงามกับวิทยาการสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวมาโดยตลอด พอเจอตัวแปรใหม่อย่างเนมอร์ ก็ทำเอาหวาดผวาสั่นกลัวจนทำอะไรไม่ถูก เห็นได้จากพวกผู้อาวุโสในสภาที่มักจะมีวิธีคิดค่อนข้างยึดติดกับอะไรเดิมๆ เพลย์เซฟไว้ก่อน ไม่กล้าหลุดกรอบด้วยความที่กลัวเสี่ยง อะไรที่ดีก็คือต้องดีตามนั้นไปตลอด มีแต่การบอกว่าต้องทำอะไร แต่ไม่เคยบอกได้ว่าทำไปทำไม!?
เมื่อรุ่นเก่าเริ่มไม่นิ่ง เมืองหลวงเองก็โดนโจมตีจนเปราะบาง คนรุ่นใหม่หัวสมัยใหม่อย่างชูรีก็เริ่มมองถึงการเปลี่ยนแปลง ทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม เช่นการลดพิธีรีตองบางอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป แล้วโฟกัสที่ผลลัพธ์อย่างแท้จริง กินสมุนไพรไป ทำไมต้องเสียเวลาเอาดินกลบ ตั้งสติเข้าสู่พลังกันไปเลย
หรือพิธีราชาภิเษกที่เคยปฏิบัติกันมาก่อนก็ช่างแม่งมัน ชั้นจะออกไปตามหาชีวิตบนเส้นทางใหม่ซะเลย ถ้าอะไรที่มันไม่เวิร์ค แค่ลองวิธีใหม่ก็ย่อมให้อะไรที่แตกต่าง วาคานด้าควรไปต่อด้วยวิทยาการและแนวคิดใหม่ๆ อย่างเต็มรูปแบบได้แล้ว ถ้าอยากจะก้าวให้ทันยุคสมัยได้
ซึ่งเอาจริงๆ วิธีการของคิลมังเกอร์ก็ไม่ได้ผิด เพราะมุ่งหวังไปที่ผลลัพธ์คือการสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่วาคานด้าและพี่น้องชาวผิวสีทั่วโลก เพียงแต่วิธีการค่อนข้างจะสุดโต่งและเผด็จการไปหน่อย ทั้งที่การเปลี่ยนแปลงที่ดีควรต้องอาศัยการวางรากฐานอย่างเป็นระบบ ค่อยเป็นค่อยไป ศึกษาหลากหลายปัจจัยมาพัฒนา แก้ไข และพากันไปต่อ อย่างที่ชูริทำก็ถือว่าพอได้เพราะวาคานด้าเองก็ถูกสร้างมาด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยมาอยู่แล้ว แค่หันมาโฟกัสมันมากขึ้นแล้วนำมาปรับใช้กับแนวคิดใหม่ที่เข้ากับยุคสมัยมากกว่า
“Just because something works doesn't mean that it cannot be improved: แค่เพราะอะไรมันดีอยู่แล้ว ก็ใช่ว่ามันจะดีขึ้นอีกไม่ได้”
Shuri
รวมถึงการสอดแทรกแง่มุมอื่นๆ เข้ามา
อย่างเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ระหว่างแอฟริกันและละตินอเมริกัน
และความหลากหลายทางเพศ LGBTGIA+
ที่มาร์เวล เฟส 4 แอบหยอดมาตลอด
จากฉากท้ายๆ ที่นักรบ Dora Milaje
เป็นคู่รักเลสเบี้ยนกันแบบหวานหยด
ทั้งเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิสตรี
ที่ภาคนี้พวกเธอคือผู้นำอย่างแท้จริง
ทั้งราชินีรามอนด้าที่ขึ้นมาเป็นเสาหลักแทนลูกขาย
และชูริที่เมื่อถึงเวลาก็เติบโตมา
เป็นราชินีได้อย่างเต็มภาคภูมิ
อีกทั้งเรื่องความเชื่อของมนุษย์ที่มีต่อทวยเทพ
เหมือนในหนัง Thor 4 ไม่นานมานี้
ว่าเมื่อถึงเวลาเข้าตาจน
เทพเทวดาห่าเหวที่ไหนก็ไม่ได้เข้ามาช่วย
ตอนที่ทีชัลล่ากำลังจะจากโลกนี้ไป
เทพีบาสต์เองก็ไม่ได้เข้ามาช่วยตามที่ชูรีภาวนา
สุดท้ายก็มีแต่มนุษย์เองนี่แหละที่เป็น
ผู้กำหนดชะตาลิขิตตัวเองว่าต้องทำยังไงต่อ
และการปูทางไปสู่ “Young Avengers”
ที่เริ่มจะเห็นไลน์อัพชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
อ้อ! และ Mutants ที่ตอนนี้มีสองคนแล้ว
คือ Namor กับ Ms.Marvel ก็ชัดเจนว่า
อนาคตเราจะได้เห็น X-Men กลับ MCU แน่
"Toussant (ตูแซง)" ลูกชายของทีชัลล่าและนาเคีย
และชื่อของ "Toussant (ตูแซง)" หรือ
เจ้าชายทีชัลล่าตัวน้อย
ที่กำเนิดจากความรักของ
ทีชัลล่าผู้เป็นพ่อและนาเคียผู้เป็นแม่
ก็มาจาก "Toussant Louverture (ตูแซงท์ ลูแวร์ตูร์)"
วีรบุรุษผู้นำของการปฏิวัติเฮติ
ที่ช่วยปลดปล่อยประเทศ
จากการปกครองแบบอาณานิคมของฝรั่งเศส
ให้ชาวเฮติและชาวแอฟริกันพลัดถิ่น
คืนความเป็นอิสระอีกครั้ง
เมื่อนำ 2 ชื่อรวมเข้าด้วยกัน
ชื่อเหมือนพ่อที่สื่อถึงความเป็นทีชัลล่าคนใหม่
และชื่อเฮติที่สื่อถึงความเป็นชื่อที่ยิ่งใหญ่
ของชายผู้เปลี่ยนแปลงประเทศ
ก็อาจตีความได้ว่าเด็กคนนี้จะมาเป็น
ผู้กอบกู้วากานด้าในอนาคต
นับเป็นการปิดฉากเฟส 4 ได้ดี
ที่แม้หลายคนจะมองว่าเฟสนี้ยังไม่สุด
ยังขาดรสชาติความมันส์แบบพิเศษใส่ไข่
ทว่าหากมองให้ลึกลงไป
มันก็ทำหน้าที่เหมือนสะพาน
ปูทางเชื่อมต่อไปยังจุดหมายต่อไปได้ดีแล้วล่ะ
จากนี้มีแต่ต้องประคองลมหายใจกันไว้ให้มั่น
เพื่อเก็บเกี่ยวเรื่องราวระหว่างทางแห่งจักรวาลนี้
กันไปต่อเรื่อยๆ จนถึงปลายทาง
ฉากท้ายเรื่องฉากนี้ทำเอาน้ำตาคลอ พร้อมเสียงลมที่พัดกรีดหัวใจ
ที่แน่ๆ ความเจ็บปวดอย่างโชกโชนในครั้งนี้
ได้หล่อหลอมให้ชูริเติบโตขึ้นมาอีกขั้น
จากสุดยอดนักประดิษฐ์แห่งยุค
สู่การเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ
ที่มีความคิดอ่านและจุดยืนเป็นของตัวเอง
ในการนำพาสองอาณาจักรให้ก้าวต่อไปด้วยกัน
เก็บเรื่องราวในอดีตไว้เบื้องหลัง
ปล่อยให้เรื่องราวของครอบครัวที่จากไป
และใครที่ยังอยู่คอยเป็นพลัง
ขับเคลื่อนหัวใจเอาไว้ตราบนานเท่านาน
สุดท้ายในวันนี้ขอดื่มด่ำ
กับสายลมแห่งความทรงจำ
ที่พัดพาเข้ามากลางใจก่อน
เสมือนทุกฉากทุกตอน
ยังคงโลดแล่นอยู่ไม่เคยเปลี่ยน
หลับให้สบายนะฝ่าบาท
พวกเราจะจดจำคุณตลอดไป,,,
ที่มาไทม์ไลน์: https://cutt.ly/pMsxf9I
#BlackPantherTH
#WakandaForever
#MARVEL
#MCU
#SideStories
โฆษณา