นิยาย : วิลเลียม วี วินเนอร์ ตอนที่ 2 ,3
ที่บ้านของคุณตา เป็นครอบครัวใหญ่อยู่กันหลายคน มีคุณตา คุณยาย ป้ายา ป้านา และป้าทั้งสองคนยังไม่แต่งงาน หรืออาจจะไม่แต่งแล้ว
ถึงอย่างนั้นป้าก็ดูแลหลานชายสองคนที่เป็นลูกของลุงชา ที่ฝากให้ป้าช่วยเลี้ยง ส่วนลุงชากับป้าอร ไปทำงานหาเงินอยู่ที่ต่างจังหวัดทางภาคใต้
ผมจำได้ว่าพวกเขาเคยมาเยี่ยมครอบครัวของเราที่กรุงเทพฯ มาประมาณสองครั้ง ซึ่งเป็นตอนที่ป้ายาพาเจ้าลูกพี่ลูกน้องทั้งสองคนนี้ไปเที่ยวที่กรุงเทพฯ และพักอยู่กับเรา
กายพี่คนโต ตัวอ้วนใหญ่ หน้าเล็กแทบจะหลุบเข้าไปในคออยู่แล้ว
ถึงกายจะตัวใหญ่แต่เป็นคนขี้น้อยใจ ขี้อ้อน คิดมาก ร้องไห้เก่ง
ส่วนเจ้าน้องชายของเขา จิน ตัวเล็กรูปร่างผอมบาง พูดจาเสียงเบา ๆ ยิ้มเก่ง เป็นมิตรกับทุกคน และมีน้ำใจ
1
ทั้งสองพี่น้อง มีนิสัยและรูปร่างแตกต่างกัน และผมกับน้องสาวต้องมาทำความรู้จักกับพวกเขาเพื่อจะได้อยู่อาศัยด้วยกันในบ้านหลังใหญ่นี้ให้มีความสุข
คุณตาอายุมากแล้ว พูดคุยไม่เก่งเหมือนสมัยก่อน แม่บอกว่าคุณตาเล่านิทานเก่งมาก ตอนนี้คุณตาชอบฟังวิทยุทรานซิสเตอร์ ฟังข่าว ฟังเพลง นิยาย และยังชอบฟังข่าวการเมืองเป็นที่สุด และถือติดมือไปด้วยทุกที่ที่แกนั่ง
คุณตามีแคร่ไม้ไผ่แยกไว้นอกบ้าน ทั้งใต้ต้นลำไย ใต้ต้นมะม่วงน้ำดอกไม้ ไว้นอนรับลมเย็น ๆ
ที่ต่างจังหวัดแดดร้อนมาก การได้อยู่ใต้ร่มไม้ มีลมพัดเย็น ๆ ก็ช่วยให้ผ่อนคลายมาได้บ้าง
ผมกับน้องสาว และเด็กคนอื่น ๆ มักจะชอบอยู่ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ริมสระน้ำ ตรงนั้นลมเย็น เราผูกเปลกันคนละหลัง แล้วขึ้นไปนอนเล่น และที่ตรงนี้ยังเป็นแหล่งหาอาหารที่ดี ตอนกลางวันเราจะตกปลากัน บ่าย ๆ ก็มาวางเบ็ด ตอนเช้ามืดก็พากันมาเก็บเบ็ด บางวันก็ได้ปลาช่อน ปลานิล ปลาดุก บางวันก็ไม่ได้ปลาอะไรเลย
ป้านาปลูกผักและผลไม้ไว้รอบสระน้ำ เวลาที่ป้าจะทำอาหารเราก็มาช่วยกันเก็บผัก แวนด้าชอบมาก เพราะป้านาปลูกดอกไม้แซมไว้ในแปลงผักด้วย
ป้าบอกว่าเพื่อไล่แมลง
ตอนเช้าเราออกมาหาเก็บเบ็ดตกปลาที่วางไว้ตอนหัวค่ำและเก็บไข่ไก่ไข่เป็ด
ตอนกลางคืนพวกเราชอบมานั่งก่อกองไฟ พูดคุยกัน บางคืนเราก็มีหัวมันเทศมาสุมในกองไฟกินเป็นอาหารว่างด้วย
มีเด็กผู้หญิง ผู้ชายหลายคนที่เป็นเพื่อนของกาย พวกเขามักจะแวะมาเล่นด้วยกันทั้งช่วงกลางวัน และช่วงค่ำ
พวกเขาบอกว่ามาดูลูกฝรั่ง ซึ่งก็คือผมกับน้องสาว
บางวันก็จะมีเด็ก ๆ มายืนรอผมกับน้องอยู่หน้าบ้านเพราะอยากเล่นด้วย แต่ไม่กล้าเข้ามาข้างในบ้าน
เด็ก ๆ ที่นี่ไม่ค่อยชอบกินขนมหวาน หรือขนมถุง ผมกับน้องก็เลยอดกินขนมไปด้วย
ป้ายาชวนพวกเราทำขนมพื้นบ้านกินกันเอง ป้าไม่ได้ทำแค่พอกินในบ้านแค่นั้น แต่ยังทำเผื่อแผ่ไปให้ญาติ ๆ ของคุณยายที่อยู่บ้านใกล้ ๆ กันได้กินด้วย
ในช่วงเช้า และช่วงบ่ายที่คุณตานั่งพักอยู่ที่แคร่ไม้ไผ่ ผมเห็นว่ามีเพื่อนบ้านมาคุยกับคุณตาประจำ และพวกเขาก็นั่งดื่มกาแฟด้วยกัน บางวันคุณตาก็มีเครื่องดื่มของผู้ใหญ่มาให้เพื่อนบ้านด้วย
ส่วนคุณยายก็อายุมากแล้วเหมือนกัน คุณยายยังเคี้ยวหมากทุกวัน
ทำให้ปากและฟันมีสีดำ
แวนด้าเกือบร้องไห้ในครั้งแรกที่เจอกัน เพราะคิดว่าคุณยายเป็นมนุษย์กินคนตามที่เธอเคยดูมาจากการ์ตูน เวลาที่คุณยายเคี้ยวหมาก ที่มุมปากของคุณยายจะมีน้ำสีแดงไหลย้อยออกมา
แถมน้ำหมากที่คุณยายคายบ้วนออกมานั้นก็มีสีแดงเหมือนเลือด
คงไม่แปลกที่ผมกับน้องสาวจะตกใจกลัว
ผมกับแวนด้าไม่สนิทกับใครเลยสักคนในบ้านหลังนี้
ถึงเราจะเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่เราไม่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ไม่เคยเรียนรู้นิสัยใจคอกัน
ผมจำได้ว่าผมเคยมาเที่ยวบ้านคุณตาคุณยาย แต่ก็นานมากแล้ว น่าจะตอนผมอายุเจ็ดขวบ แวนด้าห้าขวบ
คุณแม่บอกว่าอยากพาผมกับน้องมาเที่ยวหาคุณตาคุณยายบ่อย ๆ แต่ด้วยภาระหน้าที่การทำงานของคุณพ่อคุณแม่ทำให้การเดินทางมาต่างจังหวัดบ่อย ๆ ไม่ง่ายนัก
ตอนนี้ถึงไม่ได้ตั้งใจ ไม่เต็มใจ ยังไงผมกับน้องก็ต้องอยู่ให้ได้
ผมกับน้องสาวนอนในห้องของคุณแม่ โดยมีป้ายา หรือป้านา ไม่ก็คุณยายมานอนเป็นเพื่อน ด้วยความเป็นห่วงว่าผมกับน้องจะกลัวผีตอนกลางคืน
 
ผมปูที่นอนผืนเล็กนอนที่พื้น ส่วนบนเตียงผมยกให้น้องสาวนอน และเตียงเล็กให้คุณยาย
ตอนกลางคืนที่บ้านคุณตาจะมืดเร็วมาก และก็เงียบมากด้วย ผมคิดว่าพระอาทิตย์เพิ่งตกดินไปเองนะ แต่ทำไมมืดแล้ว
ในบางคืนที่ไม่มีเพื่อนบ้านมาเล่นด้วยพวกเราก็จะขึ้นมาเล่มเกมในมือถือกัน ก่อนจะเข้าห้องนอน
ที่หมู่บ้านคุณตาไม่มีร้านค้าเปิดขายของตอนกลางคืน ไม่มี 7/11 ไม่มีแม้แต่รถวิ่งผ่านถนนหน้าบ้าน แตกต่างจากกรุงเทพฯ ที่มีแสงสว่างทั้งคืน มีเสียงรถแล่นเสียงคนพูดคุยกันตลอดเวลา
ผมไม่กล้าแม้แต่จะลุกไปเข้าห้องน้ำ เพราะความกลัวผีขึ้นสมอง แวนด้ายิ่งแล้วใหญ่ เธอบอกกับผมในคืนที่สองของการมาพักว่า
"เราต้องทำธุระให้เสร็จก่อนเข้าห้องนอน และก่อนนอนอย่าดื่มน้ำเยอะ จะได้ไม่ปวดฉี่ตอนกลางคืน"
ซึ่งวิธีนี้เธอจำมาจากคุณแม่อีกที ตอนสอนให้เธอเลิกใส่แพมเพิส
เงาจากต้นไม้ที่ทาบทับมาผ่านทางหน้าต่าง ทำให้เกิดภาพต่าง ๆ มืดทะมึนดูน่ากลัว
คุณยายมักจะขึ้นมาปิดม่านหน้าต่างห้องนอนให้เรา และลุกขึ้นมาเปิดม่าน เปิดหน้าต่างในตอนเช้าด้วย เป็นการปลุกผมกับน้องให้ตื่นแต่เช้าที่ได้ผลดีมาก
ผมถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นแล้วส่งไปให้คุณพ่อดูทุกเช้า เพื่อให้ท่านแข็งแรงเร็ว ๆ
และยังบันทึกเสียงร้องของนกน้อย ๆ ที่เกาะอยู่ริมรั้วและเสียงไก่ขันส่งไปให้คุณแม่ฟัง คุณแม่ชอบมาก บอกว่า "เสียงแบบนี้แหละไพเราะที่สุด"
เป็นเสียงเพลงจากธรรมชาติที่แม่คุ้นเคย อีกเสียงที่แม่ชอบมากคือ เสียงต้นไผ่เสียดสีกัน
ผมว่าเสียงมันน่ากลัว อี๋ อ๋อ แอ้ะ ๆ ๆ มันหวีด ๆ วืด ๆ ผมเดาทางไม่ถูกเลยสักครั้ง ต้องคอยลุ้นเอาตามจังหวะของแรงลม
ตอนที่ 3
ช่วงนี้ที่ต่างจังหวัดก็ปิดเทอมแล้วเหมือนกัน น้องชายทั้งสองคนทั้งกายและจินไม่ต้องไปเรียนพิเศษเหมือนเด็กกรุงเทพฯ
พวกเขามีภารกิจพิเศษเยอะมากที่วางแผนเอาไว้ บอกว่าจะพาผมกับน้องสาวไปเรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดแบบลูกอีสานขนานแท้ดั้งเดิม พวกเขาว่ามาอย่างนั้น
ผมยังมีญาติอีกหลายคน ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าที่บ้านคุณแม่ พวกเรามีญาติเยอะจริง ๆ บ้านข้าง ๆ กันก็ใช่ บ้านถัดไปก็ใช่อีก และยังมีญาติ ๆ จากหมู่บ้านอื่น ๆ ด้วย
วันนี้ผมกำลังจะได้เจอกับพี่สาวชื่อแต้ว และพี่ชายชื่อตั้ม ลูก ๆ ของลุงทาที่อยู่กันคนละหมู่บ้านแต่ก็ไม่ไกลกันมากนัก กำลังจะเรียนจบมัธยมหกและมัธยมสามตามลำดับ
คุณยายบอกว่าพวกเขาดีใจมากที่รู้ว่าผมกับน้องมาเยี่ยมบ้านยาย พวกเขากำลังเก็บเสื้อผ้ามานอนที่บ้านคุณยายด้วยเหมือนกัน
นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เราจะได้ทำความรู้จักกันในช่วงวันหยุดนี้
ผมจำได้บ้างว่าครั้งล่าสุดที่พวกเรามาเยี่ยมบ้านคุณยายนั้นเราค่อนข้างสนิทกันดีทีเดียว ถึงจะไม่ค่อยได้ติดต่อพูดคุยกันเท่าไหร่ ผมก็ดีใจที่จะได้เจอกัน
พี่แต้วขับรถกระบะมากับพี่ตั้ม และลูกพี่ลูกน้องของพวกเขาอีกหนึ่งคน เป็นผู้ชายชื่อพี่ฟอนต์ อายุเท่ากันกับพี่ตั้ม เรียนโรงเรียนเดียวกัน ห้องเดียวกัน
พี่ฟอนต์เป็นลูกชายคนเดียว ชอบทำตัวติดกันกับพี่ตั้มมาตั้งแต่เกิด พวกเขาชอบที่จะอยู่ด้วยกัน จึงขอตามมานอนที่บ้านยายด้วย
กายขับมอเตอร์ไซค์ได้แล้ว และยังขับรถไถนาเป็นด้วยอีก ผมทึ่งกับความสามารถของเขาจริง ๆ
เขาดูเหมือนไม่เอางาน แต่กลับขับรถคันใหญ่ได้แล้ว แถมยังทำงานในไร่ในนาได้เหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง
กายช่วยงานคุณตาได้มากจริง ๆ ผมเห็นแล้วก็อดรู้สึกไม่ได้ ว่าผมอายุสิบสองปี แต่ไม่สามารถช่วยงานอะไรใครได้เลย
ป้านาบอกว่าจะสอนผมขับรถเครื่อง ผมขอแม่แล้ว แต่แม่ก็ไม่ยอม ป้าเลยทำได้แค่ให้ผมนั่งซ้อนท้ายเจ้ากาย
คุณตาดีใจมากที่เห็นหลาน ๆ มากันเต็มบ้าน และอีกไม่กี่วันข้าวนาปรังของคุณตาก็จะได้เก็บเกี่ยวแล้ว
"ดี ๆ ๆ มาได้จังหวะพอดีเลยเว้ยไอ้หลานปู่ เดี๋ยวช่วยกันเกี่ยวข้าวนะ"
"หนูขอค่าแรงเป็นก๋วยเตี๋ยวนะปู่"
พี่แต้วตอบกลับปู่
"หนูสองคนขอหมูกระทะนะปู่"
พี่ตั้มชี้ที่ตัวเองกับพี่ฟอนต์
"ปู่ ๆ ใครจะกินหมูกระทะ สั่งมาเผื่อหนูด้วยนะ"
กายที่นอนเล่นเกมมือถืออยู่หูพึ่งทันทีที่ได้ยินคำว่าหมูกระทะ
"เอาสิเอา ใครจะกินอะไร ไปสั่งมาเลย บอกเขาเก็บตังค์ที่ย่านะ ฮ่า ๆ ๆ "
"ฝรั่งน้อยสองคนนี่ละ กินหมูกระทะเป็นไหม"
พี่แต้วถามแวนด้าที่กำลังงงกับคำว่าหมูกระทะ
"มันคืออะไรเหรอคะ"
"ก็หมูย่างนั่นแหละ เดี๋ยวพี่ย่างให้กินเอง"
พี่ตั้มตอบกลับมา
"อ๋อ หมูย่าง วินกินหมูย่างกันนะ"
แวนด้าหันมาทางผม เพื่อขอความคิดเห็น
"กินได้ครับ"
ผมพยักหน้าให้น้องสาว
"แต่ต้องเกี่ยวข้าวเสร็จก่อนนะถึงจะให้กิน"
"โธ่ ปู่อ่ะ" พวกพี่ ๆ ร้องออกมาเกือบพร้อมกัน สร้างเสียงหัวเราะให้วงสนทนายามค่ำคืน
"ดึกแล้ว ปู่เข้านอนก่อนนะ ใครนอนดึกอย่าลืมปิดไฟด้วยละ"
คุณตาคุณยายเข้าห้องนอนไปแล้วแต่พวกเรายังนั่งเล่นเกมกันอยู่
ผมมานั่งคิด ๆ ดู แล้ว คุณตาคงจะงงอยู่บ้างนั่นแหละ ที่ผมกับแวนด้าเรียกคุณตา แต่หลานคนอื่น ๆ เรียกคุณปู่ ถ้าอย่างนั้น ต่อไปผมจะเรียกคุณปู่เหมือนทุกคนก็แล้วกัน ไม่รู้ว่าคุณแม่จะเห็นด้วยหรือเปล่านะ
"พรุ่งนี้เช้าทำอะไรกันดี"
พี่แต้วถามกาย
"หนูว่าจะพาฝรั่งไปตกปลาที่บ่อ พี่แต้วไปด้วยกันไหม"
"เออ ก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้ตกปลานานแล้ว"
"ผมไปด้วยพี่แต้ว" พี่ฟอนต์บอก
"ผมก็อยากไป ผมจะสอนให้แวนด้ากับวินนี่ฝึกหาอาหารให้ได้ด้วยตัวเอง" จิน ตัวเล็กที่สุดของบ้านอาสารับงานใหญ่
"จะบาปไหมพี่" แวนด้าถามผมเบา ๆ
"เราหาอาหาร ไม่ได้ทำเพื่อความสนุก แต่ถ้าแวนด้ากังวลไม่ต้องไปก็ได้นะ"
พี่แต้วตอบคำถามของแวนด้าแทนผม ที่ยังนึกคำตอบให้น้องไม่ออก
"ไปดูเฉย ๆ แต่ไม่ทำได้ไหมคะพี่แต้ว"
เธอหันไปหาพี่แต้วเพื่อหาพวก
"แวนด้าไปเก็บผักก็ได้ ที่หนองน้ำใกล้บ่อตกปลาของปู่ มีผักบุ้งด้วยนะ"
"งั้นแวนด้าเก็บผักนะพี่"
"อื้ม ได้เลย"
"เด็ก ๆ ไปนอนกันได้แล้ว พรุ่งนี้จะได้ตื่นกันตั้งแต่เช้า"
"คร้าบบบบบแม่แต้ว"
พี่ตั้มกับพี่ฟอนต์พูดขึ้นพร้อมกัน
"นายสองคนบูลลี่ฉันเหรอ เดี๋ยวได้นอนฝันร้ายแน่คืนนี้ ฉันจะแกล้งเป็นผีมาหลอกพวกนาย"
"หนูกลัวแล้วจ้าแม่แต้วจ๋า"
พี่ตั้มกับพี่ฟอนต์ยกมือไหว้ล้อเลียนพี่แต้วแล้วรีบวิ่งเข้าห้องปิดประตูทันที พร้อมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่พยายามกลั้นไว้
พี่แต้วมานอนห้องเดียวกับแวนด้า ส่วนผมย้ายไปนอนอีกห้องกับพี่ตั้มพี่ฟอนต์
"มีใครจะกางเต็นท์นอนที่ระเบียงไหม ป้าจะได้กางเต็นท์ไว้ให้"
ป้ายาออกมาถามพวกเราพร้อมกับถุงกางเต็นท์ในมือ
ผมว่าก็น่าสนใจดีนะ
"ผมอยากลองนอนเต็นท์ครับป้า"
"มาสิ เดี๋ยวป้ากางไว้ให้"
"ป้าให้หนูนอนด้วยนะ"
เจ้ากายร้องขึ้นมาทั้งที่ยังจ้องอยู่หน้าจอมือถือ
"หนูก็อยากนอนในเต็นท์"
จินก็จะนอนด้วย
"เลิกเล่นเกมแล้วไปหอบเอาหมอน เอาผ้าห่มของตัวเองมา" ป้ายาบอกหลานชายทั้งสามคน
บนระเบียงบ้านชั้นสองกลายเป็นห้องนอนสำหรับพวกผมไปแล้วในคืนนี้
....
โปรดติดตามตอนต่อไป
ขอบคุณค่ะ
ว่าแต่ เมื่อไหร่แมวสีนิลจะมีบทแสดง 😻😻🌍🌻🌅

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
11ถูกใจ
4แชร์
2.4Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      บัตรเครดิตของลิซ่า บัตรที่มีแค่เงินเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ กลายเป็นประเด็นเล็ก ๆ ที่กำลังถูกแฟนคลับหยิบมาพูดถึงเลยล่ะ
      BG SHARE: นโยบายของ BGC สู่รางวัลหุ้นยั่งยืน รู้หรือไม่ว่า BGC ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 170 บริษัทรายชื่อ “หุ้นยั่งยืน” ประจำปี 2565 เป็นปีที่ 2 ต่อเนื่อง จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
      [ #เงินยังเป็นคำตอบสุดท้าย ] ฤดูกาลนี้เชลซีจัดการเสริมผู้เล่นหน้าใหม่มาทั้งสิ้น 22 คนด้วยกัน แยกเป็นเซ็นถาวรเลย 20 คนและยืมอีก 2 คน
      หรือ “ซีไอเอ (CIA)” จะเกี่ยวข้องกับการตายของ “บ็อบ มาร์เลย์ (Bob Marley)” “บ็อบ มาร์เลย์ (Bob Marley)” คือนักดนตรีชาวจาไมกาที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในศตวรรษที่ 20
      ดูทั้งหมด