✅Morning Update 07.12.2022
Asia
1.ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียโดยรวมปรับตัวในแดนลบ จากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไป จีนรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ทางการจีนกำลังผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ด้วยการยกเลิกข้อกำหนดที่ประชาชนต้องแสดงผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นลบก่อนเข้าใช้บริการในสถานที่สาธารณะ ซึ่งรวมถึงสวนสาธารณะ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่งตัดสินใจยกเลิกข้อกำหนดการแสดงผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นลบสำหรับการเดินทางเข้าอาคารรับรองผู้โดยสาร โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (6 ธ.ค.) เป็นต้นไป
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากหุ้นกลุ่มส่งออกได้รับอานิสงส์จากสกุลเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบสกุลดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ตลาดญี่ปุ่นปิดบวกเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นระยะเวลานานขึ้นจนส่งผลกระทบทางลบต่อตลาด โดย Topix ปิดที่ 1,950.22 จุด (+0.12%)
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดร่วงเป็นวันที่ 3 เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจดำเนินมาตรการคุมเข้มทางการเงินต่อไป หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคบริการขยายตัวมากกว่าคาดในเดือนพ.ย. ส่วนสกุลเงินวอนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดย Kospi ปิดที่ 2,393.16 จุด (-1.08%)
ตลาดหุ้นจีนปิดบวกขานรับรายงานที่ว่าจีนประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 และฮ่องกงปรับตัวลงเช่นเดียวกับตลาดเอเชีย โดยดัชนีปิดตลาดดังนี้ CSI300 3,968.20 (+0.54%) / HSCEI 6,652.95 (-0.80%) / และ HSI 19,441.18 (-0.40%)
ตลาดหุ้นไทยปิดลบ นักวิเคราะห์มองพักฐาน ตาม Sentiment ตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกันในประเทศ ยังไม่มีปัจจัยใหม่ หลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ดูเหมือนว่าจะไม่มีความคืบหน้าอะไร โดย SET index ปิดที่ 1,632.97 จุด (-0.53%)
ตลาดหุ้นเวียดนามปรับตัวลดลงแรง หลังจากปรับตัวขึ้นมาเร็วและต่อเนื่องและดัชนีเคลื่อนไหวใกล้แนวต้านเส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน ก่อนทิ้งตัวลงมาอย่างแรง ส่วนหนึ่งมาจากแรงขายทำกำไร รวมทั้งความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ FED กดดัน sentiment โดยภาพรวม VNI index ปิดที่ 1,048.69 จุด (-4.11%)
Europe
2. ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์และกลุ่มเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยร่วงลง ขณะที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดย Stoxx 600 ปิดที่ 438.92 จุด (-0.58%)
3.อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนปรับตัวลง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มใกล้แตะจุดสูงสุด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราอ้างอิงสำหรับพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซน ปรับตัวลง 0.04% สู่ระดับ 1.839% ทั้งนี้ ECB จะจัดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 15 ธ.ค. ตามหลัง FED เพียง 1 วัน
4.ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการก่อสร้าง (Construction PMI) สหราชอาณาจักร เดือน พ.ย. อยู่ที่ 50.4 ปรับตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 53.2 และขยายตัวน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 52.0 ด้านภาวะราคาของชำเฟ้อ (grocery inflation) ของอังกฤษปรับตัวลงในเดือนพ.ย. โดยนับเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี แต่ราคายังคงอยู่ใกล้ระดับสูงเป็นประวัติการณ์และเป็นผลดีต่อผู้บริโภคเพียงเล็กน้อยก่อนถึงช่วงใช้จ่ายในเทศกาลคริสต์มาส
US
5.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งการที่ผู้บริหารธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐออกมาเตือนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยดัชนีปิดตลาดดังนี้ Dow Jones; 33,596.34 (-350.76) จุด (-1.03%) / S&P 500; 3,941.26 (-57.58) จุด (-1.44%) / และ Nasdaq 100; 11,549.68 (-237.12) จุด (-2.01%)
6. หุ้นที่ Outperform ตลาด 3 อันดับสูงสุด ได้แก่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค +0.66% กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (-0.68%) และกลุ่ม Health Care (-0.74%)
หุ้นที่ Underperform ตลาด 3 อันดับสูงสุด ได้แก่ หุ้นกลุ่มพลังงาน (-2.65%) กลุ่มสื่อสาร (-2.57%) และกลุ่ม Information Technology (-2.14%)
7. CME Fedwatch ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้พิจารณาความเห็นของนักลงทุนต่อการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดบ่งชี้ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ (78.2%) ยังคงมองว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.50%
8.หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวลง / หุ้น Innovation ปรับตัวลง / หุ้น Semiconductor ปรับตัวลง / ETF ด้าน Technology & Innovation ปรับตัวลง / ADRs หรือหุ้นจีนและเอเชียที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น
9. S&P500 VIX Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นปิดที่ 22.17 จุด / Nasdaq 100 VIX ปรับตัวเพิ่มขึ้นปิดที่ 27.53 จุด
10. Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง 6.80 bps ปิดที่ 3.531%
11. ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยล่าสุดอยู่ที่ 105.515 จุด / ค่าเงินบาททรงตัว โดยล่าสุดอยู่ที่ 35.07 บาทต่อดอลลาร์
12. ราคาทองคำปรับตัวเพิ่ม โดยล่าสุดอยู่ที่ 1,783.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ +2.00 $/oz. (0.11%)
13. ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลง โดยล่าสุดอยู่ที่ 79.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (-3.62%) ด้าน WTI ปิดที่ 74.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (-3.22%)
14. ราคาบิทคอยน์ปรับตัวลดลง โดยราคาล่าสุดของบิทคอยน์อยู่ที่ 16,989.2 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์
ที่มาภาพ :
#LHBankAdvisory

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
1ถูกใจ
1แชร์
178รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ‘เรย์ ดาลิโอ’ชี้ตัวการสำคัญ คือ ‘เงินเฟียต’ ที่ถูกพิมพ์มากเกินไป ‘เรย์ ดาลิโอ ’เตือน “วิกฤตค่าเงิน” กำลังจะเกิดขึ้น โดยมีตัวการสำคัญมาจาก “เงินเฟียต” ที่ถูกพิมพ์ออกมามากเกินไป พร้อมย้ำ “สเตเบิลคอยน์” สกุลเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับ “เงินเฟ้อ” จะปลอดภัยแต่ไม่ใช่กับ “บิตคอยน์”
      ปักหมุดลงทุนปี 2023 งัด 3 กลยุทธ์สู้ความผันผวน
      🟠“ชาร์ลี มังเกอร์” คู่หู “วอร์เรน บัฟเฟตต์” เรียกร้องสหรัฐแบนคริปโทฯตามจีน 🔸นายชาร์ลี มังเกอร์ รองประธานบริษัทเบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐสั่งแบนคริปโทเคอร์เรนซีเช่นเดียวกับที่จีนดำเนินการ โดยให้เหตุผลว่าการขาดการกำกับดูแลทำให้เกิดความเสียหายมากเกินไปและทำให้เกิดสถานการณ์ที่เหมือนกับการเล่นพนัน
      ก๋วยเตี๋ยวเรือ "ทองสมิทธ์" ทำเงินได้มากแค่ไหน ?
      ดูทั้งหมด