รู้ทันโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เพราะทุกนาทีมีค่าต่อชีวิต
6
โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือที่รู้จักกันดีว่า หัวใจวาย (Heart attack) เป็นโรคที่ทำให้มีการเสียชีวิตค่อนข้างสูง สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของโรคนี้และทำให้ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตได้ดีตามปกติคือ การวินิจฉัยโรคอย่างรวดเร็วและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ควรทำความรู้จักโรคนี้กันให้ดี เพราะทุกนาทีมีค่าต่อชีวิต
7
รู้ทันโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน...เพราะทุกนาทีมีค่าต่อชีวิต
📍 สาเหตุการเกิดหัวใจวายหรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
1
โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเกิดจากการมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจอย่างเฉียบพลัน ซึ่งลิ่มเลือดเหล่านี้เกิดจากการที่ร่างกายมีภาวะไขมันมากเกินไปจนพอกเป็นตะกรัน (plaque) เกาะอยู่ตามผนังของหลอดเลือด เมื่อรวมเข้ากับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มากัดกินก็ทำให้เกิดเป็นกลุ่มเซลล์ที่ไม่สามารถดูดกลับเข้าไปในร่างกายได้ แต่กลับฝังตัวอยู่ในผนังหลอดเลือดแทน
6
เมื่อเวลาผ่านไป ตะกรันนี้จะแตกตัวหรือปริออก หลอดเลือดจะพยายามซ่อมแซมตัวเอง จนเกิดลิ่มเลือดไปอุดกั้นหลอดเลือด ถ้าเป็นการแตกตัวที่หลอดเลือดแขนงเล็ก ผู้ป่วยจะมีเพียงอาการเจ็บหน้าอก แต่ถ้าลิ่มเลือดนี้อุดตันหลอดเลือดขนาดใหญ่ก็อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
2
อาการผิดปกติที่สำคัญที่สุดที่สามารถสังเกตได้ ได้แก่ อาการแน่นหน้าอก ซึ่งมักจะเกิดขึ้นตรงกลางอก และมักเป็นนานเกินนาทีขึ้นไป ร่วมกับมีอาการปวดร้าวขึ้นไปที่กรามหรือไหล่โดยเฉพาะไหล่ซ้าย แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการแน่นหน้าอก แต่จะมีอาการเหนื่อยและมีเหงื่อแตกร่วมด้วย
6
📍 ปัจจัยเสี่ยงของหัวใจวาย หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
1
  • ความดันโลหิตสูง
  • ไขมันในเลือดสูง
  • เบาหวาน
  • การสูบบุหรี่
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • โรคอ้วน
4
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทราบกันดีอยู่แล้ว ในปัจจุบันหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่า การนอนกรนรุนแรงที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ เนื่องจากการหยุดหายใจขณะหลับทำให้ขาดออกซิเจน ซึ่งทำให้หลอดเลือดเสื่อมและส่งผลกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ
1
ดังนั้น ในคนที่มีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เหล่านี้จำเป็นจะต้องทำการตรวจหัวใจและปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต รวมถึงทำการรักษาโรคที่เป็นอยู่ เพื่อป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
3
📍 อาการนำที่สำคัญที่ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์
2
โรคหัวใจนี้มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน บางรายอาจมีสุขภาพปกติแข็งแรงดี แต่อยู่ๆ ก็มีอาการผิดปกติ อาการผิดปกติที่สำคัญที่สุดที่สามารถสังเกตได้ เช่น
1
  • เจ็บแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรมากดทับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตรงกลางอก และเป็นนานเกินกว่าหนึ่งนาทีขึ้นไป
  • เจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปยังบริเวณคอ กราม ไหล่และแขนทั้งสองข้าง
  • มีเหงื่อออกตามร่างกาย
  • เหนื่อยง่าย หายใจถี่กระชั้น
  • วิงเวียน หน้ามืด
  • ชีพจรเต้นเร็ว
2
หากพบอาการผิดปกติข้างต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที อย่าละเลยหรือปล่อยทิ้งไว้โดยเด็ดขาด
1
📍 การป้องกันโรคหัวใจวาย หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
2
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ไม่รับประทานอาหารที่มีไขมันและแคลอรีสูง หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็มจัด อาหารจานด่วนหรืออาหารสำเร็จรูป ลดเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล และเน้นการบริโภคผักและผลไม้ให้มากขึ้น
  • หยุดสูบบุหรี่
  • ลดความเครียด
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
3
ทั้งนี้ กุญแจสำคัญของการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่เกิดจากการมีลิ่มเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน คือ เวลา ทุกนาทีที่เสียไปขณะที่เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน จะสามารถบอกได้ว่าอนาคตของผู้ป่วยจะเป็นอย่างไร ดังนั้นถ้ามีอาการผิดปกติต่างๆ เช่น แน่นหน้าอกเฉียบพลัน เหนื่อย หรือสงสัยว่าตนเองจะเป็นโรคหัวใจหรือไม่ อย่ารอช้า ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะแพทย์จะสามารถทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าและให้การวินิจฉัยได้ภายใน 5 นาที
5
นอกจากนี้ในแต่ละโรงพยาบาลยังมีการกำหนด Golden period ซึ่งเป็นเวลาที่จะต้องช่วยเหลือผู้ป่วยให้ทัน เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์กำหนด golden period ไว้ที่ 60 นาที นั่นหมายถึง เมื่อผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอกเฉียบพลันและมาถึงโรงพยาบาล แพทย์สามารถให้การรักษาโดยการเปิดเส้นเลือดหัวใจได้ภายใน 60 นาที ซึ่งจะช่วยให้สามารถรักษากล้ามเนื้อหัวใจที่ดีของผู้ป่วย ช่วยให้ผู้ป่วยรอดพ้นจากภาวะหัวใจโตและกลับมามีชีวิตได้ใกล้เคียงคนปกติมากที่สุด
3
นอกเหนือจากผู้ป่วยกลุ่มที่มีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจแล้ว ยังมีผู้ป่วยอีกกลุ่มคือ ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบซึ่งไม่ได้มีลิ่มเลือดอุดตัน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการเมื่อหัวใจต้องทำงานหนัก เช่น ตอนที่ออกแรง หรือมีภาวะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ซึ่งหัวใจจะเต้นเร็วและมีไข้สูง ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องควบคุมดูแลเรื่องปัจจัยเสี่ยง เช่น ควบคุมเบาหวาน ความดันโลหิต และไขมันในเลือดให้ดี ร่วมกับการรับประทานยา ซึ่งมักจะได้ผลค่อนข้างดี
1
แต่ถ้าผู้ป่วยยังมีอาการ เช่น ขึ้นบันได 2-3 ชั้นแล้วเหนื่อย แน่นหน้าอก แพทย์อาจจะพิจาณาวิธีการรักษาอื่น ๆ เช่น ขยายหลอดเลือด ทำบายพาส แต่ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ความเร่งรีบของการรักษาจะไม่เร่งด่วนเท่ากับผู้ป่วยกลุ่มที่มีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลัน
1
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยกลุ่มใด หากพบอาการผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที อย่าละเลยหรือปล่อยทิ้งไว้โดยเด็ดขาด ควรระลึกอยู่เสมอว่าทุกนาทีมีค่าต่อชีวิต โดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน การได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องทันเวลา ย่อมส่งผลต่อชีวิตที่ดี สุขภาพที่แข็งแรง และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข
3
120 ถูกใจ
405 แชร์
40.4K รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
  • 120
    โฆษณา