เงินที่ได้จากธุรกิจ จริงๆแล้วเหลือเป็นเงินสดกี่บาท?
ท่านที่ติดตามเพจมา อาจจะทราบมาแล้วว่า การทำงบกำไรขาดทุนนั้นตั้งอยู่บนเกณฑ์คงค้าง (accrual basis) ซึ่งหมายความว่า รายการบางอย่างเราอาจจะยังไม่ได้รับหรือจ่ายเงินจริงก็ได้
ตัวอย่างเช่น การบันทึกค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรเป็นค่าใช้จ่ายในงวด ทั้งที่ไม่มีการจ่ายเงินออกไปจริง หรือการซื้อวัตถุดิบที่ได้รับเครดิต (เชื่อ) ก็บันทึกเป็นค่าซื้อวัตถุดิบได้เต็มจำนวน โดยที่ยังไม่จ่ายเงิน
1
ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องดู งบกระเเสเงินสด ว่าสุดท้ายเเล้วเราจะมีเงินสดเหลืออยู่จริงเท่าไหร่ เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจขาดสภาพคล่อง หรือ เกิดการหมุนเงินสดไม่ทัน โดยกระเเสเงินสด หรือ cashflow นั้นเเบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกัน
📌 กระเเสเงินสดกิจกรรมดำเนินงาน
กระเเสเงินสดนี้ได้มาจากการทำธุรกิจของโดยตรง คือ เมื่อรับเงินสดจากการขายของมาเท่าไหร่ จ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเท่าไร เบ็ดเสร็จเเล้วมีเงินเหลือจากการประกอบกิจการเท่าไหร่
- กระแสเงินสดจะเป็นบวก เมื่อได้รับเงินจากการขายสินค้าหรือให้บริการ
- กระแสเงินสดจะเป็นลบ เมื่อมีการจ่ายเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ
📌 กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน
เนื่องจากกิจกรรมในส่วนนี้มักมีการจ่ายเงินออกไปลงทุนในกิจการ กระแสเงินสดจากกิจกรรมนี้จึงมักจะติดลบ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เช่น การซื้อเครื่องจักร รถยนต์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
ในทางกลับกันกระเเสเงินสดอาจเป็นบวกได้หากคุณมีการขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้เเล้วออกไป
- กระแสเงินสดจะเป็นบวก เมื่อได้รับเงินจากการขายสินทรัพย์ออกไป
- และกระแสเงินสดจะเป็นลบ เมื่อมีการจ่ายเงินซื้อสินทรัพย์เพื่อการลงทุน
📌 กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน
กระเเสเงินสดนี้ เป็นเงินที่ได้มาจากการหาเงินเข้ากิจการเพื่อเติมสภาพคล่องให้ธุรกิจหมุนเวียนไปได้ ซึ่งการหาเงินมีจาก 2 แหล่ง คือ จากเจ้าหนี้โดยการกู้ยืม หรือจากเจ้าของโดยการลงทุนเพิ่ม
- กระแสเงินสดจะเป็นบวก เมื่อได้รับเงินจากเจ้าหนี้หรือนายทุนมา
- และกระแสเงินสดจะเป็นลบ เมื่อจ่ายดอกเบื้ย จ่ายปันผล หรือจ่ายคืนเงินต้น
การทำงบกระเเสเงินสดจะทำให้เราเห็นภาพรวมว่าเมื่อได้รับเงินจากทั้ง 3 กิจกรรมแล้ว เงินจะไหลไปอยู่ที่ไหนบ้างและเหลือถึงมือเราจริงๆ เท่าไหร่นั่นเอง
เรียบเรียงโดย : ลงทุนในบัญชีและภาษี
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยือนค่ะ 😊
ติดตามอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา