26 ธ.ค. 2022 เวลา 13:53 • ความคิดเห็น
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ขณะที่ผมกำลังเตรียมทำข้าวต้มปลาให้ “พระในบ้าน” อยู่นั้น
1
ผมเปิดทีวีช่อง TNN เอาไว้ และเป็นตอนที่ทางรายการ TNN Wealth Guide ได้สัมภาษณ์นักลงทุนอาชีพรายใหญ่ท่านหนึ่ง ที่มีชื่อว่า คุณทิวา ชินธาดาพงศ์ หรือ คุณมี่
ผมเองมีพื้นฐานการศึกษามาทางด้านเทคโนโลยี เนื่องจากผมชื่นชอบรถยนต์มาตั้งแต่สมัยเด็กๆ และผมไม่มีพื้นฐานทางด้านการเงินการลงทุนใดๆเลย
แต่สมัยที่ผมไปเดินดูหนังสือรถยนต์ ผมมักจะแวะเวียนไปยังชั้นหนังสือกลุ่ม “Business & Investment” อยู่บ้าง เพื่อ “เปิดหูเปิดตา” สู่วงการที่ผมไม่รู้จักเลย
ผมสังเกตเห็นชื่อ Warren Buffett อยู่บนปกหนังสือในชั้นนั้นอยู่หลายๆเล่ม ผมเลยเดาว่า บุคคลท่านนี้คงเป็น “somebody” ในวงการการลงทุนอย่างแน่นอน แต่ผมก็ไม่รู้จักท่าน และไม่ได้ศึกษาการลงทุนแต่อย่างใด
จวบจนยุคของ Youtube เมื่อความสามารถด้านภาษาอังกฤษของผมพัฒนาขึ้น ผมได้ชมคลิปของท่าน Warren Buffett มากขึ้น และมีความสนใจใน “ปรัชญาการใช้ชีวิต” ของท่านมากขึ้น แต่ผมก็ยังไม่ได้สนใจเรื่องการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แต่อย่างใด
1
เพราะผมมองว่า “การลงทุน” โดยเฉพาะการซื้อหน่วยลงทุนหรือหุ้นนั้น นักลงทุนต้องอาศัย “ข้อมูล” มหาศาลในการวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ “ซื้อ-ขาย” หน่วยลงทุนนั้นๆ ไม่ต่างจากที่นักพยากรณ์อากาศต้องใช้ Supercomputers และ mathematical models ที่มีความซับซ้อนยืดยาวชวนวิงเวียน ในการใช้พยากรณ์อากาศ ฉันใดฉันนั้น
ย้อนกลับมาวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมฟังคุณมี่ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนของเขา ผมมองว่าคำพูดของคุณมี่ มีหลักการน่าสนใจ มีการเปรียบเทียบที่แหลมคมชัดเจน โดยใช้ภาษาแบบง่ายๆชาวบ้านๆ
แต่ผมไม่รู้จักนักลงทุนไทยท่านใดเลยโดยละเอียด ก็เลยไม่รู้จะเริ่มติดตามเรียนรู้จากท่านใดก่อน
หลังฟังรายการจนจบ ผมลองค้นหาข้อมูลของคุณมี่ดู จนในที่สุดผมพบว่าคุณมี่เคยขับรถให้วินมอเตอร์ไซค์มาก่อน ผมเลยมองว่านี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากๆ
หลังจากค้นข้อมูลและชมคลิปของคุณมี่ไปสองสามคลิป ผมขอสรุปข้อมูลคร่าวๆของนักลงทุนรายใหญ่อย่างคุณมี่ให้ฟังดังนี้
คุณมี่เติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นกลางในกรุงเทพ คุณพ่อของคุณมี่เป็นผู้จัดการร้านอาหารและท่านเรียนจบปริญญาโทจากออสเตรเลีย ส่วนคุณแม่ของคุณมี่ท่านเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว
คุณมี่ไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนในโรงเรียน จนมักสอบตกเป็นประจำ และทางบ้านคิดว่าคุณมี่น่าจะออกมาช่วยขายของมากกว่า แต่ “อาม่า” ของคุณมี่ท่านมักบอกว่า คนเก่งอย่างคุณมี่ ถ้าเรียนไม่เก่งตอนประถม พอขึ้นมัธยมก็เก่งเอง
และถ้าไม่เก่งตอนมัธยม ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็เก่งเอง แต่ผลการเรียนของคุณมี่ก็ไม่เคยดีขึ้นเลย
แม้กระนั้น “อาม่า” ก็บอกว่า คนเก่งอย่างคุณมี่ถ้าเรียนไม่เก่ง ตอนทำงานก็เก่งเอง
จนกระทั่งคุณมี่เรียนจบ ม.3 คุณมี่ไม่เรียนต่อ และไปขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามคำชักชวนของคนรู้จัก ซึ่งสมัยนั้นมีรายได้ราว 1,000 บาท/วัน
คุณมี่ยังได้ทำงานอีกหลากหลายอาชีพเช่น พนักงานขาย จนในที่สุดคุณมี่ได้ค้าขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จนมีเงินเก็บราว 4 ล้านบาท และเขาได้เปิดร้านเกมส์จนเขามีเงินเก็บราว 10 ล้านบาทในวัยราวสามสิบเท่านั้น!
มีอยู่วันหนึ่ง คุณมี่ไปเดินห้าง และได้พบกับงานสัมมนาทางการลงทุนโดยมีอาจารย์ในวงการนี้ มาให้ความรู้ ซึ่งผมเข้าใจว่าอาจารย์ท่านนั้นก็คือ
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ตอนแรกคุณมี่มองการลงทุนเป็นเหมือนการเสี่ยงโชคมากกว่า
แต่ท่านอาจารย์ให้ความรู้ว่า การลงทุนก็คล้ายๆการทำธุรกิจ เพียงแต่เราลงเงินให้กับกิจการที่เราสนใจ แล้วถ้ากิจการมีผลประกอบการดี เราก็ได้ผลตอบแทนดีไปด้วย
หลังจากวันนั้นคุณมี่มุ่งมั่นกับการศึกษาการลงทุนเป็นอย่างมาก จนคุณมี่นำเงินเก็บ 5 ล้านบาทมาลงทุน และเขาเสียเงินไปกับการลงทุนถึง 2.6 ล้านบาท
ในเวลาต่อมา
แต่คุณมี่ก็ไม่ได้ย่อท้อ จนคุณมี่ใช้เงินที่ยังเหลือกลับไปลงทุนจนทุกวันนี้คุณมี่มีมูลค่าการลงทุนนับร้อยนับพันล้านบาทแล้วตามความเข้าใจของผม
และนี่เองที่เป็นเหตุให้ผมได้รู้จัก idol ที่เป็นนักลงทุนชาวไทยคือ “คุณมี่” ที่จบการศึกษาเพียงชั้น ม. 3
2
แต่คุณมี่ได้พยายามอย่างหนักในการผันตัวมาเป็นนักลงทุนมืออาชีพที่ต้องทำการเรียนรู้อย่างมากมายเกินจินตนาการ จนกระทั่ง วิธีคิดวิเคราะห์และกลยุทธ์การลงทุนของคุณมี่ ก้าวกระโดดฐานความรู้ของ เด็กม.สาม ที่มีผลการเรียนย่ำแย่ ไปสู่นักลงทุนแนวหน้าของประเทศได้อย่างน่านับถือและน่าอัศจรรย์เหนือจินตนาการ
1
จนเรื่องราวของคุณมี่ ได้มาเป็นแรงบันดาลใจให้กับผมอย่างที่ผมเองไม่เคยมีแรงบันดาลใจเช่นนี้มาก่อนเลย!
และคุณมี่ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจคือ
ถ้าหากคุณสามารถลงทุนโดยมีอัตราผลตอบแทนราว 26% ต่อปี ไปทุกๆปี เป็นเวลา 10 ปี คุณจะมีเงินเป็น 10 เท่าของเงินก้อนแรกที่คุณเริ่มลงทุนในปีแรก
เช่น ถ้าหากคุณเริ่มลงทุนด้วยเงิน หนึ่งแสนบาท แล้วคุณสามารถบริหารจัดการ portfolio ของคุณให้ได้ผลตอบแทน 26% ต่อปี ไปเป็นระยะเวลาสิบปี
ณ ปีที่สิบ คุณจะมีเงิน 1 ล้านบาท
สองสามวันที่ผ่านมา ผมจึงเริ่มแบ่งเวลามาฟังข้อมูลการลงทุนจากคลิปของคุณมี่ บน Youtube มากขึ้น และผมเตรียมอ่านหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนมากขึ้น เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางในสายนักลงทุนของผม
โดยมิได้มีความร่ำรวยเป็นจุดหมายปลายทาง หากแต่มี “ความท้าทายในการศึกษาหาความรู้” เป็นเข็มทิศชี้นำการออกเดินทางไกลครั้งนี้! จนทำให้ผมอดนึกถึงคำพูดตอนหนึ่งของ idol ในวงการ social media marketing ของผมที่ชื่อ Gary Vaynerchuk ที่ได้กล่าวไว้ในคลิปของเขาท่อนหนึ่งใจความประมาณว่า
“......people want stuff......
I don’t want stuff. I want sweats and pains..... and gratitude..... and happiness that come along with the works!”
2
“I want the works.....I don’t want stuff!”
และนี่แหละครับ ที่ผมมองว่า ชีวิตการเป็นนักลงทุนของผมได้ “ก้าวไปอีกขั้น” โดยมี “ก้าวแรก” ด้วยแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของคุณมี่
ไปเรียบร้อยแล้ว!
โดยถึงแม้ผมจะไม่มีพื้นฐานด้านการเงินการลงทุนใดๆเลย ผมก็พยายามหาข้อมูลจนเขียนเป็น posts ตอบคำถามของหมวด Q&A บน platform นี้จนมีท่านผู้สนใจเข้ามาศึกษาเป็นจำนวนมาก!
ดังเช่น
post นี้สำหรับสาย Cryto ครับ
โฆษณา