26 ม.ค. 2023 เวลา 05:00 • ไลฟ์สไตล์

5 สิ่งของอันตรายเสี่ยงรถบึ้ม

แม้ว่าโอกาสที่สิ่งของเหล่านี้จะมีโอกาสทำให้ไฟไหม้รถยนต์ได้น้อย แต่ด้วยอากาศในเมืองไทยที่มีอุณหภูมิสูง
หากรถยนต์ที่จอดรถตากแดดทิ้งไว้โดยไม่มีการติดฟิล์มกระจก จะมีความร้อนภายในรถสูงถึง 60 องศาเซลเซียส จนทำให้สิ่งของที่หลายคนมักเอาทิ้งไว้ในรถเหล่านี้มีโอกาสเป็นชนวนให้เกิดไฟไหม้รถยนต์ได้
1. ไฟแช็ก เพราะไฟแช็กถูกอัดด้วยแก๊สเชื้อเพลิงในรูปของเหลวเมื่อเจออุณหภูมิสูง แก๊สจะขยายตัวทำให้ติดไฟและระเบิด
2. กระป๋องสเปรย์ สารเคมีในกระป๋องสเปรย์ก็เป็นจำพวกไวไฟ หากอุณหภูมิภายนอกยิ่งสูงขึ้นทำให้กระป๋องโลหะสะสมความร้อนจนระเบิดได้ในที่สุด
3. แบตเตอรี่สำรอง แบตเตอรี่จะมีฉนวนป้องกันลัดวงจร เมื่ออากาศร้อนขึ้นการลัดวงจรจะเกิดได้ง่ายขึ้น ประกอบกับแบตเตอรี่ที่ใช้ไปแล้วมีการเสื่อม หรือไม่ได้คุณภาพ ก็ทำให้ระเบิดเกิดไฟไหม้รถยนต์ได้
4. โทรศัพท์มือถือ เช่นเดียวกันกับแบตเตอรี่สำรอง ควรนำพกติดตัวไว้ห้ามทิ้งไว้ในรถนอกจากจะทำให้พลาดการติดต่อแล้ว ยังเสี่ยงที่จะทำให้ไฟไหม้รถยนต์ได้
5. แผ่นยางกันลื่น ยางเมื่อโดนความร้อนเป็นเวลานาน จะละลายติดไปกับคอนโซลจนทำให้คอนโซลเสียหายได้นั่นเอง
2
  • วิธีดูแลรถยนต์ไม่เสี่ยงไฟไหม้รถยนต์ ต้องทำอย่างไร
การดูแลและบำรุงรักษารถยนต์ของคุณ จะลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดไฟไหม้รถยนต์ได้ ทั้งนี้คุณสามารถดูแลและบำรุงรักษารถยนต์ได้ด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันปัญหาไฟไหม้รถยนต์ได้ด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
1
1. หมั่นตรวจเช็คและเติมน้ำภายในหม้อน้ำให้อยู่ในระดับพอดีอยู่เสมอ
2. ตรวจสอบท่อน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอว่าไม่มีรอยรั่ว หรือรถยนต์ที่ติดแก๊สตรวจดูว่าตามข้อต่อของท่อแก๊สไม่มีรอยรั่วหรือไม่
1
3. หมั่นก้มลงไปดู ใต้ท้องรถว่าไม่มีรอยน้ำมันรั่วซึมหยดลงที่พื้น หากมีคราบให้นำรถเข้าตรวจสอบหารอยรั่วทันที
4. หากเปิดกระโปรงหน้ารถแล้วสังเกตเห็นเขม่าดำติดอยู่โดยรอบ หมายความว่าเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ ให้รีบนำรถเข้าตรวจเช็คเพื่อทำการหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาทันที
5. สังเกตสายไฟในรถยนต์ว่ามีการชำรุด ขาด หรือไม่ เพราะสายไฟขาดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดประกายไฟและนำมาซึ่งเหตุไฟไหม้รถยนต์ได้นั่นเอง
  • ประกันคุ้มครองไฟไหม้รถยนต์ด้วยหรือไม่?
เหตุการณ์ไฟไหม้รถยนต์ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มความคุ้มครองในการเดินทาง การทำประกันรถยนต์ จะช่วยคุ้มครองในกรณีไฟไหม้รถยนต์ได้เช่นกัน ทั้งนี้กรณีไฟไหม้รถยนต์ ประกันชั้นที่จะคุ้มครองครอบคลุมนั้น
ได้แก่ ประกันชั้น 1 2+ และ 2 เท่านั้น สำหรับประกันชั้น 3+ และ 3 จะไม่คุ้มครอง โดยความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้รถยนต์ จะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ได้แก่
  • กรณีเสียหายสิ้นเชิง
กรณีเสียหายสิ้นเชิง หมายถึง ความเสียหายจากไฟไหม้รถยนต์รุนแรงเกินกว่า 70% ของสภาพรถ หรือไม่สามารถซ่อมแซมรถยนต์ให้กลับมาสภาพเดิมได้อีก
1
สำหรับกรณีนี้ทางบริษัทประกันจะทำการจ่ายค่าเสียหายให้เต็มจำนวน 100% ของทุนประกันสูงสุดตามที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ (ทุนประกันขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทประกันภัย)
  • กรณีเสียหายบางส่วน
1
กรณีเสียหายบางส่วน หมายถึง ความเสียหายจากไฟไหม้รถยนต์ที่ยังไม่รุนแรงมากนัก สามารถซ่อมแซมรถยนต์ให้กลับมาสภาพเดิมได้
แต่จะมีทางเลือกให้กับผู้เอาประกันว่าจะซ่อมรถให้กลับมาเหมือนเดิม หรือ รับเงินชดเชยความเสียหายในส่วนนี้แทน (ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของบริษัทประกันภัย)
1
รถติดแก๊ส ประกันจะไม่คุ้มครองกรณีใดบ้าง
1. เมื่อติดตั้งแก๊สหลังจากทำประกันรถยนต์ แล้วไม่ส่งเอกสารยืนยันการติดตั้งแก๊สให้บริษัทประกัน
2. หลังจากได้ติดตั้งแก๊สที่รถ ไม่มีการแจ้งกรมขนส่งทางบก
3. ติดตั้งถังแก๊สที่ไม่ได้รับมาตรฐานคุณภาพ มอก.(มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม)
1
4. เป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
3
วิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์
รถที่มีอายุการใช้งานนาน รถที่มีการปรับแต่งสภาพ อะไหล่ชิ้นส่วนที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงรถที่ไม่ค่อยได้รับการดูแลและบำรุงรักษาตามระยะ มีโอกาสที่จะเกิดไฟไหม้รถยนต์ได้ ทั้งนี้หากเกิดกรณีไฟไหม้รถยนต์ คุณจะต้องปฏิบัติตนดังนี้
  • กรณีได้กลิ่นเหม็นไหม้
หากขับรถอยู่ดี ๆ ได้กลิ่นเหม็นไหม้ภายในรถ ควรนำรถจอดเข้าข้างทาง ดับเครื่องยนต์ และโทรเรียกช่างเข้ามาตรวจสอบ
  • กรณีไฟไหม้เล็กน้อย
หากไฟไหม้รถยนต์เล็กน้อย ยังพอสามารถควบคุมเพลิงได้เบื้องต้น ให้ปฏิบัติตามนี้ก่อน
1. รีบนำรถจอดข้างทางในทันที
2. รถติดตั้งระบบแก๊ส ให้ปิดสวิตช์ เพื่อตัดการทำงานของระบบแก๊สและดับเครื่องยนต์
3. หากไฟไหม้รถเพียงเล็กน้อยให้ควบคุมเพลิง โดยใช้ถังดับเพลิงเคมีฉีดพ่นบริเวณต้นเพลิงให้ดับสนิท
4. หากมีเปลวไฟออกมาจากฝากระโปรงรถ ให้ปลดสลักฝากระโปรง และฉีดพ่นผ่านทางช่องฝากระโปรงที่แง้มไว้ ห้ามเปิดฝากระโปรงในทันที เพราะจะทำให้ไฟลุกลามมากขึ้น เมื่อไฟเริ่มสงบลง จึงค่อย ๆ เปิดฝากระโปรง
6. หากไฟดับสนิทให้รีบถอดขั้วแบตเตอรี่ออก เพื่อไม่ให้ไฟไหม้รถยนต์อีกครั้ง
  • กรณีไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว
กรณีเพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ให้รีบออกห่างจากรถที่เกิดไฟไหม้โดยเร็วที่สุด โดยออกจากรถอย่างน้อย 30 เมตร เพื่อป้องกันรถระเบิด จากนั้นให้รีบโทรแจ้ง ศูนย์รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ 199 หรือหน่วยกู้ภัยทันที
ไฟไหม้รถยนต์ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนำมาซึ่งความความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินไม่น้อย หากไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น การหมั่นดูแลรักษารถยนต์ในส่วนต่าง ๆ ตามระยะเวลา
เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเมื่อครบระยะ หากเกิดอาการผิดปกติเกี่ยวกับตัวรถหรือเกิดไฟเตือนที่หน้าคอนโซลรถ คลิก ควรรีบนำไปเช็คและแก้ไขปัญหาโดยด่วน
หากมีการเปลี่ยนอะไหล่ควรเลือกอะไหล่แท้ที่ได้มาตรฐาน มีการตรวจสุขภาพรถเป็นประจำทุกปี หรือเช็ครถก่อนออกเดินทางไกล เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดปัญหารถเสียระหว่างทางหรือจะได้ไม่เกิดปัญหาไฟไหม้รถยนต์ได้
ทั้งนี้โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเป็นไปได้เสมอ เพราะฉะนั้นการทำประกันรถยนต์คุ้มครองรถไว้จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของรถควรทำติดรถไว้ ทั้งนี้ประกันรถยนต์ที่คุ้มครองกรณีไฟไหม้รถยนต์ได้นั้นมีเฉพาะประกันรถยนต์ชั้น 1 2+ และ 2
หากสนใจและกำลังมองหาบริษัทประกันใกล้บ้าน สามารถติดต่อได้ที่เฮงลิสซิ่งทุกสาขา มีให้เลือกหลายแผนตามความต้องการ ซื้อง่าย ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน ผ่อนสบายนานสุด 12 เดือน
โฆษณา