ใครหลายคนตกม้าตายตอนพูดคุยกับคนอื่น ทำงานเก่ง ฉลาดเป็นกรด แต่พอเอ่ยปากออกมา คนฟังถึงกับงงงวย นี่หลุดมาจากป่าไหนหรือเปล่า พูดอะไร คิดอะไรเข้ารกเข้าพงจนน่าตกใจ
1
เชื่อไหม ทุกการกระทำที่คุณสื่ออกมา ทุกคำพูดที่คุณเอ่ยมันทุกวัน ทุกอย่างกำลังแสดงถึงความคิดลึกๆ ในใจคุณ วิสัยทัศน์ เป้าหมายและนิสัย เรื่องราวเหล่านี้มันชัดเจนได้ง่ายๆ จากสิ่งที่คุณกำลังแสดงออกมา คุณควรเลือกสิ่งที่กำลังจะแสดงออกไปให้ดี อย่านำเสนอตัวเองในทางที่ส่งผลร้ายกับตัวคุณเอง
อย่าเป็นคนเก่งที่สื่อสารไม่เป็น อย่าเป็นคนฉลาดที่ไม่เฉลียว เอาว่า ถ้าอยากให้ชีวิตดีขึ้น มีทิศทางและแนวโน้มเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ก็ต้องมาอ่านเรื่องราวนี้ต่อกันค่ะ มาอ่านเลยค่ะ
1. เข้าใจว่าทุกการสื่อสาร ว่ามันสามารถแสดงถึงเจตจำนงค์ของคนใช้ด้วยเสมอ
1
ทุกคำพูด ทุกการกระทำที่สื่อออกไป ทุกสิ่งมันมีนัยซ่อนอยู่เสมอ อย่างเช่น มันกำลังสื่อว่าคุณกำลังคิดบวกหรือคิดลบ คุณกำลังมองตามความเป็นจริงหรือกำลังพูดแบบมีอคติ ทั้งหมดนี้ มันสามารถสะท้อนจากคำพูดและการกระทำของเราอยู่เสมอ
ดังนั้นการแสดงออกอย่างมีทัศนคติที่ดี ที่น่าเชื่อถือ อย่างการแสดงออกในเชิงบวก มองโลกในมุมดีๆ เป็นสิ่งที่คุณจำเป็นต้องสื่อออกไปให้คนอื่นรับรู้รับทราบ มันทำให้ผู้อื่นสบายใจและรู้สึกผ่อนคลายเมื่ออยู่ใกล้คุณ เพราะว่าเราชอบคนคิดบวกมากกว่าคนคิดลบนั่นเอง
2. พูดแบบไหน ต้องทำแบบนั้นด้วย
1
เรื่องเล่าที่น่าตลก แต่มันเป็นตลกร้าย เรื่องราวของคุณพ่อนักดื่มที่ชอบสอนลูกชายวัยรุ่นไม่ให้ดื่มเหล้า สอนกันทีไรก็ทะเลาะกันทุกที ด้วยข้ออ้างเดียวคือ "พ่อดื่มได้ทำไมผมถึงจะดื่มไม่ได้"
ต่อให้พ่ออ้างว่า เพราะลูกยังเด็ก เหล้ามันไม่ดีต่อสุขภาพ ดื่มแล้วเดี๋ยวจะกลายเป็นสำมะเลเทเมา มันอันตรายต่อสุขภาพอะไรต่างๆ นานา คุณว่าลูกชาย จะตอบว่าอะไร เขาก็ตอบว่า "ก็พ่อยังดื่มเลย" จบประโยคนี้ก็ทะเลาะกันต่อยาวเลยแน่นอน
ดังนั้น การรักษาคำพูดและการกระทำของเราจึงสำคัญมาก เราเป็นคนแบบไหน การแสดงออก คำพูดที่พูดก็ต้องเป็นเช่นนั้น มันเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคนที่เราสื่อสารด้วย ความน่าเชื่อก็จะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก
ดังนั้น อยากเป็นคนพูดน่าเชื่อถือ คุณก็ต้องวางตัวให้ดูน่าเชื่อถือด้วยเช่นกัน หรืออยากให้เป็นการพูดที่มีเสน่ห์น่าหลงไหล คุณก็ต้องทำตัวให้มีเสน่ห์น่าสนใจ หรือเรียกว่าสร้างคาแรคเตอร์ ให้เหมาะกับตัวเองอะไรแบบนั้นไงละ ถ้าอยากมีตัวตนแบบไหนก็ต้องสร้างทุกอย่างให้มันครอบคลุมสิ่งนี้นี่ละ
3. สื่อให้เห็นอย่างคนมีปัญญา
1
คนมีปัญญาคือ คนที่สื่อสารแบบที่คนอื่นยอมรับ มีเหตุผล มีตรรกะ มีความเป็นไปได้ ส่วนคนที่ด้อยปัญญา คือคนที่พูดไปเรื่อย เจื้อยแจ้วแบบเดียวกับนกแก้วนกขุนทอง
เป็นคนที่มักลืมคิดถึงหลักความเป็นจริงว่า ต้องคิดให้ดีก่อนจะพูดอะไรออกไป คนจริงเขาต้องมีความรับผิดชอบในเรื่องที่พูดด้วย ไม่ใช่พูดก่อนแล้วค่อยมาคิดทีหลัง ต้องระลึกไว้เสมอว่า คำพูดเป็นนายกายเป็นบ่าว อย่างที่โบราณว่ามา พอลองได้พูดแล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น หากคิดลบๆ พูดลบๆ ชีวิตวิตก็จะได้แต่สิ่งลบๆ เช่นกัน
1
ทางที่ดีก่อนที่จะพูดต้องอะไรออกไป ต้องผ่านการวิเคราะห์ถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หรือเรื่องราวทั้งหมดก่อน ถึงค่อยจะกล่าวอะไรออกไป ไม่เช่นนั้นเราอาจกลายเป็นคนที่พูดไปเรื่อย ไม่มีความน่าเชื่อถือ จะเสียเครดิตไปเปล่าๆ ก็เป็นได้
4. รู้จักตั้งคำถามแบบฉลาด
ึคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่า การถามตอบ เป็นเรื่องเบื้องต้น เป็นสิ่งเบสิคพื้นฐานที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร แบบว่าถามมาตอบไป ทำแบบนี้กันวันละร้อยรอบพันรอบไม่เห็นจะมีอะไร
ถ้าคุณคิดแบบนี้ คุณกำลังเข้าใจผิดแบบร้ายแรง เพราะทุกการสื่อสาร ไม่ว่าจะคุยกันแบบธรรมดา แค่การทักทายกัน รูปแบบของคำถามหรือคำตอบ หรือจะเป็นการตะโกนด่าทอกัน สบถคำหยาบออกมา ทุกสิ่งมันมีอะไรแฝงอยู่ทั้งนั้น
เพราะผู้คนสามารถตัดสินนิสัยใครซักคนอย่างรวดเร็วด้วยเรื่องราวเหล่านี้
ยิ่งการตั้งคำถามธรรมดานี่ละ ยิ่งเป็นสิ่งหลอกลวงคุณได้ง่าย ว่ามันไม่มีอะไรสำคัญ แค่ถามๆ มันออกไปก็คงจบ แต่เปล่าเลย ผู้คนสามารถอ่านคุณทะลุปรุโปร่งได้สบายๆ มันสามารถแสดงถึงไอคิวหรืออีคิวของคนถามได้เลยนะ จะบอกให้
ยกตัวอย่างคำถามแย่ๆ ส่อถึงความคิดคนถาม คนพูดว่า ไม่ฉลาดพูดได้ขนาดไหน อย่างเช่น นานๆ เจอกันที แต่เพื่อนเก่าคุณกลับทักว่า ทำไมหน้าดูแก่จัง ไม่บำรุงเลยเหรอ
2
หรือจะเหตุการณ์ที่ทำงาน ทั้งที่ก็เป็นคนที่ไม่ได้คุ้นเคยกันมาก แต่พอคุณมีรายช้ำที่หน้าจากรถล้ม อยู่ๆ เขาก็เข้ามาถามคุณว่า เป็นอะไร โดนสามีซ้อมมาหรือไง เจอคำถามแบบนี้ใครฟังก็คงถึงกับสะอึกกันทีเดียว นี่ละเอาตัวอย่างง่ายๆ ที่ฟังยากจริงๆ
แค่นี้ คุณน่าจะพอนึกออกแล้วว่า การตั้งคำถามที่ดีคืออะไร การพูดไม่กี่คำออกมา ภาพลักษณ์คุณอาจปลิวหายไปได้ในทันที ทำให้คนอยากเลี่ยงคุยกับคุณได้ไม่ยาก
รู้ไหมว่า การตั้งคำถามที่ดีไม่ได้ทำกันง่ายๆ เลย มันต้องผ่านฝึกฝนมาก่อน ต้องเริ่มต้นที่จะเป็นหัดเป็นผู้ฟังที่ดี เริ่มจับจุดว่า ทำยังไงถึงจะเป็นผู้คิดที่ดีให้ได้ แล้วถึงจะมีความสามารถในการตั้งคำถามได้อย่างมืออาชีพ แบบคนที่มีวุฒิภาวะเขาทำกัน เพราะคำตอบที่ดี มาจากคำถามที่ดีด้วยเช่นกัน
และนี่ละ เรื่องง่ายๆ สามสี่เรื่องเกี่ยวกับใส่ใจในการสื่อสารให้ดี เรื่องที่ต้องรู้และจดจำไว้เสมอ ถ้าอยากนำเสนอตัวเองให้เป็น อยากทำให้ผู้คนประทับใจคุณ ทำอะไรก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไป แค่ใส่ใจการสื่อสารของคุณให้ดีขึ้นอีกนิดก็เท่านั้นเอง ส่งกำลังใจให้กันทุกๆ วันค่ะ
🦙 ชอบก็กดไลค์ ใช่ก็กดแชร์
ถ้าจะให้ดีแน่ๆ ก็กดติดตามมานะคะ
ติดตามเราตามช่องทางอื่นๆ
• Youtube (เสียงอ่านบทความ) https://youtube.com/channel/UCBddu-n2Z6GQg3N66F2FnSg
เสียงอ่านบทความนี้ : https://youtu.be/xtCv-FxHGwg
20ถูกใจ
9แชร์
1.8Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      แฟนคลับเท บัตรคอนเสิร์ตคินน์พอร์ชฯ หลังเกิดแฮชแท็กร้อน #BoycottBOC เหนือเมฆสะเทือน! แฟนคลับเท บัตรคอนเสิร์ตคินน์พอร์ชฯ หลังเกิดแฮชแท็กร้อน #BoycottBOC กรณี ‘ปอนด์’ เจ้าของ Be On Cloud โพสต์ให้กำลังใจ บิว จักรพันธ์
      งานหนัก-พนักงานหมดไฟ ป้องกันอย่างไรให้องค์กรเดินหน้าต่อไปได้ ความเหนื่อยหน่ายจนทำให้พนักงานหมดไฟ คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อต้องเจอกับการทำงานหนัก หลังจากทำงานหนักเป็นเวลานานเกินไป
      สหรัฐฯจ่อลงมติห้ามใช้ TikTok ทั้งประเทศ หวั่นจีนล้วงข้อมูล สหรัฐฯ เตรียมลงมติในเดือนหน้าเพื่อห้ามใช้งาน TikTok ทั่วทั้งประเทศ เพราะมีความกังวลด้านความมั่นคงว่าจีนอาจจะใช้ TikTok เป็นช่องทางล้วงข้อมูลสำคัญจากสหรัฐอเมริกา
      สูงสุดของพลุต้องอายุแปดสิบสอง มีงานวิจัยล่าสุดของ Neuroscientist ชื่อดัง คุณแดเนียล ลีวิทอิน ซึ่งตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ "The Changing Mind : A neuroscientist’s guide to ageing well" สรุปจากการสอบถามและรวบรวมข้อมูลจากผู้คนใน 72 ประเทศว่า ความสุขสูงสุดของกลุ่มที่เขาไปเก็บข้อมูลนั้นจะอยู่ที่คนอายุแปดสิบสองปี
      ดูทั้งหมด