เมื่อมีความเจริญได้ มันก็เสื่อมได้ พัฒนาได้ ก็ทำลายได้ เราจึงได้เห็นร่องรอยชากอิฐ ชากปูน ร่องรอย ของความเจริญรุ่งเรือง แล้วก็เสื่อมสลายลงไป เหมือนจิตของผู้ที่ ที่เกิดมาอาศัยกายมนุษย์ ในแต่ละยุคสมัย ยุคที่จิตที่ดีมาเกิด ก็มีการสร้างความเจริญ สะสมอำนาจ สะสมความโลภ ยึดถือยึดครอง แก่งแย่งทรัพย์สมบัติ อำนาจ ความยิ่งใหญ่ ยิ่งโลภมาก ก็อยากจะครองทั้งโลกา ทั้งที่อาศัยสังขารมนุษย์ เพียงแค่ไม่ถึงร้อยปีตายแล้ว มันจึงมีสงครามหักล้างทำลายกัน .มาตลอด
..เจริญได้ก็เสื่อมได้ สร้างได้ก็ทำลายได้ ก็ล้วนเกิดจากฝีมือของผู้ที่มาอาศัยกายมนุษย์ชั่วขณะหนึ่ง ..เพราะว่า โลกนี้คือ กรรม .. จึงมีจิตของผู้ที่กรรม มาสร้าง บุญกุศล สร้างสิ่งที่ดีๆ อริยะธรรมดีๆ แล้วก็มีอีกฝ่ายหนึ่ง เกิดมาเพื่อจะทำลาย
จึงมีอารยธรรมที่ดี เกิดขึ้น ตรงนั้นตรงนี้ แล้วก็เสื่อมถอยไป บ้านเมืองรกร้าง เป็นป่ารก คนที่เกิดมารุ่นหลัง ก็ไปตัดไม้ในป่ามาสร้างบ้านสร้างเมือง มีอิฐหินปูนทราย แล้วก็เสื่อมกลายเป็นป่ารก คนรุ่นหลัง ก็ไปหักล้างถางป่า สร้างบ้านสร้างเมืองใหม่
มันก็สลับผลัดเปลี่ยนไปเรื่อย ไม่เคยหยุดนิ่ง ตามสภาพของจิตผู้ที่มาเกิดในแต่ละยุค เกิดมาอาศัย ..แล้วก็เกิดแก่เจ็บตายไป จิตออกจากร่าง ก็ดิ้นทุรนทุราย อยู่กับบริเวณสนามรบนั่นแหละ ไปไหนไม่ได้ มีนอนร้องครวญทุกข์เป็นนามธรรมอยู่ในกรรม..ตรงสถานที่ตายนั่นแหละ กว่าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์กับเค้าอีกครั้ง..คงนาน..ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กายมนุษย์กับเค้าอีกครั้งหนึ่ง
1
  • 4
โฆษณา