ความเคารพตัวเองต่ำ: ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

การที่เราเคารพตัวเองต่ำก็เหมือนกันภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ความล้มเหลว การถูกปฏิเสธ และ อารมณ์เชิงลบต่างๆจะจู่โจมและทำให้เรา “ป่วย” ได้ง่าย
คนมากมายล้วนอยากเป็นคนที่มีความเคารพตัวเองสูง แต่รู้ไหมคะว่า การมีความเคารพตัวเองสูงเกินไปก็อาจทำให้เราเป็นคนหลงตัวเอง และก็จะอ่อนไหวกับคำติเล็กๆน้อยๆแทบเป็นแทบตาย มีการศึกษามากมายที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการเคารพตัวเองมีในระดับ “ทั่วๆไป” ก็พอ หรือก็คือมีในระดับที่เราสามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่ทำร้ายตัวเองหรือให้ตัวเองเสียเปรียบเกินไป และในขณะเดียวกันก็ไม่เอาเปรียบหรือเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางโลกด้วย
แต่วันนี้เราจะโฟกัสไปที่คนที่เคารพตัวเองต่ำกันก่อนค่ะ ปัญหาหลักของคนกลุ่มนี้ไม่ใช่เพียงเปราะบางกับอารมณ์เชิงลบที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังไม่อนุญาตให้ตัวเองมีอารมณ์เชิงบวกอีกด้วย!
มีการศึกษาชิ้นหนึ่ง นักวิจัยให้คนที่เข้าร่วมฟังเพลงเศร้าเพื่อให้เขาอารมณ์ไม่ดี และให้เลือกว่าจะดูวีดีโอตลกเพื่อให้อารมณ์ดีขึ้นหรือไม่ คนที่เคารพตัวเองจะเลือกดู ในขณะที่คนที่เคารพตัวเองต่ำจะไม่ดูถึงแม้ว่าจะรู้ว่าจะทำให้อารมณ์ดีขึ้นก็ตาม
“การปฏิเสธความสุข” เป็นเรื่องที่อันตรายมากของคนที่ไม่เคารพตัวเอง อีกอาการที่พบเห็นได้ทั่วไปคือ “ไม่ยอมรับคำชม” คำชมจะสร้างความอึดอัดเพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ดีขนาดนั้น กลายเป็นการปฏิเสธคำชมนั้นในหัวและทำให้รู้สึกแย่กับตัวเองไปมากกว่าเดิม
และนั่นคือเหตุผลที่ทำไม “โปรแกรมเสริมสร้างความเคารพตัวเอง” แบบที่พูดคำดีๆ เช่น “เธอทำได้” “เธอคือคนสำคัญ” ให้เราฟังจึงไม่ค่อยได้ผล เพราะในสมองของคนที่ไม่เคารพตัวเองนั้นมันจะยิ่งปฏิเสธคำพูดเหล่านี้โดยที่ไม่รู้ตัว
ถ้าอย่างนั้นเราจะปฐมพยาบาลในเวลาที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้อย่างไรบ้าง? ในหนังสือ Emotional First Aid แนะนำไว้หลายวิธีทีเดียวค่ะ 🙂
วิธีรักษา A: พูดกับตัวเองเหมือนกับพูดกับคนที่คุณรัก
ลองจินตนาการว่าถ้าคนที่เรารักกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่เราจะทำยังไง เราคงไม่ด่าทอซ้ำเติมว่าคุณนี่มันไม่ได้เรื่องใช่ไหมคะ? งั้นเราก็ไม่ควรทำแบบนั้นกับตัวเองเหมือนกัน
วิธีรักษา B: ระบุและยืนยันจุดแข็ง
ถ้าเราอึดอัดกับคำชมที่คนอื่นมีให้เรา เราสามารถที่จะหาข้อดีของตัวเองได้ หาจุดแข็งของตัวเอง เขียนออกมาและระบุเหตุการณ์ที่ยืนยันจุดแข็งนั้นเพื่อให้ตัวเองเชื่อจริงๆ
วิธีรักษา C: เพิ่มความอดทนต่อคำชม
ลองเปลี่ยนมุมมองว่าคำชมที่ได้รับไม่ใช่แรงกดดันที่เราต้องเป็นคนที่เหมือนกับคำชม มันเป็นความรู้สึกดีและปราถนาดีที่คนอื่นๆมีให้เรา
วิธีรักษา D: เสริมสร้างพลังใจตัวเองให้มากขึ้น
ในหนังสือเปรียบเทียบพลังใจไว้เป็นเหมือนกล้ามเนื้อที่เวลาเราใช้ไปกับเรื่องต่างๆแล้วก็จะหมดแรงได้ง่ายๆ แต่ข้อดีคือการออกกำลังกายพลังใจเล็กๆน้อยๆเหมือนการวิ่งเบาๆก็ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อนี้ได้เหมือนกัน การออกกำลังกายเบาๆนี้คือการที่เราใช้เอาการรับรู้มาไว้ที่ร่างกาย เช่น ยืดหลังตรง ไม่ยกไหล่ หรือ เขียนหนังสือที่มือข้างที่ไม่ถนัดก็ได้เหมือนกัน
มีเรื่องง่ายๆที่คนมองข้ามคือ พลังใจต้องใช้พลังงาน ให้แน่ใจว่าเราไม่ขาดกลูโคส ถ้ารู้สึกเหนื่อยใจ ลองเชคดูว่าวันนี้พลังงานน้ำตาลที่เราได้รับเข้าไปมันเพียงพอหรือยัง
วิธีหลักที่ทำให้เรามีพลังใจคือเห็นว่าตัวเองทำสำเร็จ ลองเลือกเรื่องที่เราเห็นว่าสำคัญ วางแผนอย่างชัดเจน คาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่เป็นใจและไม่เป็นใจ และลงมือทำดู ถ้าไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร ลองทำอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป
วิธีรักษา E: เสริมสร้างความแข็งแกร่งในการควบคุมตัวเอง
พาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้ควบคุมตัวเองได้ยาก ถ้าคุณเผลอไปทำนิสัยหรือพฤติกรรมเดิมๆ มันไม่ใช่ความล้มเหลว มันเป็นแค่พลังใจที่ไม่พอชั่วคราวเท่านั้น การเจริญสติก็จะช่วยในการควบคุมตัวเองได้เหมือนกัน
—---------------
ระดับของการเคารพตัวเองมันจะขึ้นๆลงๆเหมือนกับภูมิคุ้มกันของเราเลยค่ะ มีช่วงที่แข็งแกร่ง มีช่วงที่อ่อนแอ สำหรับคนทั่วๆไป เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะอ่อนแออยู่บ้างในบางสภาพอากาศ ก็เพียงแค่รู้ตัวและยอมรับว่าช่วงนี้ภูมิตก แล้วก็ปล่อยให้จิตใจค่อยๆเยียวยาตัวเองกลับมา แต่สำหรับคนที่ภูมิตกอย่างสม่ำเสมอและจิตใจเยียวยากลับมาได้ยาก ถ้าเป็นแบบนั้นก็ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดูนะคะ 🙂
ซื้อหนังสือ Emotional First Aid ได้เลยที่
นี่คือตอนที่สุดท้ายของซีรีย์ 7 ตอน จาก 7 บทของหนังสือ Emotional First Aid แล้วค่ะ สามารถอ่านทั้งหมดทุกบทได้แล้วนะคะ :)
—————————————————————
ตอนนี้รีวิวทุกอย่างที่อ่านออกมีถึง 6 ช่องทางแล้วนะคะ 🥳
เอาใจทั้งสายอ่าน สายฟัง สาย Podcast
ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาตลอดนะคะ :D
โฆษณา