24 มี.ค. 2023 เวลา 05:00 • สิ่งแวดล้อม

“นกกุลา” นกอพยพ แห่งทุ่งแหลมดิน ทะเลน้อย

นกช้อนหอยขาว (Black-headed Ibis) มีชื่อเรียกหลายชื่อแตกต่างกันไปในแต่ล่ะท้องถิ่น บางแห่งเรียกนกค้อนหอยขาว บางแห่งเรียก นกกุลาขาว จัดอยู่ในวงศ์ Threskiornithidae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Threskiornis melanocephalus
ลักษณะ : เป็นนกที่มีขนาดใหญ่ มีปากสีดำเรียวยาว ปลายปากโค้งลงมาก ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของนกช้อนหอย หัวและคอช่วงบนเป็นหนังเกลี้ยง ๆ สีดำ ลำตัวและปีกมีขนสีขาวปกคลุมทั่ว นอกจากด้านใต้ปีกบริเวณใกล้กับขอบปีกมีเพียงหนังเปลือยเปล่าสีแดง ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเมื่อนกบิน แต่เมื่อยังอ่อนอยู่ขนที่คอสีขาว ที่หัวมีขนบาง ๆ สีน้ำตาลแก่ เมื่อโตขึ้น ขนจะค่อย ๆ บางลงจนเหลือแต่หนังสีน้ำเงินแก่หรือดำ นกกุลาขาวเป็นนกที่มีหางสั้นมาก ขายาวสีดำ ตาสีน้ำเงินดำ ขนทั่วตัวสีขาว ทั้งตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะเหมือนกัน
ถิ่นอาศัย : นกช้อนหอยขาวมีถิ่นกำเนิดในอินเดีย ศรีลังกา ทางเหนือและตะวันออกของเนปาล พม่า ไทย จีน กัมพูชา เวียดนาม ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย สำหรับประเทศไทย เคยเป็นนกประจำถิ่นที่พบทั่วไปในที่ราบลุ่มภาคกลาง แต่ภัยคุกคามจากการโดนล่า รวมทั้งแหล่งหากินและทำรังวางไข่ถูกทำลาย มันจึงหายสาบสูญไปจากแหล่งทำรังในอดีต
โดยไม่พบหลักฐานการทำรังวางไข่มากกว่า 60 ปีแล้ว ที่พบเห็นในปัจจุบันส่วนใหญ่คาดว่าเป็นนกอพยพ นอกฤดูผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาว อย่างไรก็ตาม บางแห่งมีรายงานการพบตลอดทั้งปี จึงเป็นไปได้ว่าอาจยังเหลือประชากรเล็กๆ ทำรังในไทยอยู่ สำหรับในพื้นที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๖ เป็นนกอพยพมาในช่วงฤดูหนาว วีรกาแฟ พบได้ที่ทุ่งแหลมดิน บริเวณคลองบ้านกลาง ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย
อาหาร : มีพฤติกรรมเดินลุยน้ำหรือย่ำไปบนพื้นโคลนช้า ๆ พร้อมใช้ปากยาวโค้งแหย่ลงไปในน้ำ หรือชอนไชในโคลนเพื่อจับเหยื่อ เมื่อพบแล้วจะรีบใช้ปากงับและกลืนกิน และใช้วิธีจิกกินเหยื่อตามผิวน้ำด้วย อาหารส่วนใหญ่ได้แก่ ปลากบ งู ปู กุ้ง หอย และสัตว์เลื้อยคลานเล็ก ๆ นอกจากนี้แล้วยังไล่งับแมลงตามกอหญ้าหรือชายน้ำด้วย
พฤติกรรม : ปกติเป็นนกเงียบไม่ส่งเสียง ชอบอยู่เป็นฝูง หากินตามหนองบึง หรือชายทะเลที่มีโคลน หากินปะปนกับ นกอื่น เช่น นกยาง นกปากห่าง นกกระสา ฤดูผสมพันธุ์เริ่มในราวเดือนมิถุนายน-กันยายน ช่วงนี้นกจะมีขนงอกสีเทาออกมาจากปีกคลุมบนหลังและตะโพก ทางหลังคอและอกก็มีขนงอกยาวออกมาด้วยเช่นกัน จะเลือกทำรังเป็นกลุ่มบนยอดไม้สูงของต้นไม้ใหญ่ใกล้แหล่งน้ำ บางครั้งอาจพบทำรังปะปนกับนกน้ำชนิดอื่น ๆ เช่น นกกระสา นกกระยาง และนกกาน้ำ
ทั้งตัวผู้และตัวเมียช่วยกันทำรัง โดยใช้กิ่งไม้มาวางซ้อนกันเป็นรังขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 45-50 เซนติเมตร แล้วรองพื้นด้วยกก ใบไม้ หรือหญ้า หลังจากนั้นจึงวางไข่ครั้งละ 2-4 ฟอง ใช้เวลากกไข่นาน 23-24 วัน ลูกนกแรกเกิดมีขนอุยสีดำบนหัวและลำตัวสีขาว ใช้เวลาอยู่ในรังนาน 40 วัน จึงบินออกหากิน เป็นนกที่มีน้อยและหายาก
สถานภาพปัจจุบัน : นกช้อยหอยขาว จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทนก ลำดับที่ 411 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 The IUCN Red List of Threatened Species จัดให้อยู่ในกลุ่ม Near Threatened (NT) : ใกล้ถูกคุกคาม แม้นกช้อนหอยขาวจะบินอพยพเข้ามาในประเทศไทยทุกปีเป็นประจำแต่จำนวนประชากรก็น้อยมาก จัดได้ว่าเป็นนกหายากและใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย
ปัจจุบันเป็นนกที่ย้ายถิ่นเข้ามาหากินเป็นบางช่วงของฤดูกาลเท่านั้น โดยมีรายงานพบทางภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่าง และภาคใต้ โดยจะพบได้ที่หน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ จังหวัดสุพรรณบุรี และที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง
รูปภาพโดย : นายอุเทน เกลี้ยงแก้ว พนักงานพิทักษ์ป่า ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง
บทความโดย :นายเกียรติภูมิ เพชรภู่ นักวิชาการป่าไม้ กลุ่มงานวิชาการ
ที่มา : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สงขลา
#นกกุลา #นกอพยพ #ทะเลน้อย #พัทลุง #กรมอุทยาน
โฆษณา