11 มิ.ย. 2023 เวลา 08:33 • หนังสือ

Booktalk : คุณมีความสุขกับงานที่ทำอยู่หรือเปล่า?

By Dale Dauten
บอกตามตรงว่าเราเลือกซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านเพราะคำถามบนหน้าปกหนังสือนี่แหละที่มันกระแทกใจเรา เพราะเราพูดถึงการทำงานที่มีความสุขกับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากว่าเรายังหาความสุขจากการทำงานในปัจจุบันให้ตัวเองยังไม่ได้สักเท่าไร เราอยากมีฟีลที่ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปทำงานมากๆๆ อยากทำในสิ่งที่ตัวเองรักซึ่งตอนนี้เรากำลังพยายามเพื่อไปให้ถึงจุดนั้นอยู่
เราเลยอยากได้ข้อคิดจากหนังสือเล่มนี้ เราอยากรู้ว่าเขาจะพูดถึงอะไร ซึ่งหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างแตกต่างจากหนังสืออื่นๆทั่วไปที่ส่วนมากจะชอบเป็นเหมือน Guidebook หรือหนังสือแนะแนวกลยุทธ์ตามฉบับคนสำเร็จทั่วไป
หนังสือเล่มนี้จะเป็นการเล่าเรื่องราวการพูดคุย ถกเถียงกันระหว่างชายแปลกหน้าสองคน คนนึงเป็นพนักงานบริษัทที่เบื่อหน่ายชีวิตการทำงานในปัจจุบันที่ไม่ว่าเขาจะขยัน ซื่อสัตย์ ตั้งใจทำงานให้กับบริษัทแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้เลื่อนขั้นสักทีแต่ที่ทนทำก็เพราะเงิน และสวัสดิการที่ดี กับชายแปลกหน้าอีกคนที่บังเอิญเจอกัน ชายคนนี้เป็นนักประดิษฐ์และผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง
แน่นอนว่าชายคนแรกต้องบ่นชีวิตการทำงานของตัวเองให้ชายอีกคนฟังอยู่แล้ว เพราะชีวิตเขายังไม่เคยทำอะไรประสบความสำเร็จสักอย่าง จนมาเจอชายคนนี้ที่ได้ให้แง่คิดกับเขาผ่านเรื่องราวของการยกตัวอย่างจากเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆอย่าง Coca-Cola, Levi, Apple, Twitter etc..
Keyword ที่เราอ่านแล้วรู้สึกชอบจากเรื่องราวการเติบโตของแต่ละบริษัทที่เริ่มต้นไอเดียการทำธุรกิจมาจากการลองทำผสมไอเดียแปลกๆใหม่ๆเข้าไปจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจแล้วดันไปได้สวยคือ
  • Key#1 “การลงมือลองทำไม่เคยล้มเหลว”
1
ทำไมคนส่วนใหญ่วางแผนดิบดีสุดท้ายล้มไม่เป็นท่า เพราะการวางแผนไม่ได้ต่างอะไรกับการเพ้อฝันสักเท่าไร ในขณะที่การลองทำเป็นการทำตามแผนก่อนที่จะมีแผนจริงๆด้วยซ้ำ พอเราอ่านประโยคนี้เราเหมือนโดนทุบกลางอกอีกครั้ง มันโคตรจริงเราเป็นคนบ้าวางแผนมาก ไม่ว่าจะทำอะไรเราจะเริ่มต้นด้วยการวางแผนเสมอ วางแผนเสร็จเราจะนั่งยิ้มภูมิใจกับแผนที่วางไว้อยู่พักใหญ่ แต่อาทิตย์นึงผ่านไปแผนที่เคยวางไว้กลับพังลง วินัยเริ่มหาย เพราะไม่ยอมลงมือทำจนมันสำเร็จ
อาการแบบนี้ในหนังสือเขาบอกว่าเราเจอภาวะเป้าหมายเป็นพิษเข้าแล้ว วิธีแก้ไม่ยาก อย่าคิดเยอะ ลองทำเลย จะผิดจะถูกอย่างน้อยก็ได้เรียนรู้จากการลองทำและได้ประสบการณ์ที่มากขึ้น
  • Key#2 “เป็นอะไรที่แตกต่าง”
1
เขาบอกว่าโลกไม่ได้อยู่นิ่งนานพอให้เราทำตามความปราถนาได้สำเร็จหรอกนะ ประโยคนี้คือใช่เลยอ่ะทุกวันนี้เทคโนโลยี แฟชั่น ศิลปะ หรือเรื่องอะไรก็ตามต่างเปลี่ยนแปลงไปทุกวันและรวดเร็วมาก ถ้าเราไม่รู้จักเปลี่ยนแปลงมุมมองความคิดของเราให้ทันโลกมากขึ้น เราจะกลายเป็นคนล้าหลังตามเทรนด์โลกไม่ทัน แล้วเราจะประสบความสำเร็จได้ไง ถ้าเรายังทำสิ่งเดิมๆเหมือนๆกับคนอื่นไม่มีไรที่ต่างออกไปจากคนอื่น เราคงไม่เจอไอเดียที่นำไปสู่ความสำเร็จได้
  • Key#3 “เป็นตัวเองที่ต่างจากเมื่อวาน”
1
ลองกำหนดเป้าหมายในแต่ละวันว่าเราจะเป็นตัวเองที่ต่างจากเมื่อวาน ต่างจากเมื่อวานยังไงคืออะไรที่เราคิดว่าเราทำดีอยู่แล้ว จริงๆแล้วมันอาจจะดีขึ้นกว่านี้ได้อีก เรามาคิดเปรียบเทียบกับตัวเราเองว่าเราจะใช้ชีวิตให้ดีขึ้นต่างจากเมื่อวานได้ยังไงดี
อย่างเช่นวันนี้เราทำงานมามีข้อบกพร่องตรงไหนบ้าง หรือเราเขียนรีพอตส่งหัวหน้าเป็นยังไงวันนี้ พรุ่งนี้เราสามารถแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้รึเปล่า พยายามคุยกับตัวเองให้มากขึ้นปรับจูน mindset ของตัวเอง เราคิดว่าเราจะเสริมทักษะในเรื่องต่างๆพัฒนาตัวเองไปทีละนิดในทุกวันๆ เราจะได้เป็นตัวเองที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน
3 Keywords นี้ก็เป็นประโยคจากในหนังสือที่เราอ่านแล้วรู้สึกชอบมากๆและอยากจะเอามาใช้ให้ได้กับชีวิตของเรา จริงๆมีอีกหลายเรื่องที่คุณนักประดิษฐ์เขาเล่าให้ฟังเราอ่านแล้วก็ชอบเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นหนังสืออีกหนึ่งเล่มที่ให้ข้อคิดอะไรเราเยอะเลย อ่านเพลินๆด้วยสนุกดีรู้ตัวอีกทีคืออ่านจบแล้ว ขอบคุณคุณ Dale Dauten ที่แชร์ประสบการณ์ของตัวเองผ่านการเขียนหนังสือดีๆแบบนี้ให้เราได้อ่านค้าบบบ😊
ฝากติดตามเพจเล็กๆของเราด้วยนะคะ ถ้าใครชอบอ่านหรือหลงใหลในกลิ่นหนังสือเหมือนกับเรา มาแบ่งปันหรือแชร์หนังสือให้เราบ้างนะคะ เราจะไปตำแน่นอนนน💗
โฆษณา