Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ฮวงจุ้ยเพื่อชีวิต
•
ติดตาม
24 มิ.ย. 2023 เวลา 18:26 • ไลฟ์สไตล์
ปัจจัยพื้นฐานฮวงจุ้ย
เรื่องที่กำลังจะกล่าวถึงในบทนี้ อาจถือได้ว่า เป็นพื้นฐานของการดำรงชีพ ที่จะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะมีความรู้ เรื่องศาสตร์ตรีสัมพันธ์หรือไม่ ทั้งยังเป็นสิ่งที่สามารถสัมผัส และจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเหตุและผลในปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ และยังเป็นการรับประกันไว้ ในตัวเองเรียบร้อยแล้วว่า หากผู้ใดกระทำตามปัจจัยพื้นฐาน ที่กำลังจะกล่าวถึงนี้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ชีวิตของท่านและครอบครัว จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน ไม่มากก็น้อย
บทนำ
Introduction
ดังกล่าวแล้วว่า พลังปราณ ก็เป็นหนึ่งในพลังของธรรมชาติ ที่อุบัติบังเกิด และแปรเปลี่ยนหมุนเวียน อยู่ในดาวโลกดวงนี้ ไม่ว่าท่านจะมีความรู้ ในศาสตร์ตรีสัมพันธ์หรือไม่ หรือ จะเชื่อในเรื่องพลังปราณหรือไม่ ท่านก็ยังต้องใช้ชีวิตอยู่ ท่ามกลางกระแสปราณ ไม่ต่างจากที่อยู่ร่วมกับ พลังงานในธรรมชาติทั้งหลาย
อาทิเช่น พลังลม พลังน้ำ พลังแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นต้น เมื่อพลังงานรูปแบบอื่น มนุษย์ยังมีวิทยาการ หรือ องค์ความรู้ ที่จะใช้บริหารจัดการ และนำมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตพวกเขาได้ พลังปราณ ที่เป็นพลังงานอีกรูปแบบหนึ่ง ก็ย่อมจะมีหลักวิชา ที่จะใช้บริหารจัดการเช่นกัน ทั้งยังมีมานับแต่โบราณกาลหลายพันปีแล้ว ซึ่งล้วนประกอบด้วยหลักทฤษฏี และขั้นตอนวิธีในการปฏิบัติเช่นกัน
ภาพพลังปราณในธรรมชาติ
เพียงแต่อาจจะดูเร้นลับไปบ้าง ก็ตรงที่ มนุษย์ยังไม่มีวิทยาการ หรือ อุปกรณ์ ใด ที่จะสามารถตรวจสอบค้นหาพลังปราณได้โดยตรง แต่ก็ใช่จะอับจนหนทางเสียทีเดียว เพราะโบราณจารย์ ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ตรีสัมพันธ์ ได้นำเสนอรูปแบบของภาพสะท้อน ที่พลังปราณมีผลกระทบต่อกายภาพภายนอก จนมนุษย์สามารถพบเห็น หรือ สัมผัสได้ ด้วยประสาทสัมผัสปกติของพวกเขา
ภาพสะท้อนพลังปราณ
Reflection of vital energy
เนื่องจากพลังปราณ เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง ที่มีสภาวะละเอียดก่อนกว่า เทคโนโลยีปัจจุบันของมนุษย์จะตรวจพบได้ ด้วยเหตุนี้ภาพสะท้อนจากพลังปราณดังกล่าว จึงสามารถสัมผัสเข้าไปถึง สภาวะที่ละเอียดอ่อนของมนุษย์ นั่นคือ ความรู้สึก จนอาจกล่าวได้ว่า สภาวะแวดล้อม หรือ บรรยากาศ ที่มนุษย์รู้สึกปลอดโปร่งเบาสบาย นั่นคือภาพสะท้อนของพลังปราณที่ดี ในทางตรงกันข้าม หากต้องประสบกับบรรยากาศ ที่ชวนให้อึดอัด หรือเศร้าซึมหดหู่ นั่นย่อมเป็นภาพสะท้อนของพลังปราณที่ไม่ดีโดยปริยาย
ด้วยเหตุนี้ ปัจจัยพื้นฐาน ที่กำลังจะพูดถึงกันนี้ ก็คือ สิ่งที่กระทำแล้ว จะสร้างภาพสะท้อนของพลังปราณที่ดี จนผู้กระทำสามารถสัมผัสได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีใครมาสาธยายบอกกล่าว กล่าวมาถึงตรงนี้ ท่านคงพอจะเห็นความสัมพันธ์ ระหว่างพลังปราณ กับ ความรู้สึก ของผู้คนกันบ้างแล้ว
นั่นคือ พลังปราณที่ดีย่อมสร้างบรรยากาศ ที่ให้ความรู้สึกที่ดี และ พลังปราณที่ไม่ดี ก็ย่อมจะสร้างบรรยากาศ ที่ให้ความรู้สึกที่ไม่ดี ดังนั้น ท่านย่อมสามารถเลือกสร้างบรรยากาศ ที่ให้ความรู้สึกที่ดีต่อตัวท่านได้ โดยไม่ต้องมีความรู้เรื่องศาสตร์ตรีสัมพันธ์ โดยจะขอขยายความคำว่า ความรู้สึกที่ดีหรือไม่ดี เพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อย ตามหลักการ “เหมาะสุด ไม่ดีสุด” หรือ “จุ้ยชี่ต้าง ปู๋จุ้ยเห่า” (最適當不最好)
ภาพบรรยากาศของสถานที่
ซึ่งหมายถึง สิ่งที่ดีสำหรับคนผู้หนึ่ง จึงอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีเลิศที่สุด แต่เป็นสิ่งที่เหมาะกับคนผู้นั้นมากที่สุด ซึ่งคำว่าเหมาะในที่นี้ ก็คือ ความรู้สึกที่ดี ที่ชอบ หรือ ที่ใช่ สำหรับคนๆ นั้น แน่นอนว่า จากนิยามนี้ ความรู้สึกดีหรือไม่ดี จึงไม่มีมาตราฐานที่เป็นสากลแต่อย่างไร นั่นหมายความว่า ความรู้สึกดีสำหรับคนผู้หนึ่ง ก็อาจกลายเป็นความรู้สึกไม่ดีของคนอีกผู้หนึ่งได้
ดังนั้น ในสภาวะของบรรยากาศเดียวกัน หรืออาจกล่าวว่า ภาพสะท้อนของพลังปราณแบบเดียวกัน ก็อาจมีปฏิสัมพันธ์ต่อความรู้สึกของผู้คนไม่เหมือนกันได้ พูดง่ายๆ ก็คือ คนแต่ละคนอาจจะชอบหรือไม่ชอบบรรยากาศ ที่เหมือนกันหรือต่างกันได้ทั้งสิ้น ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวในเรื่องนี้ ซึ่งถ้าหากจะอธิบายตามหลักวิชา ที่ว่าด้วย ปราณทั้ง 3 ประเภท คือ ปราณฟ้า ปราณดิน และ ปราณคน
ก็พอจะสรุปได้ว่า พลังปราณของบรรยากาศ จะมีผลกระทบต่อ พลังปราณคน ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ส่วนจะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร คงต้องไปศึกษาเพิ่มเติมในหลักวิชาเกี่ยวกับพลังปราณดังกล่าว อย่างจริงจังอีกที จากที่กล่าวมาข้างต้นว่า มนุษย์สามารถสร้างบรรยากาศ ให้เกิดความรู้สึกได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องอิงองค์ความรู้เกี่ยวกับพลังปราณใดๆ คำถามก็คือ ถ้าเช่นนั้น แล้วจะมีการบัญญัติหลักวิชาต่างๆ ในศาสตร์ตรีสัมพันธ์ ขึ้นมาด้วยเหตุใด
คุณภาพของภาพสะท้อน
Reflection quality
ก็จะขอขยายความไว้ตรงนี้ว่า มนุษย์ที่ไม่รู้หลักวิชา สามารถสร้างภาพสะท้อนของปราณได้ แต่เป็นเพียงพื้นฐาน คือ ให้เกิดความรู้สึกตามที่ตนชื่นชอบ แต่หลักการในศาสตร์ตรีสัมพันธ์ ได้พูดถึง การสร้างภาพสะท้อนของพลังปราณ ที่ละเอียดลึกซึ้งมากขึ้น ไม่เพียงแต่สามารถกล่อมเกลา ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถใช้ควบคุม หรือ โน้มน้าว ความรู้สึกนึกคิดของผู้คน ให้ไปในแนวทางที่ต้องการได้ด้วย
นอกจากนั้น ยังมีกระบวนวิธี ในการชักนำพลังปราณอันหลากหลาย ให้เข้ามาร่วมสอดประสาน เป็นผังปราณ ที่สามารถสร้างภาพสะท้อนที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุผลในด้านต่างๆ อาทิเช่น การมีสมาธิในการศึกษาเล่าเรียน การลดความกร้าวร้าว ทำให้จิตใจสงบเย็น ทำให้ความรักความสัมพันธ์ราบรื่น หรือแม้แต่ สร้างความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่งร่ำรวย ได้ด้วย
ภาพการมีสมาธิในการเรียนรู้
นั่นคือสาเหตุที่ต้องใช้ศาสตร์ตรีสัมพันธ์ มาช่วยดำเนินงาน โดยอาจกล่าวได้ว่า การสร้างภาพสะท้อนของพลังปราณนั้น มีได้หลายระดับ ตั้งแต่ระดับเบื้องต้น ที่คนมีความรู้ ในหลักปัจจัยพื้นฐาน ก็สามารถกระทำได้ ขณะที่ระดับสูงขึ้นไป จะสามารถทั้งสร้าง และควบคุมทิศทางเป้าหมาย หรือ คุณภาพของภาพสะท้อนเหล่านั้น ให้ยั่งยืนยาวนานได้ด้วย
ขณะที่คนไม่มีความรู้ อาจพอสร้างได้ แต่จะไม่สามารถรักษาคุณภาพ ของภาพสะท้อนเหล่านั้นไว้ได้ พูดง่ายๆ ก็คือไม่มีความรู้ที่จะควบคุมรักษาไว้นั่นเอง ในขณะที่ การสร้างภาพสะท้อนระดับสูง จะยิ่งมีความสลับซับซ้อน ของผังพลังปราณมาก จนคนธรรมดาทั่วไป อาจไม่สามารถทำความเข้าใจ หรือ จัดสร้างขึ้นมาได้ด้วยตนเอง
หกปัจจัยกำเนิดปราณ
Six factors that generate energy
การจะอธิบายถึงปัจจัยพื้นฐานดังกล่าวนี้ ก็คงหลีกไม่พ้นที่จะต้องอ้างอิง หลักวิชาในศาสตร์ตรีสัมพันธ์ของทางสำนักผู้เขียน นั่นคือ หลักวิชา หกปัจจัยเกิดปราณ หรือ ลิ่วซู่เซินชี่ (六素生氣) ซึ่งได้กล่าวถึง การสร้างภาพสะท้อนนี้ไว้อย่างเป็นระบบ มีหลักเกณฑ์ให้สามารถ นำไปปฏิบัติให้เกิดผลจริงได้
โดยหลักวิชาหกปัจจัยเกิดปราณ หรือ ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า หลักวิชา ฉกฐาน ได้แบ่งขั้นตอนวิธี ในการสร้างภาพสะท้อน ที่เรียกว่า ภาพปราณ หรือ ชี่ถู (氣圖) ออกเป็น 2 ส่วนหลัก กล่าวคือ “นอกโครงสร้าง ในรูปแบบ” หรือ “ไว่เจี๋ยโก้ว เน่ยเก๋อชี่” (外結構 內格式) นอกโครงสร้าง หมายถึง ภายนอกต้องเน้นที่โครงสร้าง
และ ในรูปแบบ หมายถึง ภายในต้องเน้นที่รูปแบบ โดยโครงสร้างประกอบด้วย สว่าง หรือ กวงหมิง (光明) สะอาด หรือ ชิงเจี๋ย (清潔) สะดวก หรือ อันเว่ย (安慰) และรูปแบบประกอบด้วย ระเบียบ หรือ ติ้งโก้ว (訂購) ระบบ หรือ ซวี่ทง (系统) ระบาย หรือ ฟาเซี่ย (發洩)
สว่าง ก็คือ การติดตั้งแหล่งกำเนิดแสงขึ้น เพื่อให้เกิดความสว่างขึ้นภายในตำแหน่งที่ต้องการ ทั้งภายในและภายนอก อาคารสถานที่ สะอาด ก็คือ การดูแลรักษา ให้อาคารสถานที่ มีความสะอาด ไม่สกปรกรกรุงรัง และ สะดวก ก็คือ การจัดวางเครื่องเรือน หรือ ของประดับ ภายในอาคารสถานที่ ไม่ให้กีดขวางเป็นอุปสรรค ต่อการสัญจรทั้งภายใน และภายนอกอาคารสถานที่นั้นๆ
ภาพห้องที่จัดตามหลักฉกฐาน
จะเห็นได้ว่า หากอาคารสถานที่ใด มีปัจจัยพื้นฐานครบทั้งสามข้อนี้ (กล่าวคือ มีความสว่างไสวไม่มืดมัว ที่ทางก็ดูสะอาดสะอ้านสบายตา และยังเคลื่อนไหวสัญจรได้อย่างสะดวกสบาย ไร้สิ่งกีดขวาง) อาคารสถานที่นั้น ก็ย่อมเกิดภาพสะท้อน หรือ ภาพปราณ ที่ชวนให้รู้สึกดี ซึ่งเป็นความรู้สึกของผู้คนส่วนใหญ่ ในดาวโลกนี้เช่นกัน
ระเบียบ ก็คือ การจัดข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่กองสุมจนเกะกะไปทั่ว ระบบ ก็คือ การจัดหมวหมู่ของสิ่งของ ให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เพื่อทำให้ง่ายและสะดวก ต่อการนำมาใช้งานเมื่อต้องการ โดยไม่ต้องเสียเวลารื้อค้นให้วุ่นวาย และ ระบาย ก็คือ การจำหน่ายจ่ายแจก ของที่ไม่ต้องการ หรือชำรุดเสียหายออกไปบ้าง ไม่เก็บสะสมไว้ จนทำให้ดูแลรักษาไม่ทั่วถึง
จากกฏของรูปแบบทั้ง 3 ข้อนี้ ถ้ากระทำได้ ก็จะเกิดภาพปราณที่ชัดเจน ไม่คลุมเครือ หยิบของง่ายใช้สะดวก จึงย่อมสร้างเป็นภาพสะท้อน ที่ให้ความรู้สึกดีเช่นกัน
การสร้างปัจจัยพื้นฐาน
Creating the necessary infrastructure
จากที่กล่าวมา ท่านก็คงจะพอมองเห็น หลักการเบื้องต้น ในการสร้างปัจจัยพื้นฐาน เพื่อให้เกิดภาพสะท้อนของปราณที่ดีได้บ้าง ไม่มากก็น้อย และบางท่านอาจจะพอมองเห็นความแตกต่าง ระหว่าง นอกโครงสร้าง ในรูปแบบ กันบ้างแล้ว กล่าวคือ ภายนอกที่เป็นเรื่องของโครงสร้าง ก็คือ การจัดวางตำแหน่งของแสงไฟ ที่เหมาะสมกับอาคารสถานที่ และสามารถให้ความรู้สึกที่ดีได้
ต้องไม่ลืมว่า แสงที่สว่างมากไป ก็สร้างความรู้สึกไม่ดีได้เช่นกัน จึงไม่ใช่สักแต่ว่า มีแสงเท่านั้น แต่ต้องจัดวางให้มี แบบแผนโครงสร้างที่เหมาะสมด้วย ความสะอาดก็เช่นกัน ที่เป็นการกระทำต่อโครงสร้างภายนอกทั้งสิ้น เช่น ทำให้ห้องสะอาด ก็ต้องกระทำต่อเครื่องเรือนทั้งหมด ที่ประกอบขึ้นเป็นโครงสร้างของห้องนั้น รวมไปถึงความสะดวกด้วย ก็ล้วนเป็นการจัดวาง ตำแหน่งของเครื่องเรือน เพื่อทำให้ห้องนั้น มีโครงสร้างของช่องว่าง ที่เหมาะต่อการสัญจร และยังรวมไปถึง การเคลื่อนตัวของอากาศ ที่ราบรื่นสม่ำเสมอด้วย
ภาพบ้านที่จัดครบทั้งโครงร่างและรูปแบบ
ขณะที่ภายในจะเน้นที่รูปแบบ ก็คือ การจัดระเบียบของสิ่งของ ที่มีอยู่ภายในหรือภายนอก เครื่องเรือนเหล่านั้น เช่น ภายนอกคือตู้หนังสือ ภายในก็คือเล่มหนังสือ ที่เก็บไว้ในตู้นั้น การจัดระเบียบก็คือ การวางหนังสือให้มีรูปแบบที่เรียบร้อย เป็นแถวเป็นแนว ไม่ปล่อยให้กองสุมกันไว้ หรือยัดเยียดเบียดเสียดกันอยู่ ภายในตู้นั้น
แต่แม้จะดูเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ก็ยังยากที่จะหยิบใช้หนังสือที่ต้องการ เพราะต้องเสียเวลารื้อหากันอีก จึงต้องทำการจัดระบบ หรือสร้างรูปแบบของกลุ่มหนังสือพวกนั้น ด้วยการจัดหมวดหมู่หนังสือขึ้น ก็จะทำให้เกิดรูปแบบที่หยิบมาใช้สอยได้สะดวกง่ายดาย เมื่อต้องการ
ท้ายสุดหากมีหนังสือเก็บไว้มากเกินไป รูปแบบที่เป็นระบบระเบียบ ก็อาจพังทลายลงได้ เพราะเมื่อหนังสือมีจำนวนมาก แม้จะจัดหมวดหมู่ให้แล้ว ก็ยังต้องเสียเวลาหานานอยู่ดี ในกรณีนี้ จึงควรทำการระบายจ่ายแจก หนังสือที่ไม่ค่อยได้ใช้งานออกไปบ้าง เพื่อรักษารูปแบบของภาพสะท้อนที่ดีเอาไว้ต่อไป แน่นอนว่า การระบาย ย่อมมิใช่การนำไปขาย หรือ นำไปทิ้ง หรือ ให้คนอื่นไป เท่านั้น แต่ยังหมายถึง การหาสถานที่จัดเก็บที่เหมาะสม เป็นการจัดรูปแบบซ้ำซ้อนขึ้นอีกชั้นหนึ่ง คือรูปแบบของหนังสือที่ใช้งาน และ หนังสือที่ไม่ได้ใช้งาน
หลักปราณกำเนิดใหม่
The Principle of Regenerated energy
โดยภาพรวมแล้ว หลักการในวิชาฉกฐานเบื้องต้นนี้ จะไม่แยกให้ทำเพียงภายนอก หรือ ภายใน อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เน้นให้ทำครบหมดทั้ง 6 สภาพนั้น จึงจะมั่นใจได้ว่า จะได้ภาพสะท้อนของปราณ ที่เหมาะสม และสร้างความรู้สึกที่ดี ให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัย หรือ พบเห็นได้ ขณะที่ในระดับสูงของฉกฐาน จะมีการกล่าวถึง รายละเอียดที่เพิ่มเติมขึ้นมา ในการบริหารจัดการพลังปราณ ให้ครบถ้วนทั้ง 3 ประเภท เพื่อให้ส่งผลต่อชะตาทั้งสามอย่างครบถ้วน
ยกตัวอย่างเช่น การระบาย นอกจากจะเป็นการรักษารูปแบบ ของระบบและระเบียบ ให้คงสภาพการใช้สอยที่ง่ายดายเอาไว้แล้ว การระบายยังหมายถึง การขยับเขยื้อนสิ่งของต่างๆ มิให้หยุดนิ่งอยู่เนิ่นนาน อาจเพื่อนำมาปัดกวาดทำความสะอาด แล้วค่อยเก็บเข้าที่ โดยการทำเช่นนี้ นอกจากจะถูกสุขอนามัยแล้ว ยังเป็นการปรับสภาพของปราณ เพื่อไม่ให้ปราณมีสภาพนิ่งนานเกิน เพราะธรรมชาติของทุกสิ่ง ที่หยุดนิ่งนานเกินไป ย่อมจะหมักหมมและเน่าเสียได้
ภาพการทำความสะอาดบ้านของชาวจีน
พลังปราณก็ไม่พ้นกฏเกณฑ์ข้อนี้ เพียงแต่การเน่าเสียของปราณ จะถูกอธิบายด้วย การเปลี่นสภาพ เช่น เปลี่ยนจากปราณหยาง ที่กระฉับกระเฉง ไปเป็นปราณหยิน ที่เกียจคร้านซึมเซา โดยการระบายดังกล่าวนี้ ในหลักวิชาเรียกว่า หลักปราณกำเนิดใหม่ หรือ ฉงเซินชี่ (重生氣) อุปมาดั่ง หนอนตัวน้อยที่เข้าดักแด้ และเกิดใหม่เป็นผีเสื้อแสนสวย บางครั้งจึงเรียกเป็น เคล็ดหนอนแปลงรูป หรือ ฉงเปี้ยนสิง (蟲變形) ซึ่งเป็นที่มาของประเพณี ทำความสะอาดบ้าน ในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน
โดยชาวจีนจะหาวันที่เหมาะสม เพื่อทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนสภาพปราณหยิน ที่สะสมหยุดนิ่งมาตลอดปี (เหมือนหนอนที่นิ่งอยู่ในดักแด้) ให้เปลี่ยนเป็นปราณหยาง ที่มีเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวา (เหมือนผีเสื้อแสนสวยที่โบยบินอย่างเสรี) ซึ่งเป็นสภาพปราณที่เหมาะกับบ้านคนเป็นมากกว่า เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น อาจเปรียบได้ว่า การระบายก็คือ การเคลื่อนย้ายปราณที่มีคุณภาพไม่ดีออกไป และหมุนเวียนปราณที่มีคุณภาพดี มีความใหม่สดกว่า เข้ามาแทนที่
ไม่ต่างกับการระบายอากาศ คือไล่อากาศเสียออกไป แล้วดูดอากาศดีเข้ามาแทน เพียงแต่ในหลักวิชา จะมิได้ตีความง่ายๆ เหมือนการระบายอากาศปกติ กล่าวคือ การระบายปราณนั้น มิใช่ลำพังเพียงการมีปราณเข้าและออก แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการ แปรสภาพของปราณดังกล่าว และไม่ใช่เพียงปราณหยินหยาง แต่ต้องรวมปราณหลิงเข้ามาด้วย
หลักการแปรสภาวะปราณ
The principle of transforming energy
ดังนั้น คำกล่าวที่ว่า ปราณมีคุณภาพดีหรือไม่ดีนั้น ถ้าจะกล่าวให้ถูกตามหลักวิชาแล้ว ก็ต้องพูดให้ครบว่า เป็นการเปลี่ยนจาก ปราณหยางที่คุณภาพไม่ดี (ซึ่งก็คือปราณหยินคุณภาพดี) ไปเป็นปราณหยางที่มีคุณภาพดี (ซึ่งก็คือปราณหยินคุณภาพไม่ดี)
ที่ต้องขยายความตรงนี้ ก็เพื่อต้องการย้ำเน้นว่า ในเรื่องเกี่ยวกับพลังปราณแล้ว มีความลึกลับซับซ้อน มากกว่าที่คนไม่มีความรู้ ในศาสตร์ตรีสัมพันธ์ จะทำความเข้าใจได้โดยง่าย และหากไม่เข้าใจ หลักการแปรสภาวะของปราณดังกล่าว ก็จะไม่อาจบริหารจัดการพลังปราณ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และ มีประสิทธิผลสูงเยี่ยมได้
กล่าวโดยสรุปแล้ว คนที่มีความรู้ แม้ในระดับเบื้องต้น ของวิชาฉกฐานนี้ ก็จะสามารถจัดการกับปัจจัยพื้นฐาน ทั้ง 6 สภาวะดังกล่าว ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และย่อมได้รับภาพสะท้อนของปราณ ที่ให้บรรยากาศของความรู้สึกที่ดีอย่างแน่นอน ไม่เพียงแต่กับคนลงมือทำเอง แต่คนรอบข้าง หรือ ทั่วไป ก็ย่อมจะได้รับผลของความรู้สึก จากภาพสะท้อนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
ภาพสะท้อนของพลังปราณที่ดี
ที่น่าแปลกก็คือ แม้จะดูเป็นหลักการที่แสนธรมดา สามารถกระทำได้ไม่ยากเย็นอะไร ขอเพียงมีความใส่ใจในความเป็นอยู่ของตัวเองบ้างเท่านั้น ก็ย่อมจะสามารถสร้างภาพสะท้อนของพลังปราณที่ดีได้แล้ว แต่คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ ก็กลับละเลย ไม่ยอมกระทำ ซึ่งนั่นย่อมส่งผลกระทบในวงกว้างต่อไป เนื่องจากหลักฉกฐานนี้ ถือเป็นปัจจัยพื้นฐาน ในการจัดการกับพลังปราณ ดังนั้น เมื่อพื้นฐานเสียหายแล้ว โครงสร้างด้านบนทั้งหมด ก็ย่อมจะพังทลายลงมาในที่สุด และนี่ก็เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ การใช้ศาสตร์ตรีสัมพันธ์ในโลกนี้ ไม่ค่อยได้ผล
เหตุผลก็เพราะว่า หากละเลยหลักฉกฐาน จนทำให้อาคารสถานที่ มืดมัว สกปรก รกรุงรัง มีแต่ของเกะกะขวางทาง หรือ กองสุมสะเปะสะปะ จนหมักหมมเน่าเสีย ก็ย่อมจะสร้างเป็นภาพสะท้อนของปราณที่ไม่ดี และด้วยสภาพอาคารสถานที่เช่นนี้ แม้จะจัดวางด้วยผังปราณที่เหมาะสม หรือด้วยเคล็ดวัตถุที่มีพลัง
แต่เมื่อตัวอาคารสถานที่ กลับกลายเป็นแหล่งกำเนิด พลังปราณด้านลบเสียแล้ว ก็ย่อมจะเกิดการเสียดทานชิงสภาพกันเอง จนทำให้ผังปราณและเคล็ดวัตถุเหล่านั้น ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ท้ายที่สุด ก็จะทำให้การใช้ศาสตร์ตรีสัมพันธ์ กับอาคารสถานที่แห่งนั้นไม่ได้ผล ตามต้องการ
บทสรุป
Conclusion
หลักการใน ฉกฐาน ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึงถือเป็นสาเหตุแรก ในส่วนของเจ้าชะตา ที่จะทำให้การใช้งาน ศาสตร์ตรีสัมพันธ์ เป็นผลหรือไม่ และดูเหมือนจะเป็นสาเหตุหลัก ที่คนส่วนใหญ่ในโลกประสบอยู่ ด้วยเหตุนี้ หากท่านประสงค์ จะอยู่ท่ามกลางพลังปราณที่ดี อย่างน้อยก็ต้องลองเริ่มต้น ดำเนินตามหลักฉกฐานนี้ แล้วท่านจะพบเห็นการเปลี่ยนแปลง ด้วยตัวท่านเองอย่างแน่นอน รวมทั้งคนรอบข้างด้วย เพราะคุณภาพชีวิตท่าน จะดีขึ้นอย่างทันตาเห็น โดยยังไม่ต้องทำการปรับชะตา ในระดับลึกซึ้งอื่นใด
(มิติทางปัจจัยสภาพ ep.2 ปัจจัยพื้นฐานฮวงจุ้ย)
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
มิติทางปัจจัยสภาพ
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย