บทเพลงแห่งความทรงจำ

Facebook เด้งเตือนความทรงจำ ทำให้ผมเจอบทความเก่าที่เขียนไว้นานแล้วตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2018 เมื่อได้ย้อนกลับไปอ่านอีกครั้ง ก็ยังรู้สึกประทับใจอยู่
ผมเขียนถึงบทเพลงยุค ‘60s ที่โด่งดังมากๆ ในอดีต ที่ไพเราะด้วยเสียงกีตาร์โปร่ง กับเสียงร้องนุ่มหู ของวงดนตรีทริโอโฟล์คซอง (สองชาย หนึ่งหญิง) สัญชาติอเมริกันนาม Peter, Paul & Mary
ด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะติดหู ฟังง่าย แม้จะผ่านเวลามาเนิ่นนานกว่า 60 ปีแล้ว ก็ยังทรงเสน่ห์มิรู้คลาย เป็นหนึ่งในเพลงสากลที่ผมชอบมากเพลงหนึ่ง ชื่อเพลงว่า Puff, the Magic Dragon (Released: January 1963) ถ้าแปลเป็นไทยคือ “พัฟฟ์ เจ้ามังกรวิเศษ”
สมัยก่อนผมยังฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยออก ชอบแต่ความไพเราะของบทเพลง แต่ยังไม่เข้าใจเนื้อหาดีนัก พอมาถึงปูนนี้ (ฮา) ก็พอจะฟังเข้าใจมากขึ้นแล้วครับ ทำให้เห็นถึงความหมายที่ Peter, Paul and Mary ได้บรรจงสอดแทรกไว้ในเนื้อเพลง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ในความรู้สึกผม “มันช่าง realistic ดีแท้”
ที่มาภาพ : https://bookfoolery.blogspot.com/2012/11/puff-magic-dragon-board-book-by-p.html
บทเพลงกล่าวถึงเจ้าพัฟฟ์ (Puff) มังกรเกเรตัวหนึ่ง ซึ่งเปรียบได้กับตัวละครในนิยาย กับแจ็คกี้ เพเพอร์ (Jackie Paper) ซึ่งเป็นตัวแทนของมนุษย์ในชีวิตจริง
ต้นเพลงกล่าวถึงความผูกพันระหว่างมังกรกับมนุษย์ และกิจกรรมการเล่นสนุกต่างๆ ประมาณว่าเกรียนแตกไปทั่ว ใครเจอต้องสยบแทบเท้า ทั้งเจ้าชาย ทั้งโจรสลัด แต่....ท้ายเพลงกลับพูดว่า มังกร (ในนิยาย) ซึ่งมีชีวิตนิรันดร์ แต่ไม่ใช่สำหรับมนุษย์นะ (A dragon lives forever but not so little boys) สุดท้ายแล้ว พอเด็กเริ่มโต ก็หันไปสนใจของเล่นอย่างอื่น (ห่างเหินจากเจ้าพัพฟ์ออกไปเรื่อยๆ)
และท้ายที่สุด เมื่อคืนแห่งความมืดหม่นเข้าครอบงำ Jackie Paper ก็ไม่หวนกลับมาหาเจ้าพัพฟ์อีกเลย (One grey night it happened, Jackie Paper came no more - ซึ่งน่าจะหมายถึง “ความตาย” ซึ่งเป็นสิ่งสามัญที่สุดสำหรับมนุษย์) เจ้าพัพฟ์เลยโศกเศร้า ความเกรียนแตกที่เคยเป็น ก็หงุดหงอย ห่อเหี่ยวลงฉับพลัน และไม่เคยออกมาเล่นสนุกอีกเลย
เริ่มต้นด้วยความสนุกสนาน แต่ลงท้าย...ด้วยความโศกเศร้าเคล้าน้ำตา...ถามว่า เพลงนี้สอนอะไร? ก็สอน....เรื่องความสามัญของมนุษย์ปุถุชนทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นไปสู่ปลายชีวิตเลย ทำให้เพลงนี้โคตร real ในความรู้สึกของผม เกินกว่าคำว่า Children’s music หรือบทเพลงสำหรับเด็กเสียอีก
หากจะว่าไป....คงไม่มีใครต้องการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักหรอกนะครับ จริงมั้ย? “เมื่อมีสุขก็อยากจะเหนี่ยวรั้งเอาไว้ให้อยู่กับเรานานๆ แต่.....มันกลับไม่เคยอยู่นาน คราใดเจอทุกข์ก็ดิ้นรน...พยายามถีบมันทิ้งออกไปให้ไกลๆ ตัว” เมื่อความสุดโต่งทั้ง 2 ฝั่งนี้มาบรรจบกัน ทำให้วงจรกิเลสเสียบปลั๊กติด ทำงานได้อย่างครบวงจรไม่มีสะดุด มนุษย์......จึงไม่สามารถหลุดพ้นจากกองทุกข์จริงๆ ได้เสียที สาเหตุหลักๆ ก็มาจากความ #รักสุขเกลียดทุกข์ นี่แหละครับ
หากเมื่อไหร่เข้าใจว่า สุขที่ผ่านเข้ามาก็แค่ของชั่วคราว แม้ทุกข์ที่ผ่านเข้ามาก็แค่ของชั่วคราวเช่นกัน มาๆ แล้วก็ไป ไปๆ แล้วก็มาๆ วนๆ เวียนๆ ไปไม่รู้จบตามจังหวะของชีวิต เหตุเพราะไม่มีใครหน้าไหน หลีกหนีให้พ้นไปจากสามัญลักษณะทั้ง 3 ประการ (บาลีเรียก #ไตรลักษณ์ ) ซึ่งเป็นของประจำโลกได้หรอกครับ คีย์เวิร์ดตัวแรกสุดคือ การฝึก....ให้มีสติ รู้สึกตัว ให้ได้เสียก่อน เพราะเป็นเหมือนกับกุญแจตัวแรก ที่จะไขความลี้ลับของจิต ให้เปิดเผยต่อหน้าต่อตาเราได้
เพราะการ “รู้จักทุกข์..จนถึงแก่น” ไม่ปฏิเสธ ผลักไสไล่ส่ง หรือหวงแหนกอดทุกข์ไว้ ......... เมื่อรู้ทุกข์จนถึงที่สุดว่ามันคืออะไร? คือหนทางเดียว ที่จะทำให้เราได้ค้นพบกับสภาวะที่เป็นกลางอย่างแท้จริง มี... #สันติลักษณะ อาจบัญญัติศัพท์เรียกตามภาษามนุษย์ได้ยาก เพราะจะว่าสุขหรือทุกข์ก็ไม่อาจเรียกได้ แต่...ไร้ซึ่งการเสียดแทง และทุกข์ใดๆ ก็ไม่สามารถที่จะหวนกลับมากำเริบได้อีกเลยอย่างถาวร เปรียบเหมือนกับกองฟืนที่ขาดเชื้อไฟเสียแล้ว จุดยังไงก็ไม่ติดครับ
จิด.ตระ.ธานี : #เล่าสู่กันฟังนะครับ
#Jitdrathanee
Puff The Magic Dragon - Peter, Paul & Mary ~ Live 1965

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา