Monster (2023) - ตามหาความจริงของ "สัตว์ประหลาด" และบาดแผลจากความรุนแรง

กำกับโดย Hirokazu Koreeda และเขียนบทโดย Yûji Sakamoto
สวัสดีครับ ! ในที่สุดก็ได้รับชมสักทีกับ Monster (2023) ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Hirokazu Koreeda ซึ่งได้เข้าชิงรางวัลใหญ่อย่าง "ปาล์มทองคำ" (Palme d'Or) และคว้ารางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Canne Film Festival
โดดเด่นขนาดนี้ ก็อยากจะมาแชร์รีวิวสักนิด สำหรับท่านที่สนใจนะครับ
[ เรื่องย่อ ]
"ซาโอริ" (Sakura Ando) แม่คนหนึ่ง พบว่า "มินาโตะ" (Soya Kurokawa) ลูกชายของเธอทำตัวแปลกไป และมีอาการบาดเจ็บหลังจากกลับจากโรงเรียน เธอตั้งข้อสงสัยและได้สืบความจริงจนพบว่าคุณครูอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการนี้ ทำให้ความจริงถูกเปิดเผยออกมา
[ ความรู้สึกหลังชม ]
- เกริ่นนำถึง "ภาพยนตร์ของฮิโรคาสุ โคเรเอดะ"
"ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ" คือผู้กำกับเบอร์ต้น ๆ ของญี่ปุ่นที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในหลายสิบปีที่ผ่านมา
ภาพยนตร์ของโคเรเอดะ มีเอกลักษณ์ในการสะท้อนภาพสังคมญี่ปุ่น สิ่งที่สื่อในภาพยนตร์เขา ไม่เพียงสะท้อนเล่าความเป็นอยู่ของสังคมญี่ปุ่นจากแง่มุมของผู้อยู่อาศัย แต่ยังขุดปัญหา หรือความขัดแย้งที่ซุกซ่อนมาตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์ ไปจนกระทั่งความเป็นมนุษย์ เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่ผู้ชม
ภาพยนตร์ของเขาจึงเป็นภาพยนตร์ที่มีคุณค่าทั้งในศิลปะและในแง่การสร้างผลกระทบต่อสังคม !
- มาในส่วนแรก "ความสร้างสรรค์ของวิธีการเล่าเรื่อง"
โดยทั่วไป ผลงานส่วนใหญ่ของโคเรเอดะนิยมเล่าเรื่องเป็น "เส้นตรง" (Linear Narrative)
ทว่า "Monster" ดูเป็นภาพยนตร์ที่ค่อนข้างแตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ งวดนี้เขาเล่าเรื่องในลักษณะ "Non-linear" (เล่าเรื่องแบบสลับลำดับ) โดยเอาทริคการเล่าสไตล์ราโชมอนมาผสานกับโทนดราม่าที่ถนัด จนกลายเป็นงานที่แฝงความระทึกขวัญชวนพิศวงที่ตรึงคนดูได้ตลอด 2 ชั่วโมง พร้อมกับบทสรุปที่คาดไม่ถึง
ขณะที่พาร์ทดราม่ากลิ่น Coming-of-Age ก็เล่าได้เยี่ยม ด้วยบทสนทนาและบรรยากาศที่สั้นกระชับ แต่สะท้อนความหมายและความรู้สึกมนุษย์อย่างสมจริง
ส่วนนี้ต้องปรบมือให้กับผู้กำกับและมือเขียนบท... Monster ดูไปไกลกว่างานเดิมที่เคยทำ เป็นงานที่โดดเด่นไม่แพ้ผลงานที่ผ่านมา
- ประเด็นหลักในเรื่อง รู้สึกชอบการเล่า "ความจริง" (ที่บอกไม่ครบ) จากมุมมองที่ไม่เหมือนกันของแต่ละคน ซึ่งเราไม่อาจล่วงรู้ทุกสิ่งอย่างได้อย่างชัดเจน ตราบใดที่เราไม่ได้เห็นครบทุกมุมอย่างแท้จริง
สุดท้ายแล้ว Monster คืออะไร ใครคือ "สัตว์ประหลาด" ที่แท้จริงย่อมแล้วแต่การตีความ สัตว์ประหลาดอาจหมายถึง ต้นตอที่ทำให้เกิดความวุ่นวายทั้งหมดก็ได้
ขณะที่อีกนัยหนึ่งก็อาจสื่อถึง "ความแปลกแยก" ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งจากสายตาของสังคมที่ไม่ให้การยอมรับ
ถือว่าเป็นไอเดียที่เฉียบคมจริง ๆ
- หนังใช้ Symbol หลายส่วน ที่ชอบสุด คือ ฉากสุดท้ายในเรื่องที่ทุกคนเผชิญพายุ เปรียบเสมือนมรสุมชีวิตที่พัดผ่าน ขณะที่เมื่อพายุพัดผ่านไป และตัวละครหลักได้หลุดไปอีกฝั่ง (ที่ไม่มีประตูขวางกั้น) สะท้อนถึงการหลุดไปสู่อีกภาวะที่ดีกว่า (แต่ชะตากรรมแท้จริง หนังเปิดกว้างให้เราตีความ)... ส่วนนี้ถ่ายทอดได้สวยมาก
- ชอบช็อตตลกร้าย อย่าง "ฉากรุมโค้งคำนับ" ที่คนโดนคำนับขำไม่ออก แต่คนในโรงขำลั่น
- พาร์ทนักแสดง แสดงดีหมดทุกคน ไม่มีที่ติ
- มุมกล้องและแสงในเรื่องสวยและเนียนจนน่ายกนิ้ว
ส่วนดนตรีประกอบ ก็ทำได้เยี่ยมสไตล์ธีมหนังโคเรเอดะ โดยดนตรีประกอบ ถือเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของ Ryuichi Sakamoto คอมโพเซอร์ชื่อดังที่คว้าออสการ์ดนตรีประกอบยอดเยี่ยมจาก The Last Emperor (1987) รวมถึงเคยทำดนตรีให้กับ The Revenant (2015) ของ Alejandro G. Iñárritu และ Silence (2016) ของ Martin Scorsese
สรุป - อาจไม่ใช่หนังดูง่าย แต่ถือว่าหนังดีที่ดึงความน่าสนใจให้กับเราได้ตลอดการดำเนินเรื่อง ทั้งยังมีวิธีการเล่าที่แพรวพราว สมกับเป็นหนังคุณภาพสูง
ว่าไปแล้ว ถ้าญี่ปุ่นก็ส่งเป็นตัวแทน ก็มีแนวโน้มน่าเข้าชิงออสการ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ
ดังนั้นใครสนใจแนะนำให้รีบไปชมกันนะครับ หาโรงยากหน่อย แถมไม่น่าจะอยู่ในโรงนาน !
ป.ล. อีกหนึ่งช่องทางการติดต่อทาง Facebook เผื่อสนใจอยากพูดคุยติดต่อ
IG: benjireview
  • 2

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา