"แก้ว ณัฐรุจา" ปลายทาง ความฝัน คืนวันที่มีความหมาย Part 3

Unseen in SERTIST
เรื่องเล่าของชาวแก๊ง
ก่อนจะเข้าเรื่อง แอบสงสัยนิด ทำไมเราไม่ค่อยเซฟไลฟ์ใน IG ไว้หรอ? (บางทีดูสดไม่ทัน)
- ไม่ชอบให้ใครมาย้อนดู มันเขินน่ะ 55 ยังไงดีอ่ะ เมื่อก่อนอยู่ในแอปฯ iAM มันก็เซฟอัตโนมัติ คนมาย้อนดูเราก็ไม่รู้ แต่ไอจีมันเห็น บางทีเป็นคนนอกเข้ามาเยอะๆ มันเลยเขิน ไลฟ์ให้จบในตัวดีกว่า
พูดถึง “Sertist” ชาวแก๊งมีวิธีการทำงานยังไงครับ?
- จริงๆ มันง่ายมากเลยค่ะ เพราะพวกเราคือ “ทุลักทุเล โปรดักชั่น” ตอนนี้ก็ไม่ได้มีตากล้อง หรือทีมซาวด์ใดๆ เราถ่ายกันเอง ทำด้วยกันทุกขั้นตอน วิธีการทำงานน่ะมันง่าย แต่พอทำจริงแล้วมันยาก อย่างเวลาตั้งกล้องไปแล้วก็ “อ้าวเพื่อนๆ กล้องมันเอียงว่ะ” “เอายัง อันนี้อัดเสียงละนะ” แล้วกว่าจะเริ่มถ่ายแต่ละที ด้วยความที่พวกเราชอบเล่นตลกกัน บางทีเกือบ ชม. ก็ยังไม่ได้ถ่ายค่ะ “เอายัง? อ้าว มุมไม่ได้อีก”
พอต้องทำเองทุกขั้น ไม่มีคนช่วยคุมหรือประสานงานให้ ก็เลยจะช้านิดหนึ่ง
และพวกเราก็ยังเป็นเพื่อนที่เป็นคนไม่ตรงเวลากันมานานแล้ว เวลานัดแต่ละครั้งก็จะรู้กันว่าเพื่อนต้องทำนั่นนี่ก่อน รอกันไปมาก็เลท แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือเราสบายใจต่อกัน ไม่โกรธกันเลย เรารับข้อเสียกันและกันได้ นี่คือสิ่งสำคัญ ง่ายๆ สบายๆ แค่ช้านิด
ถ้าพูดถึงการแบ่งเวลามาเจอกัน ก็จะนัดผ่านกลุ่มไลน์โดยมีเป้มีคนนัด “เพื่อน พรุ่งนี้ 4 ทุ่มว่างมั้ย? ถ้าว่างก็นัดกันถ่าย” ถ้าว่างก็นัดกันถ่าย ไปไหนไปกัน ส่วนทิศทางคอนเทนต์ก็จะยึดจากสิ่งที่พวกเราอยากทำค่ะ ถึงเราบอกใครอยากให้ทำอะไร คอมเมนต์มาได้เลยนะครับ พูดตรงๆ ก็ไม่ได้มีเวลาอ่านขนาดนั้น เลยกำหนดจาก
  • 1.
    เราอยากทำเองก่อน เช่น ช่วงนี้อยากไปดิสนีย์อ่ะ / ตจว. / สวนสนุกในห้าง / ระบายสี ฯลฯ
  • 2.
    ถ้าช่วงนั้นไม่ว่าง ก็จะทำคอนเทนต์ที่ไม่กินเวลามากไป
เพราะพวกเราเป็นคนตลกอยู่แล้ว แค่เปลี่ยนที่เล่นตลกเฉยๆ ไม่ได้ต้องการคอนเทนต์ไรจากร้านนั้นหรอก55+ อะไรอร่อยหรือไม่อร่อย เราไม่รู้เลย เช่น มานั่งคุยกันเรื่องทรงผม บลาๆ เป็นการเอาตัวพวกเราใส่ไปในคอนเทนต์ก็พอแล้ว
อย่างตอนไปดิสนีย์ก็ไม่มีอะไรเลยนะ เพราะเราไม่ได้เสียเงินเข้า แค่ไปเดินเล่น เล่นตลกกัน นั่นก็มีคอนเทนต์เกิดขึ้นแล้ว จริงๆ มีคอนเทนต์ตึกแดงด้วยนะ แต่ดันไปกันในวันที่เขาไม่ขายของ เลยต้องย้ายไปร้านญี่ปุ่น ซื้อเสื้อผ้ากัน มันเป็นยังงี้ในชีวิตเราบ่อยมาก แต่ชินแล้ว55+
และด้วยความที่เป้ น้ำหนึ่ง โมบายล์ เขาจะเป็น Tiktoker ที่เสพแพลตฟอร์มนี้เน้นๆ พอช่วงไหนมีเทรนด์คอนเทนต์อะไร เขาก็จะแนะนำ ช่วงหนึ่งมีเทรนด์ถ่าย Year Book แนวเกาหลีๆ จะไปกันแล้ว แต่คิวร้านไม่ว่าง หรืออาหารภารัต (อินเดีย) กำลังฮิตนะ ก็พากันไป
มีการกำหนดจำนวนคอนเทนต์มั้ยครับ?
- ไม่ได้ Fix ค่ะแต่ถ้าไม่เหนื่อยจนเกินไป เราก็จะพยายามถ่ายสต็อคให้เยอะที่สุด เพราะไม่ได้ว่างตรงกันขนาดนั้น อย่างคอนเทนต์รีแอค 789 เราก็ถ่ายคอนเทนต์แต่งหน้าไปด้วย แล้วทีแรกกะจะถ่ายอีกตัวตอนดึกๆ แต่เพื่อนๆ จะหลับตั้งแต่รีแอคแล้ว เลยอ่ะสองคลิปพอ เท่ากับเฉลี่ย 2 คลิป/อาทิตย์ ถ้าขยันๆ หรือไหว 3-4 คลิป/อาทิตย์ก็ได้อยู่
คือเราถ่ายกันทีไม่นานเลย อย่างคลิป 15 นาทีเราแทบไม่ได้ตัดทิ้งเลย เพราะมันตลกทั้งหมด5555+ ทุกคนช่วยกันตลอด อันที่ตัดคือหยาบคายเกินจะออน
ชอบความเอิงเอยแบบกว่าจะอัดเทปกันได้ ฮ่าา
- จริง บางทีอันนี้อัดยัง? เอายัง ยังอีกกก บางเพลงแค่ 3 นาที แต่ซ้อม 2 ชม. เพราะมัวแต่แวะเล่นกันอยู่ อะไรตลกจะแวกเล่นกันนิดๆ หน่อยๆ สักพักยาวตลอด
จริงๆ ก็ไม่เชิงทำงานกันป่ะ เหมือนมีทติ้งกันมากกว่า?
- อ่าใช่ ทุกวันนี้เลยรู้สึกว่ามันยังทำต่อไปได้เรื่อยๆ เพราะเราสนุกที่จะได้เจอกัน บางทีนั่งเล่นกันอยู่ก็แบบอืมม น่าจะมีกล้องว่ะ มันตลกแล้วตอนนั้น เลยพกกล้องตลอด
อย่างโมบายล์เขาก็ทำช่องตัวเอง?
- ช่าย แต่คอนเทนต์ของเขาจะเป็นสิ่งที่พวกเรา 3 คนไม่ได้สนใจ เช่น การแต่งหน้า เราจะไม่ใช่สายบิวตี้แบบน้อง เล่าไม่ได้แบบนั้น ก็จะเป็นอีกแนวเยอะไป
ใครเป็นยังไงบ้างเวลาแก้วอยู่ด้วย และแก้วเป็นยังไงบ้างเวลาอยู่กับแต่ละคน?
- ว้าววว แก้วเป็นคน “ตลกมากขึ้น” เวลาอยู่กับพวกเขา หัวมันลื่นไหลมากขึ้น คือบางมุข ถ้าอยู่กับคนอื่นเราจะไม่กล้าเล่น ไม่เก็ทเราแน่ แต่พอเป็น Sertist เราเล่นได้ทุกอย่างในหัว คิดไรพูดเลย เพื่อนก็จะอุ้ย มองหน้าก็เข้าใจกันทุกอย่าง เราแมร่งประเภทเดียวกันสุดๆ เล่นกับแก๊งนี้ได้เลย เป็น 3 คนในโลกที่มองตาก็รู้ใจ
เหมือนที่โมบายล์บอกในแฟนมีตปะว่า “อยู่ด้วยกันไปจนแก่นะ”
- ช่าย นานไป อย่ามาตัดโอกาสกันได้ป้ะ? 55+
มีโปรเจกต์อะไรที่พอจะสปอยล์ได้บ้าง?
- จริงๆ พวกเราอยากทำแฟนมีตด้วยกันค่ะ แต่น่าจะยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ หรือรอครบรอบ 1 ปีของช่องเรา ซึ่งก็คือเดือน ม.ค. ปีหน้า รู้สึกสนุกมาก แค่เราเล่นชาเย็นกันก็ตลอดแล้ว ซึ่งถ้าเราได้นำความตลกนี้ไปอยู่บนเวทีก็น่าจะดีเลย แล้วก็ด้วยความสนิท เวลาร้อง เต้น เล่นที เคมีมันจะเข้ากันเลย อะไรก็ตามที่ทำเป็นกลุ่มมันเลยค่อนข้างจะไปด้วยดี สื่อสารไปในเอเนอจี้พอกัน นี่!! คิดเองด้วยนะ
มีคิดจะไปคอลแลปส์กับช่องอื่นอีกมั้ย? (ก่อนนี้ก็ส้มมารี)
- เร็วๆ นี้เหมือนจะมีเทพลีลาค่ะ แต่เขากำลังติดต่ออยู่ (มีให้รับชมแล้วใน “คำต้องเชื่อม” กับพี่ๆ “ยกกำลัง” เรียบร้อยแล้วใน Ep.49 นี่เลย >>
อยากเห็นคอนเทนต์แบบพาหนุ่มเรียบร้อยสักคนมานั่งกลาง
- ว้ายยย เราอาจจะเรียบร้อยไปกับเขาก็ได้นะ เพราะเราสนิทกับคนยากค่ะ ถึงเราเป็นคนตลก ก็ไม่ได้แปลว่าเจอคนอื่นแล้วจะตลกได้ เลยมีเพื่อนกันแค่ 4 คนแค่นี้55+ เพราะเป็นแนวเดียวกัน เอเนอจี้ใกล้กัน มันเลยไปกันได้ ไม่ได้ไปติดต่อใครอื่นมาเพิ่ม อย่างเป้ไปออกรายการคนเดียว เจอคนอื่นก็จะไม่ใช่ฟีลแบบเดียวกับเจอแก๊ง
อันนี้เป้ตัดคลิปเองหรอครับ?
- มีคนตัดค่ะ ก็จะเช็กคลิปกันก่อนออนแอร์เสมอ
แต่จริงๆ นะ พวกเธอ 4 คนนี่ บางทีไม่ต้องทำอะไร เห็นหน้าก็ฮาละ555+
- ฮะจริงหรอ? 5555+ (จริงๆ มองหน้าทีก็แบบต้องมีอะไรสักอย่าง) อ๋า ประมาณว่าพวกเธออีกละหรอ
ชอบที่แก้วเคยบอกว่า “เราไม่ได้แข่งขันกันอยู่บนเส้นทางเดิมแล้ว” มาจุดนี้แล้วรู้สึกยังไง เล่าให้ฟังหน่อยครับ
- หลายครั้งรู้สึกว่าการออกมาข้างนอกมันยากกว่าเดิม เพราะเราไม่ได้มีนามสกุล BNK48 แล้ว คนที่มองเข้ามาก็อาจจะมองว่าเรายังเป็นไอดอลในวงอยู่ แก้วไหนอ่ะ? พอวงการมันกว้างใหญ่ขึ้น บางคนก็อาจไม่รู้จัก มันเลยยากที่ลูกค้าจะมองเห็นเรา คือการแข่งขันมันมากขึ้น สมมติแก้วอยากร้องเพลงในร้านเหล้า ก็ต้องไปแข่งกับร้านที่เขามีนักร้องอยู่แล้ว ขณะที่เรายังไม่มีผลงานอะไร
แต่สิ่งที่ดีกว่าคือความสบายใจ อย่างในวงแข่งกันแบบมีอันดับ เรารู้แม้กระทั่งการจัดอันดับ Hashtag หนึ่งวันใน X วันนี้มีคนพูดถึงเรากี่ครั้ง หรือวันนี้แถวจับมือเราหมดคนที่เท่าไหร่ หรือของเราขายได้ที่เท่าไหร่ ต้องรู้อยู่ทุกวัน พอมันเห็นทุกวันเลยกดดัน แต่ในวงการบันเทิง เราต้องรู้เหรอว่าเป็นที่เท่าไหร่? แม้ต้องแข่งในสนามที่เหนื่อยขึ้น แต่เราไม่ต้องมานั่งจัดอันดับตัวเองแล้ว มันก็เลยสบายใจมากขึ้นค่ะ
สมมติวันนี้ยอดวิวดีมาก วันต่อไปยอดตก เราก็จะไม่คิดอะไรมาก?
- เราดูกันแค่ว่าเฮ้ยเพื่อน คลิปนี้ยอดวิวเยอะว่ะสงสัยคนชอบแบบนี้ เวลายอดวิวน้อยก็ไม่ได้เฟล ไม่ได้หาเหตุมาก แค่ทำสิ่งที่อยู่ด้วยกันแล้วสนุกก็ทำต่อไป บางคลิปนั่งเล่นกันเฉยๆ คนเขาก็ชอบ จนบางทีก็คิด หรือเรานั่งแล้ววาง Green Screen ไว้ข้างหลัง เปลี่ยนสถานที่ด้วย Effect ดี จะได้ไม่ต้องไปไหน55+ ก็วิเคราะห์กันไปตามผล
แก้วเคยบอกด้วย สมัยเริ่มทำช่องใหม่ๆ ว่า “ไม่ได้คาดหวังอะไรขนาดนั้น” (จากปกติที่เป็นคนชอบตั้งเป้าหมายแล้วไปให้ถึงตลอด มันต่างกันยังไงระหว่างที่ผ่านมาตั้งเป้าตลอด ตอนนี้ไม่ได้ตั้ง)
- แก้วรู้สึกว่าคนเราเปลี่ยนความคิดกันทุกวัน ส่วนเรื่องทำช่องกับเพื่อนๆ ก็ไม่ได้ตั้งเป้าจริงๆ เพราะถ้าไม่มี Sertist ก็คงไม่ได้เจอกันบ่อยขนาดนี้ ในชีวิตที่ไม่ได้มีเพื่อนมาก แค่มีพวกเขาคอยแชร์นั่นนี่มันก็สนุก ดีที่สุดแล้ว และก็ยังเป็นกลุ่มที่รู้ความลับเรามากที่สุด ดังนั้นจะเลิกคบกันไม่ได้นะคะ555+
ทุกคนยังมี Mindset แบบเดียวกัน คือไม่ต้องไปแข่งอะไรหรอก ไม่ต้องดีที่สุด แค่สนุกในแบบของเรา แต่ไม่แข่ง ไม่ได้แปลว่าไม่ทำอะไรเลยนะคะ เราก็ยังคิดที่จะพัฒนากันต่อ “เป้ไปดูอันนี้ซิ ทำไมอันนี้เป็นแบบนี้ แล้วช่องอื่นเขาทำยังไงบ้าง?” พยายามหาสิ่งใหม่ๆ ที่จะปรับใช้ให้ช่องดีขึ้น
สำหรับแก้ว ช่วงนั้นอาจไม่ได้ตั้งเป้า แต่ในอนาคตแก้วอาจจะค้นพบอะไรบางอย่างให้หันมาตั้งเป้าใหม่ขึ้นก็ได้ ไม่ใช่ว่าเราจะไม่มีเป้าไปตลอดชีวิต สักวันเราก็จะเปลี่ยนแปลง อาจมีสิ่งมากระทบใจให้เลิกขี้เกียจ เลิกผัดวันประกันพรุ่งก็ได้ อาจมีสิ่งเหล่านี้ก็ได้ ใดๆ เป้าตอนนี้สปอนเซอร์จ้างได้นะคะ55
จะมีทำ Music Box ร้องเล่นกันเองมั้ยครับ?
- ก็มีคิดบ้างค่ะ แต่ยังว่างไม่ตรงกันขนาดนั้น จริงๆ ตั้งแต่เปิดช่องมาแรกๆ ก็อยากร้องเพลงด้วยกัน น่าจะทำแหละ แต่ไม่รู้อีกนานแค่ไหน
###
บทที่ 6:
วันเวลากับ “ณัฐรุจา”
สรุปรวบที่คุยมา แก้วบอกชัดเจนว่าปลายทางสำคัญกว่าระหว่าทางเราจะทำยังไงก็ได้เพื่อให้ไปถึงปลายทางนั้น อนาคตก็อยากเป็นนักร้องเต็มตัว และถ้ามีเวลาก็จะแต่งเพลงเองลองเป็นเพลงอกหักบ้างมะ?
- อยากลองเหมือนกันนะ แต่เกิดมาไม่เคยอกหักเลยน่ะสิ (น่อวววว)
แต่จริงๆ ก็ชอบตั้งแต่ “จากคนที่ไม่คิดถึงเธอ” ละนะ มันมีความเป็นแก้วสุดๆ ท่อนแรปก็ให้ฟีลเดอะทอยนิดๆ
- เดอะทอยเลยหรอคะ? แก้วชอบสเกล Pentatonic เป็นสเกลที่ฟังออกมาแล้วจะเหมือนเพลงไทย แนวๆ T-Pop อย่างพี่ๆ วง Cocktail หรือ Txrbo ก็ใช่ เลยใส่ท่อนแรปเข้าไปไม่ให้ดูไทยขนาดนั้น
อยากบอกอะไรกับ “แฟนคลับ” ที่ติดตามเรามาถึงตอนนี้ครับ?
- “ขอบคุณค่ะ” คือแก้วบอกพวกเขาตั้งแต่ก่อนแกรดเมื่อปีที่แล้ว ว่าแก้วจะเป็นแก้วที่ดีขึ้นหรือแย่ลง ไม่รู้จริงๆ เลยขอให้เวลาตัวเองหน่อยนะ เพราะ 6 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีเวลาเพื่อตัวเองเลยค่ะ ไม่ลางาน ก่อนนี้ลงรูปและเช็กโซเชียลก็เพื่อแฟนๆ ทั้งที่ไม่ใช่คนชอบลงรูป ไม่ใช่สายเขียนแคปชั่นอะไรแบบนั้น แก้วทุกอย่างเพื่อพวกเขา มาปีนี้ที่ต้องเรียน ป.โท ให้จบ
เลยขอเวลาให้ตัวเองบ้าง ขอนอนเฉยๆ โดยไม่ลงรูป เพราะบางทีก็ไม่ได้แต่งหน้า ไม่ได้ถ่ายรูป ขอทำอย่างอื่นบ้าง สุดท้ายก็ยังมีกลุ่มคนที่เข้าใจตรงนี้และยังรอเราเสมอ แก้วก็ appreciate เห็นความสำคัญเขาตลอด
ทุกวันนี้มีงานน้อยลง ไม่ได้เจอบ่อยขนาดนั้น เขาก็ยังรอที่จะไปเจอเรา ซื้อโต๊ะร้านเหล้า รอสนับสนุน ให้ทิป ให้ของขวัญเรา ให้ดอกไม้ นึกถึงวันสำคัญเรา รอจะยินดีในวันรับปริญญา ถึงแก้วจะไม่ได้ active โซเชียลขนาดนั้น เขาก็ยังรอทุกงาน สนับสนุน แก้วเห็นทุกอย่างที่เขาทำให้ ขอบคุณมากๆ มาเสมอ อยากให้เขารู้ว่าเขายังคง “สำคัญ” กับชีวิตแก้วอยู่นะ แก้วเองก็อยากให้เขามีความสุขเหมือนกับที่เขาอวยพรแก้วตลอด
แฟนคลับกลุ่มใหม่ๆ ล่ะ?
- รอติดตามก้าวต่อไปของแก้วนะคะ บทบาทใหม่ ได้ทำงานหลากหลายมากขึ้น ฝากด้วยนะคะ
อนาคตจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวอีกมั้ย?
- อยากทำเป็นกึ่งๆ คอนเสิร์ตค่ะ ร้องเพลงจริงจังหน่อย น่าจะอีกสักพักเช่นกัน และก็อยากมีแฟนมีตอีกเหมือนกันค่ะ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ ต้องรอพร้อมและมีเวลาให้กับมันมากกว่านี้
ดีใจที่เห็นแก้วได้กลับมาอยู่กับตัวเองจริงๆ แบบนี้ แล้วมีอะไรที่อยากบอกตัวเองอีกบ้าง?
- ว้าววว ก็ขยันกว่านี้หน่อย555+ อะไรที่รู้ตัวว่าไม่ดีก็ปรับปรุงน้า อยากให้แก้วมีความสุขมากๆ ค่ะ ทุกวันนี้หลายๆ อย่างก็สุขดีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้สำเร็จขนาดนั้น ยังไม่มีงานเยอะ ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ยังไม่มีธุรกิจ ยังไม่มีงานแสดงที่มีชื่อ ไม่มีอัลบั้มของตัวเอง
เลยอยากมีผลงานใหม่ๆ สักอัน ความสุขขั้นกว่าคือสิ่งเหล่านี้ เอาจริงๆ การเรียนจบ ป.โท ก็นับว่าสำเร็จแล้ว บรรลุเป้าในปีนี้ เพื่อนๆ รอบตัวก็น่ารักดี พ่อแม่ พี่น้องก็สุขกันดี นับว่าดีแล้ว
แต่ถ้าเรามีธุรกิจหนึ่ง ได้เงินเยอะมากแล้วได้ไปเที่ยว มีอิสระในด้านอื่นมากกว่านี้ ก็น่าจะเป็นความสุขที่ไม่ได้มีมานานแล้ว แล้วก็ชมตัวเองเยอะๆ ขึ้นก็ได้ ขอบคุณที่อดทนกับหลายๆ เรื่องจนพัฒนาทั้งความสามารถและจิตใจให้เข้มแข็ง ร่างกายที่ยังอดทนกับการไม่ได้นอน ขอบคุณหลายอย่างที่อดทนจนเป็น “แก้วในทุกวันนี้” (ก็ขอให้แก้วเป็นแก้วที่ดีและดีขึ้นในทุกวัน ในแบบที่อยากจะเป็นนะครับ)
ฝากถึงบทความนี้
- แก้วอ่ะเป็นคนชอบตอบคำถามที่มันเกี่ยวกับความคิดอยู่แล้วค่ะ ก่อนนี้เลยชอบถามตัวเองเพราะบางเรื่องไม่มีคนมาถาม55+ มันเหมือนเป็นการได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ก็ขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับบทความนี้ที่มีคำถามมาให้ ถึงจะเป็นคำถามที่ยาก แต่ก็สนุกดีเลย แก้วชอบที่จะได้ตอบและใช้ความคิดไปด้วย ขอบคุณมากๆ ค่ะ
(เป็นเกียรติมากๆ เช่นกันนะครับ)
###
ต้องขอบคุณความผิดหวัง
ที่แม้มันจะไม่ใช่เรื่องดี
แต่มันคือเรื่องจริงที่
ทำให้แก้วเติบโตขึ้น
.
.
ไม่ต้องเป็น ที่สุด ของชีวิต
แค่ทำมันอย่างมีความสุขก็พอแล้ว
แก้ว ณัฐรุจา
Epilogue
ในบทส่งท้ายนี้
ผมคงไม่มีอะไรจะบอก
มากไปกว่า “ขอบคุณ” ทุกอย่าง
ที่ได้เกิดขึ้นผ่านห้วงเวลา
ของการพูดคุยในครั้งนั้น
 
ซึ่งมันไม่เหมือนการสัมภาษณ์เท่าไหร่
แต่เหมือนได้ชวนเพื่อนเก่าคนหนึ่ง
มานั่งคุย สบตา เปิดใจกันมากกว่า
ในเวลาเพียงไม่กี่ ชม.
ช่างเต็มไปด้วยห้วงอารมณ์
ความรู้สึก ความทรงจำต่างๆ
ที่ค่อยๆ ฉายภาพเรื่องราวระหว่างทาง
ชวนให้นึกถึงอยู่ไม่เปลี่ยน
เมื่อเราต่างวางมงกุฎไอดอล
และหมวกแฟนคลับลงชั่วครู่
ก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกได้รู้จักแก้ว
ลึกกว่า 6 ปีก่อนนี้ซะอีก
เคยเป็นคนมุ่งมั่นมากแค่ไหน
วันนี้ก็ยังสัมผัสได้ในตัวเธออยู่
ผ่านสีหน้า ประกายแววตา อารมณ์
และน้ำเสียงที่ฉาดฉาน มั่นใจ
แต่กลับให้ความสุขุม นุ่มลึกกว่าเก่า
เหมือนเราได้เห็นเพื่อน
ที่เคยร่วมทางมาด้วยกัน
เขาเติบโตขึ้นมาอีกหลายขั้น
ทั้งความคิดและจิตวิญญาณ
อะไรที่เคยพ้นผ่านจากเรื่องเก่าๆ
ก็มองมันด้วยมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่ฟูมฟาย
หากเพียง “ยอมรับ” และ “เข้าใจ” ตัวเอง
เรียนรู้จากเสียงเพลงในวันวาน
เอามาหล่อหลอมหัวใจให้แข็งแกร่ง
แล้วหาทางพัฒนาขึ้นกว่าเดิมไม่มีหยุด
เวลาจะทำอะไรก็จะทำให้สุด
ลุยให้จบเป็นอย่างๆ ค่อยไปต่อ
เป็นตัวอย่างของคนที่ใช้ชีวิต
แบบ “Laser Focus” ได้ดีเลยล่ะ
ยิ่งในยุคสมัยนี้ที่สิ่งเร้าเยอะไปหมด
อีกทั้งค่านิยมคนทำงานรุ่นใหม่
ที่ต้อง Productive จัด
ต้องทำมากให้ได้มาก
ทั้งที่จริงการกำหนดตัวเองให้โฟกัส
งานหรือกิจกรรมตรงหน้าเป็นเรื่องๆ
ย่อมช่วยให้เราเข้าถึงรายละเอียดมันได้มากขึ้น
พอมีช่วงโฟกัสเต็มที่
ก็ต้องมีช่วงปล่อยโฟกัสไปบ้าง
อย่างโมเมนต์เวลาขับรถ
เธอก็จะปล่อยใจไปกับเสียงเพลง
อารมณ์ และความคิดได้เรื่อยๆ
เหมือนการเล่นดนตรี
ที่เราต้องมีทั้งช่วงซ้อมหนัก
และช่วงผ่อนคลาย สบายอารมณ์
ผสมผสานกับการด้นสดไปตาม
จังหวะ ทำนองชีวิตอีกหน่อย
แล้วค่อยๆ แหวกม่านออกไป
โชว์ความเป็นตัวเองอย่างดีที่สุด
ชิลไปกับโชว์ สนุกไปกับตัวเอง
ร้องบรรเลงให้เต็มอิ่มดีกว่า
ได้แง่มุมเพิ่มว่า
การมอง “ปลายทาง” ให้ชัด
แล้วหาทางไปให้ได้
แบบพอดีไม่เหนื่อยมาก
ก็เป็นสิ่งที่จะช่วยเซฟเอเนอจี้เรา
ให้ยืนระยะได้ยาวขึ้น
มีเวลาไปทำอย่างอื่นบ้าง
ภายใต้หัวใจที่เชื่อมั่น
ขณะเดียวกันก็ยอมรับในความเสี่ยง
ที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อแก๊ปเวลา
การเตรียมตัวระหว่างทางมันน้อยลง
จนอยากจะนำข้อนี้มาปรับปรุง
เจอกันครึ่งทางกว่าเดิมน่าจะดี
แก้วในวันนี้คือแนวดนตรีที่ยังคง
ความเซ็กซี่ซาบซ่านเมื่อมองมา
แต่ข้างในกลับพบว่ามีการเพิ่ม
จังหวะ คำร้อง และทำนองใหม่เข้าไป
พร้อมเติมความทุ้มแน่นเข้ามาเสริม
เติมเต็มตัวเองให้ลึกซึ้ง มีมิติขึ้นไปอีก
และอีกอย่างที่ประทับใจคือ
ความเป็นคนเก่ง หัวไว
ถามอะไรไปจะโบ๊ะบ๊ะกลับมาตลอด
ใส่ใจรายละเอียดไม่ว่า
คำถามหลักหรือย่อย
ก็จะค่อยๆ ตอบมาอย่างดีที่สุด
ถ้าเป็นเชิงธุรกิจคงเป็นแบรนด์ที่
“Over Deliver” ใส่ใจ
ให้มากกว่าที่ลูกค้าขอ
ขอบคุณแก้วมากๆ นะครับ
ที่สละเวลาและพลัง
มานั่งพูดคุยกันอย่างละเอียด
เต็มอารมณ์ขนาดนี้
ขอให้บทความแทนใจ
ให้เป็นไดอารี่เล่มหนึ่ง
ช่วยบันทึกเรื่องราวที่เคยเกิด
และสิ่งที่กำลังจะไปต่อ
ทุกครั้งที่แก้วเปิดมาอ่าน
ก็จะนึกขึ้นได้ว่าเราเติบโตมาแค่ไหน
 
ขอเป็นกำลังใจให้เสมอในทุกบทบาท
รอชมผลงานในการเป็นศิลปินเต็มตัว
และทุกย่างก้าวจากนี้ไป
วันไหนที่แก้วไม่เชื่อมั่นในตัวเอง
ก็ขอให้เชื่อในตัวชาวแก๊ง Sertist
แฟนคลับทุกคน รวมถึงตัวพี่
ที่เชื่อในตัวแก้วเสมอมา
ว่าแล้วก็ขอแถมกลอนหนึ่งบท
ให้เป็นของขวัญอีกหนึ่งกรุบ
“ณัฐรุจา”ชาญเชี่ยวใช้ ดุริยางค์
“ชุติ”จรัสทั่วสรรพางค์ ประหนึ่ง”แก้ว”
“วรรณ”ผ่องผุดดุจผาง ประทีปส่อง ไสวเอย
“โสภณ”ดิเรกแพร้ว เพริศพริ้งพรายพรรณ
ขอบคุณแอดภู โอตะ หน้ายักษ์ นักเลงกลอน
ที่แต่งมาฝากกันนะครับ
ขอบคุณค่าย Conversation Thailand ด้วยนะครับ
ที่ให้การสนับสนุนบทความนี้อย่างดี
ขอบคุณลูกเพจสายอ่านที่
เดินทางมาด้วยกันจนถึงตรงนี้
คุณคือยอดนักอ่านเลยนะ :)
แล้วพบกันใหม่
ไม่ใกล้ ไม่ไกลนะแก้ว
ดนตรีและเรื่องราว
จะเชื่อมเราไว้ถึงกัน
เหมือนใจความนั้น
ที่ได้ฟังผ่านบทเพลง
.
.
.
“ขออยู่ในอ้อมแขนที่อุ่นใจ
ในคืนวันที่เหงา
กอดฉันไว้ไม่ปล่อยได้หรือเปล่า?
ให้ความเหงาที่มีได้จางหายไป
ขอแค่วันที่รู้สึกอ่อนล้า
จะมีเธออยู่ข้างกาย
ขอรักเธอทั้งหัวใจ
และจะไม่ให้ใครแทนที่เธอได้เลย,,,”
ขอบคุณภาพจาก: Kaew Natruja, ConversationThailand, BNK48 และ Brickinfo Channel
###
  • 3
โฆษณา