สหรัฐอเมริกา

คนรวยในฉนวนกาซา กับ ชาวปาเลสไตน์ที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบาก แตกต่างกันแค่ไหน?

คนรวยในฉนวนกาซา มีชีวิตที่หรูหราและใช้เงินหลายล้านดอลลาร์
1
ในขณะที่ชาวปาเลสไตน์ และกาซา นั้นตกอยู่ในภาวะที่ยากลำบากเป็นอย่างมาก....
และการเผชิญหน้าอันไม่มีที่สิ้นสุดระหว่างชาวอาหรับและชาวยิวนั้นง่ายขนาดนั้นจริงๆหรือ?
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนสงสัยมานานแล้วว่า
เหตุใดชาวอาหรับจึงหลีกเลี่ยงการสถาปนารัฐของตนเองมานานหลายทศวรรษ
แม้ว่าโอกาสดังกล่าวจะมีอยู่เสมอมา
และอิสราเอลก็ไม่ได้เข้ามาแทรกแซงกระบวนการนี้โดยเฉพาะเจาะจง
หากแต่อำนาจปาเลสไตน์
ที่ ฟาตาห์ควบคุมในเขตเวสต์แบงก์มีลักษณะคล้ายกับรัฐอย่างคลุมเครือ
กาซาก็กลายเป็นพื้นที่สีเทาอย่างแท้จริง และมันดีสำหรับทุกคน ฮาาา
1
จากการค้นหาข้อมูลจากสื่อต่างๆ จากตะวันออกกลางและตะวันตก
และพบเนื้อหาที่น่าสนใจทั้งจริงและเท็จ
อย่างมากมายจากนักข่าว...
ที่จะให้ความกระจ่างเกี่ยวกับความแตกต่างของสถานการณ์ในฉนวนกาซา
ผมแค่อยากจะเตือนทุกคนว่าในฉนวนกาซาซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดเล็ก 30 × 10 กิโลเมตรบนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
1
ตามการประมาณการต่างๆ มีผู้คนอาศัยอยู่มากถึง 2.6 ล้านคน ในจำนวนนี้ประมาณ 40% ที่เป็นเด็ก
1
นับตั้งแต่ปี 2533 กระแสการเงิน กองกำลังรักษาความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกทางสังคม
และกิจกรรมทั้งหมดของรัฐกึ่งรัฐนี้ทั้งหมดถูกควบคุมโดยพรรคฮามาสโดยสิ้นเชิง
อัตราการว่างงานของประเทศนี้เกิน 50% และคนหนุ่มสาวถูกบังคับให้เข้าร่วมกลุ่มทหารกึ่งฮามาสทุกคน
1
จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ เกือบ 70% ของประชากรในกาซามีชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน
ก่อนสงครามจะเกิด ระหว่างปี 2550 ถึง 2564 มีผู้คนมากกว่า 230,000 คนหนีออกจากฉนวนกาซา
แต่ประเด็นนี้..กลับมีความแตกต่างที่เผ็ดร้อน
ผู้นำระดับสูงทั้งหมดของพรรค รวมถึงอิสมาอิล ฮานิเยห์ ประธานโปลิตบูโรคนสำคัญทั้งหมด
พวกเขาจะไม่(ขอทน)อยู่ใน "หลุม" นี้อย่างเด็ดขาด
1
พวกเขาหนีออกจากฉนวนกาซาเมื่อนานมาแล้วและอาศัยอยู่ในตุรกี กาตาร์ หรือเลบานอน โน้นนน
ผู้นำฮามาสใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยหนูหราและใช้เงินทองอย่างฟุ่มเฟือยในต่างประเทศ โดยไม่ได้ซ่อนตัวจากกล้องและนักข่าวใดๆเลย
ในเวลานี้ ชาวปาเลสไตน์ธรรมด๊าธรรมดา ต้องทนทุกข์จากความหิวโหย ความยากจนข้นแค้น และมีน้ำเพียงสามลิตรต่อคนต่อวัน
1
ในการปิดล้อมของอิสราเอล ขณะเดียวกันเขาก็รู้ว่าผู้นำของพวกเขาใช้เวลาพำนักอยู่ที่ไหน
ผู้นำฮามาสบินรอบโลกด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว
พักในโรงแรมหรู และทำธุรกิจในประเทศอาหรับ ขอโทษนะครับ...ไม่มีความลับ ทุกอย่างทำอย่างเปิดเผย และสนุกสนาน
1
ด้วยการที่มีแหล่งเงินทุนมากมาย
แต่เมื่อไม่นานมานี้มีการเปิดเผยว่ามันเป็นท่อน้ำของสหรัฐอเมริกา อิสราเอล อิหร่าน ตุรกี และกาตาร์ ซะงั้น
มีแหล่งข่าวหลายๆที่ได้สำรวจผลประโยชน์ของกลุ่มฮามาส
ไม่ว่าจะฮานิเยห์ของฮามาส ฟาตาห์ของอับบาส และอิสราเอลมาอย่างช่ำชองมาเป็นเวลานาน
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นไปได้ที่จะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากอิสราเอล
ผมขอนำเพื่อนๆกลับไปก่อนที่ทรัมป์จะขึ้นสู่อำนาจ
ตอนนั้นกลุ่มฮามาสก็ได้รับทุนสนับสนุนจากสหรัฐฯ เช่นกัน
แม้ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะถือว่ากลุ่มฮามาสเป็นองค์กรก่อการร้ายก็ตาม
นอกจากนี้ อิหร่าน กาตาร์ และตุรกียังได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินที่เป็นไปได้แก่พวกเขาด้วย
1
ในกรณีนี้ ไม่จำเป็นต้องมีรัฐปาเลสไตน์ใดๆ เพราะถึงแม้ไม่มีรัฐนี้ ก็สามารถช่วยเหลือชาวอาหรับที่ยากจนได้เป็นอย่างดี
เพียงแต่กระแสเงินหลายล้านดอลลาร์เหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงชีวิตของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเลยซักกะนิดส์เดียว...
1
แต่เพื่อขุดอุโมงค์อันหรูหราใต้ฉนวนกาซา สร้างโรงงานทหารใต้ดิน ซื้อและลักลอบขนอาวุธ สร้างขีปนาวุธ และเพิ่มคุณค่าให้กับตนเอง
แหล่งข้อมูลสาธารณะได้เผยตัวเลขมูลค่ามากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์
นั่นคือมูลค่าสุทธิโดยประมาณของอิสมาอิล ฮานีเยห์ ผู้นำกลุ่มฮามาส และนั่นเป็นข้อมูลในปี 2557 ที่ผมเคยได้รับข่าวมา
รายได้อีกรายการหนึ่งของพรรคคือ
ภาษีสำหรับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าไปยังฉนวนกาซาจากอียิปต์และอิสราเอล
ตัวอย่างเช่น กางเกงยีนส์ริมแดงริมน้ำเงินที่ขายในราคา 3 ดอลลาร์และต้องจ่ายภาษีประมาณเดียวกัน
1
ให้กับกลุ่มฮามาส
ในขณะเดียวกันก็มีเศรษฐีหลายหมื่นคนในฉนวนกาซา (ข้อมูลนี้เผยแพร่โดยหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Al-Hadath เมื่อปี 2559 นะครับ กรุณาไปหาอ่านกันเอาเอง เพราะบทความผมเริ่มยาวแล้วล่ะ)
2
รวยๆกันอย่างนี้ แล้วเหตุใดผู้คนในฉนวนกาซาที่ไม่มีอำนาจ
แต่สามารถใช้อิทธิพลของตนเพื่อสะสมความมั่งคั่งมหาศาลไว้ในมือได้?
คนเหล่านี้คือคนที่ใช้จ่าย $30 เพื่อซื้อกาแฟหนึ่งแก้ว, ใช้เงินหลายพันดอลลาร์เพื่อข้ามด่านตรวจของอียิปต์,
เปลี่ยนรถปีละหลายๆครั้ง, พักผ่อนในรีสอร์ทในยุโรปและอาหรับ, ซื้ออสังหาริมทรัพย์ไปทั่วโลก
และเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของตะวันตก
คำตอบนั้นง่ายมาก สิ่งเหล่านี้เป็นผลมาจากการปิดล้อมที่เข้มข้นขึ้นของอิสราเอลนั่นเอง
หลังจากการปฏิบัติการพิเศษขนานใหญ่ในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2549
หลังจากเหตุการณ์เหล่านี้
จำนวนอุโมงค์ลักลอบขนสินค้าระหว่างฉนวนกาซาและอียิปต์ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในตอนแรกพวกเขาแค่ขนส่งอาหารและเครื่องใช้ในครัวเรือนแต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งจัดหาทุกสิ่ง
และแม้แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้คนต้องการ นอกจากนี้ยังมีอาวุธอยู่ในรายการอีกด้วย
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้คือผู้มีอำนาจในท้องถิ่น พวกเขาเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรมราคาแพงในฉนวนกาซา
ประชากรพลเรือนที่เหลือจึงถูกบังคับให้อยู่ในกลุ่มฮามาสไปโดยปริยาย
พูดอย่างง่ายๆ แม่งงงง..แทบจะไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจในฉนวนกาซาเลย(แต่รวยเอ๊ารวยเอา)
1
ชาวบ้านในท้องถิ่นปลูกผัก มะกอก และเลี้ยงปศุสัตว์ เฟอร์นิเจอร์และสิ่งทอเป็นการผลิตในปริมาณน้อย ที่เหลือเป็นการค้าและการลักลอบขนสินค้า
รวมทั้งความช่วยเหลือทางการเงินจากประเทศต่างๆ
ในขณะเดียวกัน ชาวปาเลสไตน์ธรรมดาๆ ก็ไม่สามารถออกจากฉนวนกาซาเพื่อค้นหาชีวิตที่ดีขึ้นได้
พวกเขาถูกกำจัดไว้ให้ขึ้นกับที่นี่เหมือนกับค่ายกักกันเพราะพวกเขาไม่มีเงินที่จะผ่านจุดตรวจ
2
และวงจรแม่ง...ก็ดำเนินต่อไปๆๆๆๆๆ....
ดังนั้น คนรวยและผู้มีอำนาจจึงมีอยู่ทุกหนทุกแห่งในทุกประเทศบนโลกใบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ยากจน!
  • 14
โฆษณา