ทำนายโลกปีหน้าจากบทเรียนจากประวัติศาสตร์ - Blockdit Originals โดย ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร

เรามักสอนกันว่าต้องเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ แต่ผมคิดว่าในยุคผันผวนแบบนี้ ประวัติศาสตร์ไม่ต้องเรียนรู้ไปไกลถึง 4000 ปี ก่อน หรือ 100 ปี ก่อน เอาแค่เรียนรู้จากประวัติศาสตร์ 5 ปีที่ผ่านมาก็พอครับ
2
หลายคนเพิ่งเห็นไบเดนยิ้มแป้นจับมือกับสีจิ้นผิงที่ซานฟรานซิสโก บางคนอาจนึกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ น่าจะกลับมาเสถียรขึ้น เพราะทั้งสองฝ่ายต่างต้องการกันและกัน สหรัฐฯ กำลังเผชิญสองสงครามทั้งสมรภูมิยูเครนและอิสราเอล-ฮามาส ส่วนจีนเองก็เผชิญปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ
3
แต่ผมอยากให้เราย้อนบทเรียนเมื่อ 1 ปี ที่แล้ว ไบเดนกับสีจิ้นผิงก็ยิ้มแป้นจับมือกันที่บาหลีในการประชุมจี 20 แบบเดียวกับในครั้งนี้ ตอนนั้นเราก็ใจชื้นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจน่าจะดีขึ้น
2
ที่ไหนได้ ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ก็เกิดเหตุการณ์วิกฤตบอลลูนสอดแนมของจีนล้ำเข้าไปในน่านฟ้าสหรัฐฯ จากนั้นผู้นำระดับสูงของทั้งสองฝ่ายก็ปิดทุกช่องทางการสื่อสารระหว่างกันไปพักใหญ่ เรียกว่าความสัมพันธ์สองชาติตกต่ำถึงขีดสุด
1
ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ในยุคนี้เปราะบางมาก เพียงมีประเด็นเล็กน้อยมากระทบกระทั่งก็อาจลามกลายเป็นเรื่องใหญ่โต เป็นเรื่องเข้าใจผิด เป็นความไม่ไว้วางใจต่อกันได้อย่างง่ายดาย เพราะทั้งคู่ต่างมองอีกฝ่ายเป็นคู่แข่ง ไม่ใช่คู่ค้าเหมือนในอดีตอีกต่อไป
1
ดังนั้นคำทำนายแรกสำหรับปีหน้า ก็คือสองยักษ์จะยังคงเข้าใจผิด เรื่องเพียงเล็กน้อยก็อาจจะบาดหมางกันขึ้นมาใหม่ได้ง่ายๆ การกระทบกระทั่งไปมาจะเป็นความปกติใหม่ของยุคสมัยพวกเรา ให้เรามีเรื่องตื่นเต้นกันได้เรื่อยๆ
ยิ่งปีหน้าจะเป็นปีเลือกตั้งสหรัฐฯ ความเปราะบางย่อมมากขึ้น เพราะทั้งสองพรรคการเมือง และคู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทุกคน รวมทั้งไบเดน ย่อมต้องแข่งกันแสดงความแข็งกร้าวต่อจีน เพื่อเรียกคะแนนจากฐานเสียงชาตินิยมในสหรัฐฯ
2
อีกเรื่องสำคัญปีหน้าก็คือการเลือกตั้งที่เกาะไต้หวันช่วงต้นปี หลายคนแอบหวังว่าพรรครัฐบาลที่ไม่เผาผีกับจีน ซึ่งครองอำนาจมาแล้วตั้ง 8 ปี คนไต้หวันน่าจะเบื่อ และถึงเวลาเปลี่ยนขั้วไปเทคะแนนให้เป็นพรรคก๊กมินตั่ง ซึ่งญาติดีกับจีน และจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งคาบสมุทรไต้หวันราบรื่นขึ้นได้
3
ผมอยากเตือนให้ย้อนดูประวัติศาสตร์เมื่อ 4 ปีก่อน ตอนนั้นผลโพลก็ทำนายว่า พรรคก๊กมินตั่งน่าจะกลับมาคว้าชัยได้ แต่ปรากฏว่าสุดท้ายพรรครัฐบาลเดิมก็ยังคงชนะถล่มทลาย การเมืองไต้หวันเหมือนเปลี่ยนยุคสมัยไปแล้ว คนรุ่นใหม่เริ่มมีอัตลักษณ์ไต้หวัน และต้องการแสดงจุดยืนที่ดุดันต่อจีนผ่านการเลือกตั้งใหญ่
2
ยิ่งตอนนี้ผู้สมัครจากพรรคฝ่ายค้านแตกเป็นสองพรรค ไม่สามารถตกลงรวมกันเป็นทีมเดียวได้ กลายมาตัดคะแนนกันเอง พรรครัฐบาล ซึ่งผู้นำพรรคคนใหม่มีท่าทีรุนแรงและแข็งกร้าวต่อจีนยิ่งกว่าคนเดิมเสียอีก ยิ่งมีโอกาสคว้าชัยชนะสูงมาก
1
หากผลการเลือกตั้งไต้หวันต้นปีหน้าออกมาว่าพรรครัฐบาลเดิมชนะ ความตึงเครียดในภูมิภาคย่อมสูงขึ้น ระดับอุณหภูมิความร้อนแรงในช่องแคบไต้หวันก็จะเดือดขึ้นเรื่อยๆ เราก็ได้แต่ภาวนาว่าจะไม่เดือดถึงระดับเกิดสงครามร้อนแบบในยูเครนหรือในฉนวนกาซ่า
2
บางทีจุดที่ร้อนที่สุด ก็อาจจะเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดนะครับ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ที่นักวิเคราะห์ทางภูมิรัฐศาสตร์กังวลที่สุดก็คือไต้หวัน รองลงมาก็คือเกาหลีเหนือ แต่ไม่เห็นมีใครทำนายว่า จะเกิดสงครามร้อนในยูเครนกลางยุโรป ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะเกิดสงครามอิสราเอล-ฮามาส ที่มียอดผู้สูญเสียทั้งสองฝ่ายสูงขนาดนี้ได้
โลกปัจจุบันเป็นโลกที่เปราะบาง เพราะสหรัฐอเมริกาอ่อนกำลังลง และโลกแตกเป็นสองขั้ว ทำให้จุดร้อนต่างๆ ที่เราอาจไม่คาดคิด สามารถประทุลามเป็นไฟใหญ่โตได้ง่ายกว่าเดิม ถ้ายุคของสงครามเย็นในอดีตเป็นยุคของสงครามตัวแทน (proxy war) ตอนนี้เราก็เริ่มเห็นการกลับมาของสงครามตัวแทนที่ปะทุขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกอีกครั้ง
2
ไม่ว่าจะเป็นทะเลจีนใต้ พม่า หรือความขัดแย้งอื่นๆในตะวันออกกลางและแอฟริกา แม้จากชนวนเล็กๆ ก็อาจจุดติดเป็นความขัดแย้งใหม่ที่ใหญ่โต ส่วนสงครามรัสเซีย-ยูเครนหรือสงครามอิสราเอล-ฮามาส ซึ่งปัจจุบันยังไม่ขยายวง (นาโต้ยังไม่มาร่วมรบในยูเครน อิหร่านยังไม่มาร่วมรบในสมรภูมิอิสราเอล-ฮามาส) แต่เพียงจรวดยิงผิดทิศเมื่อไหร่ อุบัติเหตุหรือความเข้าใจผิดนิดเดียว สองสมรภูมินี้ก็พร้อมขยายวงใหญ่โตขึ้นได้ทุกเมื่อ
1
ถ้าหากต้องเลือกระหว่างมองโลกในแง่ดีว่าปีหน้าความสัมพันธ์สองมหาอำนาจจีน-สหรัฐฯ จะเสถียรขึ้น สองฝั่งช่องแคบไต้หวันจะเสถียรขึ้น สงครามเดิมจะไม่ขยายวง และจะไม่มีจุดร้อนใหม่
กับมองโลกในแง่ร้ายว่าปีหน้าภูมิรัฐศาสตร์โลกจะร้อนขึ้นกว่านี้
2
ดูเหมือนบทเรียนจากประวัติศาสตร์ 5 ปีที่ผ่านมา จะเตือนให้เรามองโลกในแง่ร้ายและตั้งอยู่ในความไม่ประมาทเสียมากกว่า
1
โฆษณา