Kudi Chin

มหานคร Part 2 | ทางทิศใต้ของคลองบางหลวง

เราลงเรือข้ามฟากที่ท่าเรือปากคลองตลาด เพื่อข้ามไปท่าเรือวัดกัลยาฌมิตร ใครจะแวะเตรียมเสบียงที่ร้านเสียวหลัง อันนี้คงจะอิ่มแบบจุกๆ เดินออกจากร้านทีเดียว ลมเย็นพัดผ่านตัวระหว่างอยู่บนเรือที่ล่องลอยกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เรื่องราวข้างหน้ากำลังรอเราอยู่
แวะเติมความสดชื่นด้วยน้ำทับทิมสักนิดก่อนลงเรือ
ขึ้นโป๊ะเดินเลียบถนนแม่น้ำฯ จุดหมายแรก " เกียนอันเกง " หรือศาลเจ้าแม่กวนอิม ที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (ปี พ.ศ. 2391) ที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามฯ
ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่มาของชื่อกุฎีจีน เพราะในอดีตเคยมีพระจีนจำวัดมาก่อน ชาวบ้านเรียกว่ากุฏิพระจีน จนเพี้ยนมาเป็นกุฎีจีน หรือกะดีจีนในปัจจุบัน
ภายในศาลเจ้าประกอบด้วยไม้เครื่องแกะสลักที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ภาพจิตรกรรมฝาผนัง และกระเบื้องโค้งตามรูปแบบจีนประเพณี (ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพภายในฯ)
กลับเข้าเส้นทางเดิม ผ่านบ้านไม้เก่าทรงขนมปังขิง หลายคนเรียกว่า " บ้านวินด์เซอร์ " และไม่นานก็ถึงโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่มีจุดเด่นที่ยอดโดมแบบอิตาลี โดยมีลักษณะคล้ายคลึงกับโดมแห่งมหาวิหารฟลอเรนซ์ หรือโดมของพระที่นั่งอนันตสมาคม
โบสถ์ซางตาครู้ส อาคารในปัจจุบันเป็นหลังที่สาม (ก่อสร้างในปี พ.ศ.2459) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อทดแทนโบสถ์หลังเดิมที่คับแคบและชำรุดทรุดโทรมมาก
ลัดเลาะเข้าซอกซอยไปเรื่อยๆ
หน้าจั่วของบ้านทรงไทยที่สะดุดตา และต้องค้นหาความหมาย
" จั่วพระอาทิตย์ " นิยมใช้กับเรือนครัว เพราะส่วนของรัศมีพระอาทิตย์จะตีไม้เว้นช่องว่าง เพื่อระบายอากาศและควันจากเตาไฟที่ปรุงอาหาร นิยมทำเพราะถือคติพระอาทิตย์ขึ้นอันจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง นิยมในบ้านเรือนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม
หรืออีกข้อมูลเรียกว่า " จั่วพระควัม" มีความหมายว่า ผู้บันดาล ความร่มเย็นเป็นสุข เพราะมีลักษณะคล้ายพระพุทธรูปนั่งสมาธิ และใช้อุดหัวท้ายตัวเรือน
** หากใครมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถบอกกันได้นะครับ 😊
ความอร่อยจากเตาร้อนๆ มันสุดๆ กว่าทุกครั้งที่เคยกิน (ขอบคุณอีกครั้งที่ให้เข้าไปบันทึกภาพ)
ปลายทางของเส้นทาง PhotoWalk Trip คราวนี้คงจะพลาดไม่ได้เลยกับขนมที่เป็นตำนานในย่านนี้ " ขนมฝรั่งกุฎีจีน " หรือหลายคนเรียกกันว่า ขนมฝรั่ง ขนมที่ได้รับอิทธิพลมาจากขนมโปรตุเกส เช่นเดียวกับขนมไทยหลายอย่าง เช่น ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง หรือลูกชุบ ที่มีอยู่อย่างยาวนานตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง โดยท้าวทองกีบม้า หรือ มารี กีมาร์ ที่หลายคนพอคุ้นๆ ชื่อ
บอกลาวันด้วยภาพพระอาทิตย์ตกด้านหลังวัดกัลยาฌมิตร
บทสนทนาเล็กๆ เกิดขึ้นระหว่างที่เรากำลังถ่ายภาพขนมที่อนุญาตให้บันทึกภาพได้ และบางส่วนก็ยังคงเป็นความลับของ " บ้านธนูสิงห์ " ทำให้นึกถึงคำพูดหนึ่งที่ว่า
หน้าที่ของเรา คือทำสิ่งที่ได้ทำให้ดีที่สุด
แล้วก็ ..คนเห็นเราก้าวที่สิบ
แต่คนจะไม่เห็นเราวันที่เราเดินตั้งแต่หนึ่งถึงเก้า
วันที่เราพยายามเท่าไหร่ คนไม่เห็น
ถ้างานมันทำออกมา
มันไม่ประสบความสำเร็จ
มันไม่มีคนชื่นชม
มันไม่ make money
มันไม่สร้างรายได้
ช่างหัวมัน
การดังได้ไม่ได้เกิดจากคนๆ เดียว
ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว
เราคุมลมไม่ได้
แต่เราคุมใบเรือได้
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้ คือหน้าที่ของศิลปิน
งานดังไม่ใช่หน้าที่เรา แต่งานดีคือหน้าที่เรา
นนท์ ธนนท์
1
เราไม่รู้ว่า แต่ละช่วงอายุ แต่ละการใช้ชีวิต ของแต่ละคนแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน เรื่องบางเรื่องอาจเล็กน้อยสำหรับบางคน แต่อาจยิ่งใหญ่และสำคัญสำหรับใครอีกคน
หลากหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ยังมีมุมเล็กๆ ที่ซ่อนเรื่องราวของวันวานให้น่าค้นหา บางอย่างคงอยู่ บางอย่างปรับตัวให้คงอยู่ตามกาลเวลาที่แปรเปลี่ยน จดหมายของกาลเวลาที่ไม่เคยปิดผนึก ยังคงซ่อนตัวและทำหน้าที่ของตัวเองในวันที่ทุกอย่างเดินทางตามเข็มของนาฬิกา
  • 36
โฆษณา