5 ม.ค. 2024 เวลา 10:38 • ข่าวรอบโลก
ไทย

ประเทศไทยต้องการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่

เมื่อ ครม.รับทราบหลักการ ‘แลนด์บริดจ์’ มูลค่า 2.28 แสนล้าน นั่นหมายถึงประเทศไทยต้องการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่
และ อาจส่งผลให้เกิดการแก้ปัญหาใน "ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมะละกา" ได้ในอนาคต
ประเทศไทยกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เด๋วๆๆๆ สิ่งที่ผมพูดมานี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริงนะครับ แค่จะบอกว่าเรื่องนี้อาจจะเขย่าการขนส่งของทั้งโลกก็แค่นั้น
และทั้งโลกก็จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะในสายตาของหลาย ๆ คนหลัง เมื่อสิ่งนี้เสร็จสิ้นลง
สิ่งที่เรียกว่า "ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมะละกา" จะได้มีวิธีแก้ไข
1
สิ่งสำคัญที่ประเทศไทยต้องการทำ คือการข้ามคาบสมุทรมลายูและเพิ่มเส้นทางการขนส่งสินค้าเลี่ยงทางช่องแคบมะละกาโดยตรง
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้แนะนำโครงการนี้
แก่นักลงทุนชาวญี่ปุ่นในโตเกียว และประกาศประกวดราคาสาธารณะทั่วโลกสำหรับ โครงการ "สะพานบก"
แน่นอนว่า ประเทศไทยต้องการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และ กำจัด "ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมะละกา"
1
และคาดว่าโดยวิธีนี้ปัญหาจะได้รับการแก้ไข?
2
ตามแผนของไทย ไทยจะสร้างคลังน้ำลึกในจังหวัดชุมพรและระนองทั้งสองฝั่งคาบสมุทรมลายู เชื่อมต่อระหว่าง 2 ท่าเทียบเรือ
ด้วยถนนและทางรถไฟระยะทาง 90 กิโลเมตร ก่อให้เกิดเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศที่ไม่ผ่านช่องแคบมะละกา
ตามแผน “สะพานบก” ของไทยเรา โครงการนี้จะมีประโยชน์หลายอย่าง
เนื่องจากสามารถช่วยเรือเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบมะละกาที่คับคั่ง(มากขึ้น)
ลดระยะเวลาเดินเรือ(โดยเฉลี่ย 4 วัน) และลดต้นทุนการขนส่งลง 15%
1
และสำหรับนักลงทุนต่างชาติตราบใดที่พวกเขาประมูลได้สำเร็จก็สามารถได้รับแฟรนไชส์ไปเป็นระยะเวลาถึง ​​50 ปีซึ่งทำกำไรได้มากและจะน่าเสียดายถ้าพลาดงานนี้ไป
แต่ สำหรับในสายตาของคนนอกแล้ว นั่นนับเป็นความเลวร้ายอย่างยิ่งสำหรับ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย
2
ซึ่งควบคุมช่องแคบมะละกา ในการที่จะแข่งขันในผลประโยชน์ทางการขนส่ง
https://www.thaipost.net/economy-news/467928/
แม้แต่งานนี้..พี่จีนก็ดูเหมือนจะเป็นกังวลเรื่องช่องแคบมะละกามากที่สุด
และมีความหวังมากที่สุดด้วย ที่จะสามารถเลี่ยงช่องแคบมะละกาและแก้ปัญหา "ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมะละกา"
แต่บอกตามตรงว่าในสายตาของเขาอาจจะสนใจ "สะพานบก" นิดหน่อย ดังนั้นในสายตาพี่จีนกลับรู้สึกว่า โครงการในประเทศไทยไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก
ทำไมน่ะหรือครับ?
ก่อนอื่นเลย ไม่ว่าจะเป็น "สะพานบก" ที่ตามโครงการจะสามารถทดแทนช่องแคบมะละกาได้จำเป็นต้องเข้าใจอย่างจริงจัง
พี่ไทยบอกว่าการใช้เส้นทางนี้จะทำให้ระยะเวลาเดินเรือสั้นลงได้ 4 วัน และค่าขนส่งประมาณ 15% ซึ่งจริงๆ แล้วมันค่อนข้างเพ้อฝันและรู้สึกว่านับแต่ระยะทางเท่านั้น
โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น สินค้าจากทะเลสู่บก และต่อทะเล จำเป็นต้องขนถ่ายสินค้าอย่างน้อย 2 ครั้ง
และจากฝั่งไทย เส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือน้ำลึก 2 แห่งเป็นเส้นทางผสมระหว่างทางรถไฟและถนน ซึ่งมีการดำเนินการและต้นทุนที่ยุ่งยากมากมาย
ช่องแคบมะละกาอาจอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย แต่สามารถขนส่งเรือบรรทุกสินค้าเพียงลำเดียวได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
1
ในขณะที่ "สะพานบก" ต้องมีเรือบรรทุกสินค้าอย่างน้อยสองลำ
และต้องเพิ่มจำนวน รถไฟและรถบรรทุก(มากขึ้น)เพื่อเข้าร่วมในการขนส่ง
ในสิ่งที่เรียกว่า "ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมะละกา" ไม่ว่าจะเป็น "โครงการสะพานบก" หรือโครงการคลองคอคอดกระก็ไม่สามารถแก้ไขได้
เนื่องจากไม่ใช่ประตูขนส่งสินค้า(ที่แน่นอน)ที่จำกัดความมั่นคงทางทะเลอย่างแท้จริง
แต่มันต้องเป็นกองเรือต่อสู้ทางทะเลที่ได้เปรียบมากกว่าของสหรัฐอเมริกาในระดับโลกต่างหาก..
ดังนั้นจึงมีทางเดียวเท่านั้นที่จะแก้ปัญหา "ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมะละกา" นั่นคือ
การสร้างกองกำลังต่อสู้ทางทะเลโดยมีเรือบรรทุกเครื่องบินเป็นแกนหลัก.. แต่จะทำไปเพื่อ....
2
แน่นอนว่านี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
1
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ประเทศไทยต้องการทำ โครงการ"สะพานบก" จีนก็น่าจะสนับสนุนเราโดยธรรมชาติ
และสามารถมีส่วนร่วมในการประมูลเพื่อดำเนินโครงการ
เพื่อช่วยให้ประเทศไทยดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นให้เสร็จสิ้นไปด้วยกัน
และหากต้องการเข้าร่วมการลงทุนไทยเราก็ต้องใช้ความระมัดระวังในการดำเนินโครงการ
โฆษณา