16 ม.ค. 2024 เวลา 12:00 • อาหาร
Rimping Supermarket NimCity Branch

ชวนส่องโลกของ บลูเบอร์รี่ (Blueberry) ผลไม้เก่าแก่ ที่ว่ากันว่ามีอายุยาวนานมาถึง 13,000 ปี

ถึงช่วงนี้จะเป็นปลายฤดูหนาวของเราแล้ว แต่ยังคงเป็นช่วงฤดูหนาวของหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกอยู่ วันนี้ริมปิงจึงอยากชวนเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักผลไม้ยอดนิยมในฤดูหนาวอย่างบลูเบอร์รี่กันสักหน่อย เพราะหนาว ๆ แบบนี้ออกไปเดินเล่นในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็จะเห็นผลบลูเบอร์รี่วางขายอยู่เต็มไปหมดจึงอยากจะหยิบเรื่องราวของผลไม้ชนิดนี้มาเล่าสู่กันฟังค่ะ
บลูเบอร์รี่ ฟังแค่ชื่อก็ดูจะทันสมัยมาก ๆ เลยใช่ไหมคะ แต่เชื่อไหมว่าชื่อที่ทันสมัยแบบนี้ใครจะรู้ว่าบลูเบอร์รี่มีประวัติมากว่า 13,000 ปี เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่ทางประวัติศาสตร์มีบันทึกไว้เช่นกันค่ะ เพราะก่อนที่จะมาเป็นบลูเบอร์รี่ที่ปลูกกันในไร่ ที่เราหาซื้อได้ง่ายในทุกวันนี้ ในอดีตบลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่เติบโตในป่าแบบ 100%
บลูเบอร์รี่ที่นำมาเพาะพันธ์ุปลูกต่อได้นั้นถูกค้นพบครั้งแรกในอเมริกาเหนือ โดยเกษตรกรในรัฐนิวเจอร์ซีย์ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งบลูเบอร์รี่ที่ค้นพบในขณะนั้นเป็นสายพันธุ์เก่าแก่สายพันธุ์ชื่อ Highbush ต่อมาบลูเบอร์รี่ชนิดนี้จึงถูกนำมาปลูกครั้งแรกในรัฐนิวเจอร์ซีย์ประมาณต้นศตวรรษที่ 20
เดิมทีบลูเบอร์รี่ถูกเรียกว่า สตาร์ ฟรุ๊ต (Star fruits) โดยชนพื้นเมืองในอเมริกาเหนือ เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายมงกุฏหรือดาวห้าแฉกที่ปลายผล ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็น Blueberry ซึ่งเป็นชื่อตามสี เนื่องจาก บลูเบอร์รี่มีลักษณะเป็นสีม่วงอมน้ำเงิน และนอกจากนี้บลูเบอร์รี่ยังเป็นผลไม้ชนิดเดียวที่ตั้งชื่อตามสีอีกด้วย
ก่อนที่บลูเบอร์รี่จะแพร่ขยายไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก แต่เดิมบลูเบอร์รี่เคยเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับชนพื้นเมืองชาวอเมริกันมาก่อน ดังนั้นชนพื้นเมืองชาวอเมริกันจึงมีอิทธิพลโดยตรงต่อการพัฒนาพันธุ์บลูเบอร์รี่สมัยใหม่ เนื่องจากพวกเขาได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการใช้บลูเบอร์รี่ การเจริญเติบโต และการเพาะปลูกบลูเบอร์รี่ และข้อมูลอื่น ๆ ให้แก่ผู้อพยพชาวยุโรป ในเวลาต่อบลูเบอร์รี่จึงกลายเป็นผลไม้ยอดนิยมทั่วยุโรปนั่นเองค่ะ
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมบลูเบอร์รี่สมัยใหม่ ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรป โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติได้ให้ข้อมูลว่าในยุโรปมีการเก็บเกี่ยวบลูเบอร์รี่มากกว่า 42,000 ตันในแต่ละปี แม้ว่าสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคบลูเบอร์รี่รายใหญ่ที่สุด แต่ตลาดบลูเบอร์รี่ทั่วโลกก็กำลังเติบโตขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่กลายเป็นประเทศที่รักบลูเบอร์รี่ และมีการเพาะปลูกมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ในเอเชีย
พูดถึงประวัติศาสตร์ของบลูเบอร์รี่กันมาพอสมควร เรามาต่อกันที่ประโยชน์ของบลูเบอร์กันดีกว่าค่ะ ในอดีตชาวพื้นเมืองอเมริกันนิยมนำใบบลูเบอร์รี่ไปต้มเป็นชาร้อน เพราะดีต่อการไหลเวียนโลหิต ส่วนผลของบลูเบอร์รี่ถูกนำไปทำเป็นน้ำผลไม้ เพื่อใช้รักษาอาการไอ ผลตากแห้งบดเป็นผงต้มในสตูว์ หมักเนื้อ และทำซุป ส่วนใบและรากของบลูเบอร์รี่จะถูกนำมาตากแห้งแล้วนำไปบดต้มเป็นยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาต้านอาการกล้ามเนื้อกระตุก
ความเชื่อของชาวอเมริกันที่ว่าบลูเบอร์รี่ถูกใช้เป็นยา ได้รับการยอมรับจากแพทย์และนักโภชนาการหลายท่าน จึงกล่าวได้ว่า บลูเบอร์รี่ถือเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มากมายอีกหนึ่งชนิด เนื่องจากมีวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับผลไม้หรือผักทั่วไป บลูเบอร์รี่ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในระดับที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ เลยค่ะ
บลูเบอร์รี่สามารถนำไปรังสรรค์เป็นเมนูได้อีกหลากหลาย นอกจากจะทานแบบสด ๆ แล้วยังนิยมนำไปทำเป็นสลัด สมูทตี้ แยม หรือของตกแต่งสำหรับเค้ก พาย และขนมอบได้อีกด้วย
สามารถหาซื้อ บลูเบอร์รี่ (Blueberry) ได้ที่ริมปิงทุกสาขานะคะ
โฆษณา