13 ก.พ. 2024 เวลา 08:31 • หนังสือ

วรรณกรรมอมตะ มิยาซาวะ เคนจิ และภาพยนตร์ ‘คุณพ่อแห่งทางเดินรถไฟสายทางช้างเผือก’

นิชิโมโตะ เคสุเกะ เขียน / พรอนงค์ นิยมค้า แปล
หนังสือปกแข็งแปลในปี พ.ศ. 2546 ผู้รีวิวซื้อมือสองจากร้านหนังสือออนไลน์ในปี 2566 ด้วยราคาเพียง 100 บาทถ้วน รูปเล่ม หน้ากระดาษ ยังสะอาดแจ่มใส บ่งบอกความใส่ใจของเจ้าของเดิมเป็นอย่างดี
ผู้รีวิวชื่นชอบวรรณกรรมเยาวชนของมิยาซาวะ เคนจิ (Miyazawa Kenji) นักประพันธ์นามอุโฆษของญี่ปุ่นมาก โดยเฉพาะบทกวี “ไม่ยอมแพ้กระแสฝน” (Ame nimo makezu) อ่านแล้วจมดิ่งพอ ๆ กับฟื้นคืนชีวิต บำบัดอารมณ์อย่างกร้าวแกร่ง ดุดัน ส่งพลังฮึกเหิมไม่สิ้นสุด
ขอยกตัวอย่างส่วนแรก จากฝีมือแปลของคุณพรอนงค์ นิยมค้า
“ไม่ยอมแพ้กระแสฝน
ไม่ยอมแพ้กระแสลม
ไม่ยอมแพ้แม้หิมะฤาความร้อนของฤดูร้อน
ขอมีร่างกายแข็งแรง
ไม่มีความโลภ
ไม่มีความโกรธ
ยิ้มอย่างสงบอยู่เสมอ...”
เพราะชื่นชมอย่างมากจึงได้มีโอกาสไปชมพิพิธภัณฑ์ของมิยาซาวะ เคนจิ ที่บ้านเกิดเมืองฮานะมากิ จังหวัดอิวาเตะ ครั้งหนึ่งในฤดูหิมะหนาแน่น ย้อมพิพิธภัณฑ์ให้สวยงามราวภาพฝัน เนื้อหาภายในนั้นก็จัดแสดงเพื่อเติมเต็มความสดใสในวัยเยาว์ จึงไม่เคยรู้มาก่อนว่าแท้จริงแล้ว มิยาซาวะ เคนจิ ผู้รังสรรค์งานที่ส่งรอยยิ้มให้ผู้อ่าน มีช่วงชีวิตแสนสั้นที่เคยสับสน สิ้นหวัง เพราะโรคซึมเศร้าอย่างไร
1
เพราะชื่นชอบอย่างมาก ผู้รีวิวจึงไปชมภาพยนตร์ ‘Father of the Milky Way Railroad’ ในเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2024 เพราะเล่าเรื่องราวชีวิตของมิยาซาวะ เคนจิ ลูกชายคนโตของ มิยาซาวะ มาซาจิโระ ในยุคเมจิ ตระกูลรับสืบทอดกิจการโรงรับจำนำในเมืองฮานะมากิจากรุ่นสู่รุ่น เคนจิโชคดีที่บิดาแหวกขนบชายญี่ปุ่นยุคนั้นแทบทุกอย่าง นอกจากเห่อลูกชายคนโต เฝ้าฟูมฟักบุตรชายแทนภรรยาประดุจของล้ำค่า ยังสนับสนุนความคิดของลูกชายที่อยากเรียนให้สูง แม้ตัวเองจะต้องการให้ลูกกลับมาสืบทอดกิจการของครอบครัวมากกว่า
คุณพ่อของเคนจิและโทชิ น้องสาว มักได้รับการยกย่องแกมประจบจากลูก ๆ ว่าเป็น “คุณพ่อยุคใหม่ที่มองการณ์ไกล” จึงมักตกหลุมพรางลูก ๆ อยู่เสมอ ภาพยนตร์เปิดและปิดด้วยการขึ้นรถไฟสายทางช้างเผือก แต่ให้อารมณ์คนละขั้ว
เพราะได้ไปร่ำเรียนในสถานศึกษาในตัวจังหวัด เคนจิจึงกลายเป็นเด็กหัวก้าวหน้า มีความคิดใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาตลอด แล้วแต่ว่าช่วงนั้นจะได้รับอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมแบบไหน แต่ทุกความคิด ความอยากทำ ความอยากเป็น ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับกิจการของปู่และพ่อเลย ถึงอย่างนั้น บิดาก็ยังยินดีที่จะเฝ้ามองสายตาเปล่งประกายของลูกชายคนโตอยู่เสมอ
สุดท้ายแล้วเคนจิก็มุ่งมั่นก้าวเดินตามเส้นทางที่ตนเลือก ความสนใจของเขาไม่เคยหยุดนิ่ง อาจจะเพราะไม่จำเป็นต้องห่วงกังวลอะไร ครอบครัวเป็นผู้มีอันจะกิน เกิดมาเป็นคุณหนูผู้ชายคนโตของบ้าน แม้บางครั้งบิดาจะขัดอกขัดใจบ้าง แต่ก็ยอมให้ลูกชายเป็นตัวของตัวเอง
แม้จะทุ่มเทลงมือเขียนหนังสือตามคำขอร้องของน้องสาวคนโต ออกเงินพิมพ์ขายเอง แต่เคนจิก็ทดท้อเสียก่อนเมื่อแทบไม่มีใครอ่าน กระทั่งบิดาหัวสมัยใหม่ ผู้สนับสนุนแรงใจแรงกายและแรงเงินให้ลูกโดยไม่ยอมแพ้ ถึงกับกล่าวให้กำลังใจว่า “พ่อจะเป็นแฟนหนังสืออันดับ 1 ของมิยาซาวะ เคนจิเอง”
แล้วคุณพ่อก็ทำแบบนั้นได้จริง ๆ
โปสเตอร์ภาพยนตร์ Father of the Milky Way Railroad
ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายขายดีของ ริโกะ ซาคากุจิ ตั้งใจบอกเล่าพลังรักของครอบครัว ไม่ว่าลูกชายลูกสาวจะทำสิ่งที่อยากทำได้สำเร็จหรือมีอุปสรรคใดมากั้นขวาง พ่อแม่ก็ยินดียอมรับ เป็นลมใต้ปีกให้ฟันฝ่าไปข้างหน้า แม้ว่าสุดท้ายชีวิตของเคนจิต้องดำเนินตามรอยน้องสาวที่ป่วยหนักและจากไป แต่สิ่งที่คงเหลือไว้กลายเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดี ชีวิตอิสระที่ไม่ยอมแพ้แม้สายฝนกระหน่ำ
ตัวหนังเริ่มต้นด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทว่าเริ่มมัวหม่นและขุ่นข้องเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ผันผ่าน ชอบเพลงปิดจบ “STAR” ของ Ikimonogatari ล้อไปกับชื่อเรื่องและวรรณกรรมโด่งดังของมิยาซาวะ เคนจิ “ทางรถไฟสายทางช้างเผือก” ได้อย่างกลมกล่อมและเต็มอิ่ม
ดูหนังจบแล้วเราก็มาเปิดหนังสือเล่มที่ดองไว้หลายเดือนเพราะอารมณ์กำลังจมจ่อม หนังสือรวบรวมชีวประวัติและผลงานนิทานสามเรื่องของมิยาซาวะ เคนจิ ไว้ด้วยกัน เล่าละเอียดตั้งแต่พื้นเพ ชีวิตแรกเกิด ยามเยาว์ วัยเรียน ความฝัน ความคิดแตกสานซ่านเซ็นในวัยรุ่นขณะค้นหาคำตอบ “ฉันอยากทำอะไร” “ฉันจะทำงานอะไรดี” การจากไกลของน้องสาวคนสนิทที่เปลี่ยนชีวิตของเคนจิไปตลอดกาล
ระหว่างที่มีชีวิตอยู่ เคนจิเป็นบุคคลที่น่ายกย่องเพราะอุทิศตนพยายามช่วยเหลือชาวนาผู้ยากจน แต่อีกด้านหนึ่ง ก็เป็นคุณหนูผู้ชายของครอบครัวนักธุรกิจที่ไม่ยินยอมช่วยกิจการทางบ้าน เขาชื่นชอบวรรณกรรม หลงทางไปกับสิ่งที่ตัวเองสนใจซึ่งแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย ทำให้พ่อแม่เดือดร้อนกลุ้มใจมาโดยตลอด
เคนจิเป็นกวีบ้านนอกที่ไม่มีใครรู้จัก เป็นนักแต่งนิทานที่ไม่มีผู้อ่าน เป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นนักสอนศาสนา วาดฝันว่าจะสร้างสังคมอุดมสุข ผนวกวิทยาศาสตร์ ศาสนา และวรรณกรรมเป็นหนึ่งเดียว
ความคิดของเคนจิแม้จะเกิดขึ้นเมื่อร้อยปีมาแล้วก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแต่อาจจะใหม่มากสำหรับวิถีชีวิตของคนยุคนั้น โชคดีที่เคนจิมีบิดามารดาที่พร้อมจะเข้าใจและยอมรับ แม้จะมีช่วงชีวิตแสนวกวน งงงันในตัวตนของตัวเอง แต่บทกวีและนิทานของเคนจิล้วนสื่อถึงความสำคัญของการการร่วมทุกข์ร่วมสุข การสนทนากับธรรมชาติด้วยหัวใจ ชีวิตที่เข้มแข็งและชอบธรรม ด้วยความศรัทธาแรงกล้าที่ว่าธรรมชาติ สิงสาราสัตว์ มนุษย์ รวมถึงสรรพสิ่งในจักรวาล ล้วนเป็นเพื่อนกัน
ดังนั้น แม้จะมีชีวิตที่พังทลายมากกว่าสุขสำราญ ทว่าผลงานของมิยาซาวะ เคนจิ กลับสร้างแรงบันดาลใจ ส่งพลังอันอบอุ่นเบิกบาน ทำให้ผู้อ่านตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต ยามมีลมหายใจอยู่มีเพียงบิดาและน้องสาวที่อ่านงานของเขา หากยามจากไป กลับมีแฟนคลับนักอ่านทุกวัยกว้างขวางจนนับไม่ถ้วน เช่นนี้นับว่ามิยาซาวะ เคนจิ ได้บรรลุจุดประสงค์การเขียนวรรณกรรมของเขาแล้ว
เฉกเดียวกับผู้อ่านงานวรรณกรรมของมิยาซาวะ เคนจิ แม้นิทานของเขามักจะมีแกนหลักว่าด้วยการเสาะแสวงหาความสุขที่แท้จริงของตัวละคร แต่การได้ก้าวเข้าไปและสัมผัสโลกของผู้ประพันธ์อย่างมิยาซาวะ เคนจิ ถือเป็นความสำเร็จแสนอิ่มเอิบใจของเราแล้ว
โฆษณา