Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Antfield
•
ติดตาม
18 ก.พ. 2024 เวลา 04:55 • ข่าวรอบโลก
เรื่องหมา ๆ ที่เชอร์โนบิลในวันนี้
หลังผ่านเหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลไป 30 ปี ในปี 2017 the Chernobyl Dog Research Initiative(CDRI) ได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาติดตามชีวิตของเหล่าฝูงสุนัขจรจัดกว่า 800 ตัวในพื้นที่เมืองพรีเพียตที่ตั้งของอดีตโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล
หลังเกิดเหตุการณ์หนึ่งในภารกิจที่เหล่าหน่วยจัดการภาวะวิกฤตินิวเคลียร์ของอดีตสหภาพโซเวียตต้องทำก็คือการ "ไล่ล่าสังสาร" เหล่าสัตว์เลี้ยงในพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าเพราะพวกมันจะกลายเป็นสิ่งปนเปื้อนรังสีที่สามารถเร่ร่อนออกนอกพื้นที่หลังจากไม่มีมนุษย์ดูแลได้
แต่แน่นอนว่าภารกิจล้มเหลว เหล่าสุนัขที่เหลือรอดก็ยังคงมีชีวิตรอดออกลูกออกหลานมาหลายชั่วรุ่นกลายเป็นสุนัขจรจัดแห่งพรีเพียต และจากผลการศึกษาตัวอย่างเลือดของสุนัขจร 302 ตัวรอบพื้นที่ พบว่าพวกมันนั้นมีพันธุกรรมที่ต่างไปจากสุนัขอื่น ๆ ทั่วโลก
ข้อมูลทางพันธุกรรมยังระบุว่าพวกมันทั้งหมดสืบสายพันธ์ุมาจาก 15 ตระกูลซึ่งส่วนใหญ่สืบสายเลือดมาจากสุนัขที่คนในเมืองพรีเพียตเลี้ยงเอาไว้ก่อนเกิดเหตุ
หมาจรแห่งพรีเพียตกลายเป็นหนึ่งในไอคอนคู่กับชิงช้าสวรรค์ ที่ได้เชื้อเชิญเหล่านักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งความทรงจำนี้
แม้ว่าจะมีข้อมูลพันธุกรรมที่ต่างไปจากสุนัขบ้านอื่น ๆ ทั่วโลก แต่เหล่าสุนัขจรพวกนี้ยังคงมีพฤติกรรมไม่ต่างจากสุนัขบ้าน พวกมันยังคงคุ้นเคยกับมนุษย์และยังเข้ามาหาเหล่านักท่องเที่ยวจนพวกมันกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองร้างแห่งนี้คู่กับชิงช้าสวรรค์ประจำเมืองไปแล้ว
จากข้อมูลของ CDRI เหล่าสุนัขจรพวกนี้มีอายุขัยเฉลี่ยเพียง 5 ปี โดยสาเหตุนั้นยังคงฟันธงลงไปได้ยากว่าเกิดจากการกลายพันธ์ุอันเป็นผลจากที่ได้รับรังสีปริมาณมากเพราะพวกมันอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้กับโรงไฟฟ้าหรือไม่ ทั้งนี้สาเหตุที่พวกมันอายุสั้นก็ยังมีอีกหลายปัจจัยท้งมาจากทั้งความหิวโหย สภาพอากาศหนาวเหน็บในช่วงหน้าหนาว รวมถึงศัตรูตามธรรมชาติอย่างเช่น หมาป่า
ทีมนักวิจัยยังไม่สามารถระบุลงไปว่าการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของเหล่าสุนัขจรจัดในพื้นที่นี้ส่งผลอย่างไรกับสุขภาพของพวกมันบ้าง แต่ก็ถือเป็นการค้นพบที่น่าทึ่งว่าพวกลูกหลานของสุนัขที่คนเคยเลี้ยงไว้เหล่านี้ยังสามารถมีชีวิตรอดภายใต้สภาพแวดล้อมสุดขั้วแบบนี้ได้มาหลายรุ่นและกินเวลาหลายสิบปี
ลูกหลานของสุนัขพลัดหลงแห่งพรีเพียตหลายตัวกำลังจะได้บ้านใหม่ในอเมริกาและยุโรป หลังจากถูกประเมินว่าการปนเปื้อนรังสีอยู่ในระดับปลอดภัย
แม้ว่าหลังจากมี CDRI เข้ามาดูแลตรวจสอบทำหมันและหาบ้านใหม่ให้ แต่ก็เป็นการเข้ามาดูแลได้แค่ครั้งคราว พวกมันส่วนใหญ่ยังคงต้องใช้ชีวิตอยู่รอดให้ได้ด้วยตัวเองในฐานะ "สุนัขกึ่งจรจัด"
** หมาป่าทนรังสีแห่งพรีเพียต **
หมาป่าสีเทาหนึ่งในสายพันธ์ที่อยู่รอดในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล
ไม่ใช่แค่หมาบ้านพลัดหลงเท่านั้น สัตว์ป่าเองก็ยังคงมีชีวิตรอด พวกมันยังคงใช้ชีวิตอยู่ในถิ่นที่อยู่อาศัยเดิม เพราะพวกมันไม่รู้หรอกว่าพื้นที่เหล่านี้อันตรายต่อการอยู่อาศัย
หลังจากการอพยพออกไปของคนในเมืองเหล่าฝูงหมาป่าสีเทา หมาจิ้งจอก ก็เริ่มเข้าครอบครองพื้นที่ Chernobyl Exclusion Zone (CEZ) ที่กินอาณาบริเวณกว่า 2,600 ตารางกิโลเมตรรอบตัวโรงไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมี 197 ครอบครัวใน 11 หมู่บ้านที่ยืนยันกลับเข้ามาอยู่อาศัยเอง(ตื้อเข้ามาอยู่จนรัฐบาลยอมให้อยู่ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ)
แผนที่ของ Chernobyl Exclusion Zone (CEZ)
ซึ่งเรื่องราวการมีชีวิตรอดของเหล่าสุนัข ทั้งสุนัขป่า ลูกหลานของเหล่าสุนัขบ้าน สร้างความใคร่รู้ให้กับเหล่านักวิทยาศาสตร์ถึงกลไกที่พวกมันสามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ภายใต้สภาวะแวดล้อมแสนอันตรายนี้
ในปี 2014 คาร่า เลิฟ และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันได้เข้าไปในพื้นที่เพื่อทำการติดตั้งปลอกคอ GPS พร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดรังสีให้กับหมาป่าสีเทาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
ปัจจุบันค่ารังสีในพื้นที่ CEZ แม้จะลดลงเรื่อย ๆ ตามเวลา แต่ก็ยังสูงเกินกว่าที่มนุษย์จะกลับเข้าไปอยู่อาศัยได้
ผลจากการเก็บข้อมูลพบว่าหมาป่าเหล่านี้ต้องเจอกับปริมาณรังสีสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่อนุญาติให้รับได้ของมนุษย์เราถึง 6 เท่าในทุก ๆ วันตลอดชีวิตของพวกมัน
นั่นทำให้พวกมีมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงมาก แต่เลิฟก็พบว่าจากข้อมูลตัวอย่างเลือดของเหล่าหมาป่านี้ พันธุกรรมของพวกมันนั้นมีความ "ยืดหยุ่น" มากกว่าปกติซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในกระบวนการคัดสรรทางธรรมชาติระหว่างที่พวกมันใช้ชีวิตอยู่ภายใต้พื้นที่อันเต็มไปด้วยรังสีปริมาณสูง
ทั้งนี้ความยืดหยุ่นทางกรรมพันธ์ุนั้น ทำให้แม้ว่ายีนจะได้รับความเสียหายจากรังสีแต่เซลล์และระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็ยังสามารถทำงานได้และต้านทานการเกิดโรคมะเร็งจากรังสี
ผู้อยู่รอดแม้จะต้องเจอกับรังสีปริมาณมหาศาล
แต่เลิฟและทีมงานยังไม่สามารถระบุถึงยีนที่มีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดความยืดหยุ่นทางพันธุกรรมที่ทำให้หมาป่าเหล่านี้ทนรังสีได้ และเป็นที่น่าเสียดายว่างานศึกษาต้องชะงักลงจากสถานการณ์โควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งก็คงต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายถึงจะเริ่มงานกันต่อได้
ครับ และนี่ก็คือเรื่องหมา ๆ ที่เชอร์โนบิลในวันนี้ ก็นับว่าน่าทึ่งทีเดียวกับการปรับตัวเพื่ออยู่รอดของสุนัขเหล่านี้ ไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะกลายมาเป็นครูให้กับพวกเราเพื่อที่จะเข้าใจถึงกระบวนการวิวัฒนาการและการปรับตัวเพื่อรับมือกับรังสีสุดอันตรายในอนาคตก็เป็นได้
อ้างอิง:
https://interestingengineering.com/science/chernobyls-wolves-cancer-resistance-study
https://interestingengineering.com/science/radiation-dogs-chernobyl-genetically-distinct
https://www.bbc.com/thai/articles/cmlv73pwywgo
https://pantip.com/topic/40668016
https://en.wikipedia.org/wiki/Chernobyl_exclusion_zone
https://www.npr.org/transcripts/1198909263
ข่าวรอบโลก
ความรู้รอบตัว
สิ่งแวดล้อม
2 บันทึก
16
2
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ดูเอาเรื่อง
2
16
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย