Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Antfield
•
ติดตาม
8 ก.พ. เวลา 09:35 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
[Chernobyl] EP2 - Please Remain Calm
เปิดตอนมาที่สถาบันพลังงานนิวเคลียร์เบียโลรัสเซีย มินสก์ 7 ชั่วโมงหลังการระเบิด (ห่างจากเชอร์โนบิลประมาณ 400 กิโลเมตร) นักวิจัยหนุ่มเข้าห้องแลปเช้าตรู่วันเสาร์และเปิดกระจกเพราะรู้สึกว่าห้องร้อน แต่พอเปิดหน้าต่างปุ๊บเสียงเครื่องตรวจจับรังสีก็ร้องลั่นพอปิดกระจกก็เงียบ
คอมยุค นักวิจัยหญิงประจำห้องแล็ปที่ทำงานโต้รุ่งเลยสงสัยและเก็บตัวอย่างฝุ่นที่เกาะกระจกด้านออกเอาเข้าเครื่องตรวจซึ่งตรวจพบไอโอดีน-131 ซึ่งเป็นไอโซโทปที่เกิดจากการสลายตัวของเชื้อเพลิงยูเรเนียม-235
พวกเขารู้ได้ทันทีว่าต้องเกิดเหตุด้านนิวเคลียร์แน่นอน คำถามคือที่ไหน จึงได้โทรสอบถามไปยังโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อยู่ในระยะ ไล่มาจนถึงเชอร์โนบิลซึ่งติดต่อไม่ได้ เพราะตอนนี้เมืองปริเปียตถูกตัดการสื่อสารจากโลกภายนอกไปแล้ว แต่เธอก็รู้ได้ว่าจากค่ารังสีที่วัดได้ที่นี่ ถ้าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นมันไม่ใช่แค่การรั่วไหลธรรมดาแต่ต้องเป็นเตาปฏิกรณ์ระเบิดเปิดออกเท่านั้น
ตัดมาที่โรงพยาบาลประจำเมืองปริเปียตยามเช้าตรู่ที่กำลังโกลาหลผู้ป่วยถูกหามส่งโรงพยาบาลไม่ขาดสายทั้งเจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้า พนักงานดับเพลิง ซึ่งหมอและพยาบาลบางคนในตอนแรกยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ป่วยที่เข้ามาคือผู้ป่วยจากการโดนรังสีรุนแรง กว่าจะรู้และตระหนักว่าต้องรีบเปลี่ยนชุดของผู้ป่วยและขนไปทิ้งไว้ห้องใต้ดินเพราะเสื้อผ้าเหล่านี้คือวัสดุปนเปื้อนรังสี
เสื้อผ้าของเจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้าและนักดับเพลิงที่ตอนนี้กลายเป็นวัสดุปนเปื้อนต้องกักเก็บและจัดการอย่างระมัดระวัง
ในขณะเดียวกันที่มอสโคว เลกาซอฟกำลังนั่งรอเข้าประชุมฉุกเฉินก็ได้รับรายงานสถานการณ์ ระหว่างนั่งอ่านสิ่งที่สะดุดตาและสร้างความกังวลให้เขาอย่างมากก็คือ การพบซากตะกั่วดำกระจายในบริเวณที่เกิดเหตุ เพราะนั่นคือกราไฟต์ที่ทั้งโรงไฟฟ้ามีอยู่ที่เดียวนั่นคือในแกนเตาปฏิกรณ์
ในที่ประชุมมีกอร์บาชอฟ นั่งเป็นประธานและ บอริส เชอร์บินา รองประธานคณะรัฐมนตรีเป็นผู้รายงานสถานการณ์ซึ่งแน่นอนก็รายงานตามรายงานเท็จของดีอัตลอฟว่าควบคุมสถานการณ์ได้แล้วและการประชุมทำท่าจะจบอย่างรวดเร็ว
แต่เลกาซอฟที่นั่งเงียบฟังแต่แรกก็ต้องทุบโต๊ะบอกว่ายังจบไม่ได้ เพราะจากรายงานที่ระบุว่าผู้บาดเจ็บคือนักดับเพลิงที่จับแท่งตะกั่วดำ(กราไฟต์) ที่มีเฉพาะในแกนเตา นั่นหมายถึงว่าการระเบิดไม่ได้มาจากถังเก็บไฮโดรเจนตามที่รายงาน แต่เป็นเตาปฏิกรณ์ระเบิดและเปิดออก
กอร์บาชอฟในขณะนั้นยังคงดำรงตำแหน่งเลขาฯ พรรคคอมมิวนิสต์
การโต้เถียงเริ่มรุนแรงก่อนที่เลกาซอฟจะโน้มน้าวที่ประชุมถึงข้อกังวลของเขาจนสุดท้ายกอร์บาชอฟสั่งการให้บอริสไปดูสถานการณ์จริงที่หน้างานและรายงานตรงกับเขา และที่สำคัญให้พาเลกาซอฟไปด้วย (ในการอธิบายทางเทคนิคเกี่ยวกับนิวเคลียร์ในเรื่องนี้ผมว่าเขาทำบทพูดอธิบายได้ดีมาก กระชับเข้าใจง่าย)
แม้จะรู้สึกไม่ชอบหน้าหลังจากการประชุมแต่บอริสก็ให้เลกาซอฟอธิบายการทำงานของเตาปฏิกรณ์ RBMK ที่กำลังจะต้องไปตรวจสอบ (อย่างน้อยบอริสก็รู้ว่าต้องฟังเลกาซอฟในเรื่องนี้)
และเมื่อเฮลิคอปเตอร์ของทั้งสองคนบินมาถึงเชอร์โนบิล ในตอนแรกบอริสอยากให้บินตรงเข้าไปวนดูเหนือเตาปฏิกรณ์ที่กำลังลุกไหม้ แต่เลกาซอฟทัดทานอย่างเต็มที่บอกว่าถ้าเข้าไปใกล้ขนาดนั้นได้ตายกันยกลำไม่เกินพรุ่งนี้แถมตายทรมานด้วย
ซ้ายไปขวา: บรีอูคานอฟ ผอ. โรงไฟฟ้า โฟมิน หัวหน้าวิศวกรและนายพลปิคาลอฟ
เมื่อมาถึงศูนย์ปฏิบัติการ บรีอูคานอฟและโฟมินกล่าวโทษเลกาซอฟว่าเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่เป็นอันตราย ระหว่างการถกเถียงว่าจะพิสูจน์อย่างไรนายพล วลาดิมีร์ ปิคาลอฟ ซึ่งถูกส่งมาควบคุมสถานการณ์ก่อนหน้านี้ได้แจ้งว่าเครื่องวัดรังสีพิกัดสูงได้มาถึงหน้างานแล้ว และอาสาขับรถหุ้มตะกั่วและเครื่องวัดรังสีเข้าไปวัดรังสีที่หน้าเตาด้วยตัวเอง
รถหุ้มตะกั่วโดยมีเครื่องวัดรังสีติดไว้หน้ารถ คนขับก็ต้องใส่ชุดกันรังสี แต่แม้จะป้องกันขนาดนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าคนขับที่อยู่ข้างในจะปลอดภัยจากรังสีอย่างสมบูรณ์
หลังจากการวัดนายพลปิคาลอฟแสดงผลการวัดปริมาณรังสีที่แม่นยำซึ่งพิสูจน์ว่าเลกาซอฟพูดถูก เชอร์บินาก็สั่งจับบรีอูคานอฟและโฟมินและถามหาวิธีดับไฟ ซึ่งปิคาลอฟบอกว่าจะใช้เฮลิคอปเตอร์บินทิ้งน้ำดับไฟเหมือนดับไฟป่า
แต่เลกาซอฟก็ห้ามไว้เพราะจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์เพราะนี่ไม่ใช่การดับไฟและแกนเตาก็ร้อนจัดมาก ซึ่งเลกาซอฟเองก็บอกว่านี่เป็นการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลก เท่าที่เขานึกออกคือใช้ทรายกับโบรอนโปรยเข้าไปถมแกนเตา แต่ต้องคงต้องบินกันเป็นหลายรอบมากเพราะไม่สามารถบินไปโปรยทรายเหนือเตาตรง ๆ ได้ เพราะปริมาณรังสีที่สูงเกินไป
เลกาซอฟพยายามบอกให้บอริสสั่งอพยพคนในเมืองทันทีเพราะควันไฟจะพัดมาเอาฝุ่นกัมมันตรังสีกระจายไปยังเมืองปริเปียต แต่บอริสบอกว่าเขาไม่มีอำนาจก่อนเดินจากไป เลกาซอฟตะโกนถามว่าจะไปไหน บอริสตอบกลับมาว่าก็จะไปหาทรายกับโบรอน 5,000 ตันให้
ฝูงสัตว์ป่าภายใต้แนวควันไฟเริ่มล้มตาย
เช้าวันที่ 27 เมษา 30 ชั่วโมงหลังอุบัติการณ์ ฝูงเฮลิคอปเตอร์ขนทรายและโบรอนสำหรับดับไฟก็มาถึง แม้จะได้รับการเตือนว่าอย่าบินเข้าไปอยู่เหนือเตาใกล้เกินไป แต่เฮลิคอปเตอร์ลำแรกก็บินเข้าใกล้เกินไป และเสียการควบคุมก่อนชนเข้ากับโครงสร้างปล่องระบายความร้อนและตกลงในที่สุด
เมื่อบินอยู่เหนือเตา ปริมาณรังสีเข้มข้มมากจนทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าในเฮลิคอปเตอร์เสียหายและเสียการควบคุม
เมื่อเห็นอย่างนั้นบอริสก็ถามเลกาซอฟว่ามีทางอื่นมั้ย เลกาซอฟก็ได้แต่ส่ายหน้า ก่อนที่บอริสจะสั่งให้ลำที่เหลือบินเข้าไปทิ้งทรายต่อแต่ให้เปลี่ยนเส้นทางบินเข้าทิ้งทรายเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น
ตัดมาทางฝั่งคอมยุค(ตัวละครนี้ไม่มีจริงสร้างขึ้นมาในซีรี่ย์เพื่อเป็นตัวแทนนักวิจัยที่ตรวจสอบและสนับสนุนในวิกฤติการณ์ครั้งนี้) ซึ่งพยายามเข้าติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อแจ้งเตือนและให้มีการอพยพคนเพื่อความปลอดภัยแต่ก็โดนระบบราชการของโซเวียตนิ่งเฉยใส่
คอมยุคยังพยายามติดต่อไปยังเพื่อนนักวิจัยที่สถาบันคูร์ตาซอฟ(ที่เลกาซอฟเป็นรองผู้อำนวยการ) สอบถามสถานการณ์โดยต้องคุยกันแบบแฝงรหัสลับผ่านการถามสารทุกข์สุขดิบ เพราะสายสนทนาเหล่านี้อาจถูกดักฟังทั้งจาก KGB และ CIA
คอมยุคเริ่มคิดแล้วว่าต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อแจ้งเตือนไปยังหน้างาน
เมื่อได้รู้แผนการรับมือของเลกาซอฟในการใช้ทรายกับโบรอน คอมยุคก็รู้ว่าจะมีปัญหาตามมาจากการใช้วิธีนี้ เธอรีบค้นแบบแปลนเตา RBMK มาดูก่อนรีบเดินทางไปเชอร์โนบิล
ตัดมาที่ห้องพักของเลกาซอฟหลังจากไปคุมปฏิบัติการณ์ทิ้งทราย บอริสเข้ามาบอกว่าไฟดับแล้วหลังจากทิ้งทรายไป 20 รอบ แต่จากอาการกังวลของเลกาซอฟซึ่งก็คือเรื่องที่ยังไม่มีการอพยพคนเสียที บอริสบอกว่า ศจ. เยลลิน ซึ่งเป็นตัวแทนแพทย์ในคณะกรรมการบอกว่าระดับรังสียังอยู่ในระดับที่ไม่ร้ายแรงจนต้องอพยพผู้คนและเราก็ยังอยู่กันที่นี่ เลกาซอฟเลยสวนไปว่า "ใช่ และอีกไม่เกิน 5 ปีเราก็จะตายกันหมด!!"
บอริสถึงกับหน้าเหวอ แต่ยังไม่ทันได้ดึงสติ ก็มีโทรศัพท์แจ้งเข้ามาว่าโรงไฟฟ้าที่สวีเดนตรวจจับรังสีที่แพร่กระจายออกไปได้และระบุได้ว่ามาจากโซเวียต รวมถึงอเมริกาใช้ดาวเทียมถ่ายภาพถ่ายดาวเทียมเห็นการระเบิดและกลุ่มควันของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ตอนนี้ทั้งโลกรับรู้ ซึ่งเยอรมนีก็ได้สั่งไม่ให้เด็ก ๆ ออกมาเล่นนอกบ้านแล้ว
ห๊ะ นี่เราเหลือเวลาอีกไม่ถึง 5 ปี??
เมื่อจำนนต่อหลักฐาน โซเวียตไม่มีทางเลือก บ่ายสองของวันที่ 27 เมษายน การอพยพคนทั้งเมืองจึงเริ่มขึ้น 36 ชั่วโมงหลังจากอุบัติการณ์
ครั้นพลบค่ำ คอมยุคมาถึงเชอร์โนบิลผ่านแนวกั้นของกองทัพเข้ามาขอคุยกับเลกาซอฟและทีมแก้ไขวิกฤติ ซึ่งก็ได้อธิบายว่าที่เลกาซอฟคิดว่ามีเวลาเหลืออีกอย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนที่ทรายร้อนที่หลอมเป็นลาวาจะละลายทะลุผ่านชั้นคอนกรีตไปยังพื้นดินและแหล่งน้ำใต้ดินนั้นไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
** ความร้อนในแกนเตามาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ซึ่งจะปล่อยความร้อนออกมาเรื่อย ๆ จากปฏิกิริยาลูกโซ่และต้องใช้เวลานานกว่าจะลดอัตราปฏิกิริยาลง ทรายที่ทับลงมาเพื่อดับไฟที่แกนเตาเมื่อได้รับความร้อนก็จะละลายกลายเป็นลาวาเพราะทรายดับไฟที่ไหม้อยู่ได้แต่ไม่สามารถดับร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ได้ **
เรื่องด่วนจริงคือมีถังน้ำอยู่ใต้เตาปฏิกรณ์ซึ่งไม่ควรมีน้ำเหลือ แต่จากความเสียหลายจากการระเบิดและความพยายามดับไฟของทีมนักดับเพลิงทำให้ถังน้ำนี้มีน้ำอยู่เต็มและเหลือเวลาอีกแค่ 2-3 วันเท่านันก่อนที่ลาวาจะหลอมทะลุไปถึงถังเก็บน้ำนี้ และนั่นจะเป็นหายนะของโซเวียตและยุโรปตะวันออก
คอมยุคบุกมาอธิบายเรื่องสำคัญที่เลกาซอฟมองข้ามไป
การประชุมคณะกรรมการนัดเร่งด่วนถูกจัดขึ้น กอร์บอชอฟบอกต่อที่ประชุมว่าเขามีเวลาแค่ 10 นาทีเพราะต้องไปต่อสายคุยกับเหล่าประเทศพันธมิตรรวมถึงคู่อริเพื่อขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เลกาซอฟอธิบายสถานการณ์สลับกับคอมยุคถึงความเร่งด่วนและร้ายแรงของสถานการณ์ที่เป็นอยู่ โดยคอมยุคอธิบายว่าเมื่อลาวาไปถึงถังเก็บน้ำที่มีน้ำอยู่เก็บอยู่กว่า 7,000 ลูกบาศก์เมตรความร้อนมหาศาลจะทำให้น้ำทั้งถังระเหยกลายเป็นไอเกิดเป็นการระเบิดรุนแรงขนาด 2-4 เมกกะตัน (รุนแรงกว่าปรมาณูที่ฮิโรชิมาหลายร้อยเท่า)
ความรุนแรงจากการระเบิดจะกวาดล้างทุกสิ่งในรัศมี 30 กิโลเมตรและสร้างคลื่นกระแทกรัศมี 200 กิโลเมตร คร่าชีวิตประชาการทั้งหมดในเคียร์ฟและมินสก์ เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในเตาปฏิกรณ์ที่เหลืออีก 3 เตาก็จะถูกดันกระจายออกไปในรัศมีการระเบิดส่งผลกระทบวงกว้างในพื้นที่ของโซเวียตและหลายประเทศในยุโรปตะวันออกไปจนถึงเยอรมันนีตะวันออกส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนกว่า 60 ล้านคน
คอมยุคอธิบายถึงผลกระทบหากแก้ไขสถานการณ์ไม่ทัน
กอร์บอชอฟถามว่าเหลือเวลาเท่าไหร่ เลกาซอฟตอบไปว่าเหลือ 48-72 ชั่วโมง กอร์บอชอฟถึงกับต้องถอดแว่นผู้คนในห้องประชุมสีหน้าเครียด แต่ก่อนที่จะตึงเครียดไปกว่านั้นเลกาซอฟชิงบอกว่าเราอาจจะมีทางออก ด้วยการแลกกับชีวิตของเจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้า 3 คนที่รู้เส้นทางในโรงไฟฟ้าดี (คงเป็นที่มาของชื่อตอน "Please Remain Calm" หรือโปรดอยู่ในความสงบ ซินะ)
เพราะทั้ง 3 คนต้องดำน้ำที่ปนเปื้อนรังสีปริมาณสูงไปเปิดวาล์วน้ำเพื่อให้สามารถสูบน้ำออกจากถังได้และพวกเขาจะอาจเสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห์หลังจากนั้น เลกาซอฟจึงบอกว่าต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการ กอร์บอชอฟตอบกลับไปว่าทุกชัยชนะล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย ก่อนที่จะลุกออกไปจากห้องประชุม
ตัดมาเช้าวันที่ 28 เมษา ท่ามกลางเมืองปริเปียตที่กลายสภาพเป็นเมืองร้างที่ห้องประชุมในโรงแรมเหล่าเจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้ากะต่าง ๆ มาประชุมพร้อมกัน ในตอนแรกเลกาซอฟเสนอค่าแรงพิเศษแก่คนที่อาสา แต่ทุกคนในห้องรู้ว่านี่คืองานแลกชีวิตไม่มีใครรับประกันว่าจะได้อยู่ใช้ค่าแรงพิเศษนี้ สุดท้ายบอริสก็ต้องพูดเพื่อขอให้มีคนไปจัดการงานนี้ซึ่งสุดท้ายก็มีเจ้าหน้าที่ 3 นายรับอาสามาเป็น suicide squad
ถ้าเป็นคุณจะไปมั้ยเมื่อไม่มีคนอื่นทำได้???
เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายได้แก่ อานาเนนโก เบซปาลอฟ และบารานอฟ ซึ่งทั้ง 3 คนนี้ไม่ได้เสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห์อย่างที่คาดกัน พวกเขาใช้ชีวิตยืนยาวและได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษแห่งยูเครนในเวลาต่อมา
EP นี้จบลงที่ทั้ง 3 คนลงไปในชั้นใต้ดินของโรงไฟฟ้าที่มีน้ำท่วมก่อนที่ไฟฉายมือของพวกเขาก็ดับลง . . .
ภาพยนตร์
ประวัติศาสตร์
ความรู้รอบตัว
1 บันทึก
5
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ดูเอาเรื่อง
1
5
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย