Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Antfield
•
ติดตาม
11 ม.ค. เวลา 06:30 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
[Chernobyl] EP1 - 1:23:45
** Mini Series "Chernobyl" สตรีมใน HBO Max **
** คำเตือน สปอยล์แบบละเอียดยิบ **
1:23:45 นั่นคือชื่อตอนและเป็นเวลาที่เตาปฏิกรณ์เครื่องที่ 4 ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเกิดระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 1986 กลายเป็นอุบัติการณ์นิวเคลียร์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์
เปิดเรื่องที่คุณลุงคนหนึ่งกำลังบันทึกเทปเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น
เปิดเรื่องมาด้วยการบันทึกเทปเล่าเรื่องเหตุการณ์หลังการระเบิด ซึ่งแน่นอนว่าคุณลุงเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของเรื่องนี้
หนังตัดมาที่บ้านของนักดับเพลิงหนุ่ม ซึ่งภรรยาที่ตื่นขึ้นมาดึ่มน้ำกลางดึกขณะที่เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังกึกก้องพร้อมภาพอันชวนตะลึงของโรงไฟฟ้าที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร
สำแสงสีฟ้าที่พวยพุ่งยามค่ำคืนแลดูสวยงานและน่าสะพรึง
ก่อนที่จะตัดกลับมายังห้องควบคุม เจ้าหน้าทุกคนต่างงุนงงและตกตะลึงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ้าหน้าที่พยายามตะโกนเรียกและสายตาทุกคู่ในห้องมุ่งมายัง "สหายดีอัตลอฟ" หัวหน้ากะเดินเครื่อง สักพักกว่าดีอัตลอฟจะดึงสติและถามกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่อีกคนวิ่งเข้าห้องมาหน้าตาตื่นพร้อมแจ้งว่าเกิดไฟไหม้ในโรงกังหัน (Turbine Hall)
เมื่อได้ยินดังนั้น ดีอัตลอฟก็สันนิษฐานว่าถังเก็บไฮโดรเจน(ไฮโดรเจนใช้ในระบบหล่อเย็นเครื่อง)เกิดระเบิดขึ้น แล้วก็รีบสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปิดเตาและเดินปั๊มน้ำหล่อเย็นสำรอง แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมเตาแจ้งปัญหาว่าก้านแท่งควบคุมไม่สามารถกดลงไปสุดให้ได้ ดีอัตลอฟพยายามคิดถึงวิธีอื่นที่จะปิดเตาให้ได้
เจ้าหน้าที่ที่วิ่งเข้ามาก็ตะโกนสวนว่าไม่มีเตาเหลือแล้ว เตามันระเบิดไปแล้วผมเห็นกับตา ดีอัตลอฟได้ยินแบบนั้นก็สวนกลับไปว่าเตา RBMK ไม่มีทางระเบิด(มันมีเหตุผลว่าทำไมดีอัตลอฟพูดแบบนั้นซึ่งหนังจะเล่ารายละเอียดในตอนหลัง) แกกำลังสติแตกให้เอาตัวออกไปสงบสติก่อน แล้วก็สั่งให้สูบเอาไฮโดรเจนออกจากเตาและปั๊มน้ำเข้าไปหล่อเย็นฉุกเฉินอีกรอบและเรียกนักดับเพลิงมาดับไฟ หลังจากนั้นก็ออกจากห้องควบคุมไปยังทางเดินระหว่างตึกเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นและเขาก็ได้เห็นถึงเศษซากแท่งควบคุมที่กระจายอยู่บนดาดฟ้าโรงกังหัน
สหายดีอัตลอฟพยายามสั่งการเพื่อแก้วิกฤติ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเมืองข้างเคียงของปริเปียตถูกเรียกระดมพลกลางดึกเพื่อเข้ามาระงับเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเตาระเบิดเปิดโล่งและทำให้งานนี้กลายเป็นงานสุดท้ายของใครหลายคน
ตัดมาที่ในอาคารเตาปฏิกรณ์เจ้าหน้าบางคนพยายามวิ่งเข้าไปหาผู้บาดเจ็บ และพยายามแก้สถานการณ์ มีการนำเครื่องวัดรังสีมาวัดซึ่งก็อ่านค่าได้รังสีเอ็กซ์ได้ 3.6 ซึ่งคือสุดสเกลที่เครื่องจะวัดได้(ค่าจริงทะลุเกินไปกว่านั้นมาก) เจ้าหน้าที่บางคนเริ่มหน้าไหม้ บางคนเริ่มอาเจียนเป็นเลือด คนเจ็บบางคนที่อยู่ใกล้แกนเตาผิวหนังเริ่มไหม้มีเลือดออกพูดไม่ชัด
ดีอัตลอฟกลับมาที่ห้องควบคุมพร้อมสั่งการให้หาทางเดินปั๊มน้ำหล่อเย็นฉุกเฉิน และถามถึงปริมาณรังสีที่วัดได้ ซึ่งก็แน่นอนว่าสุดสเกลที่ 3.6 ก่อนพยายามทำใจดีสู้เสือแต่ในใจรู้แล้วว่าสถานการณ์วิกฤติขนาดไหน
ตีหนึ่งครึ่งทีมนักดับเพลิงเข้ามาถึงที่เกิดเหตุ ซากอาคารปฏิกรณ์เครื่องที่ 4 อยู่ในสภาพพังยับเยิน ไฟลุกไหม้เต็มพื้นที่ เจ้าหน้าที่ไม่รอช้ารีบเข้าดับไฟตามที่ได้ฝึกซ้อมกันมาเป็นอย่างดี
หนึ่งในกลุ่มคนผู้เคราะห์ร้ายและเป็นกรณีศึกษาผลกระทบจากรังสีที่มีต่อมนุษย์
เพียงไม่กี่นาทีของการปฏิบัติงานนักดับเพลิงบางคนเริ่มรู้สึกถึงรสและกลิ่นเลือดในปากซึ่งเกิดจากอาการตกเลือดภายใน และไม่นานบางคนเริ่มอาเจียนและหายใจไม่ออก มีบางคนหยิบเศษแท่งกราไฟต์ของแท่งควบคุมขึ้นมาดูด้วยความสงสัยโดยหารู้ไม่ว่ากำลังถือวัตถุที่มีอันตรายถึงชีวิตอยู่
ตัดกลับมาในอาคารปฏิกรณ์เจ้าหน้าที่ 2 นายที่ดีอัตลอฟสั่งให้มาเปิดวาล์วน้ำหล่อเย็นมาเจอกับเจ้าหน้าที่อีกคนที่กำลังแบกเพื่อนที่หมดสภาพจากพิษรังสี หลังจากคุยกันทั้ง 3 คนกลับไปที่เตาอีกครั้งโดยมีเจ้าหน้าที่คนที่เคยแบกเพื่อนมาคอยง้างประตูเข้าเตาปฏิกรณ์ให้
เมื่อเข้าไปดูถึงได้เห็นภาพอันน่าสะพรึงของแกนเตาที่ลุกจ้าด้วยไฟสีเหลือง ไม่มีเหลือแล้วแท่งควบคุมที่จะให้ปิดเตา ทั้ง 2 รู้ดีว่าต้องรีบหนีจากตรงนี้ก่อนจะโกยแน่บ ทิ้งเพื่อนที่ง้างประตูไว้ให้ซึ่งอาการเริ่มร่อแร่มีเลือดออกตามผิวหน้งและเริ่มเดินไม่ไหวแล้ว
เห็นแบบนี้ต้องรีบเผ่นแล้วพี่น้อง (แต่สุดท้ายก็ไม่รอด)
ทั้ง 2 คนรีบกลับไปที่ห้องควบคุมแต่เหลือไปถึงแค่คนเดียวเพราะอีกคนฟุบไปก่อนแล้ว คนที่เหลือกลับไปบอกว่าแกนเตาไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ดีอัตลอฟก็ยังถามกลับว่าได้กดแท่งควบคุมลงไปมั้ย?
ยังไม่ทันได้ตอบเจ้าหน้าที่ก็เริ่มอาเจียน ดีอัตลอฟบอกให้พาไปห้องพยาบาลก่อนที่จะบอกคนที่อยู่ในห้องว่าให้ไปปลุกกะกลางวันมาช่วยกันคุมสถานการณ์ ส่วนตัวข้าพเจ้าจะไปอาคารบริการเพื่อรายงงานต่อผู้อำนวนการโรงไฟฟ้า(ชิ่งไวมากครับลูกพี่)
ตัดกลับมาที่หมู่บ้านนักดับเพลิงเหล่าครอบครัวเจ้าหน้าที่ต่างมาจับกลุ่มพูดคุยและบางส่วนพากันไปจับกลุ่มดูเหตุไฟไหม้ที่สะพานใกล้ ๆ ที่พัก ซึ่งพากันมาทั้งลูกเด็กเล็กแดง ไม่นานก็มีละอองขี้เถ้าจากโรงไฟฟ้าลอยมา เหล่าเด็ก ๆ พากันวิ่งเล่นท่ามกลางฝุ่นขี้เถ้าที่โปรยปรายราวกับหิมะอย่างสนุกสนาน หารู้ไม่ว่ากำลังเล่นอยู่กับยมทูต
มาชมทิวทัศน์ที่สวยงามแต่คนเหล่านี้ต้องแลกกับการเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากความไม่รู้
เหล่าชาวเมืองไม่รู้ถึงอันตรายของฝุ่นขี้เถ้าเหล่านี้ ไม่รู้ถึงเหตุการณ์จริงที่เกิดที่โรงไฟฟ้าเห็นแค่ไฟไหม้ ไม่ตระหนักว่าลำแสงสีฟ้าที่เห็นคือสัญญาณอันตราย
ตีสองครึ่ง ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าที่ถูกปลุกกลางดึกก็มาถึงอาคารบริการพร้อมกับหัวหน้าวิศวกร (ดีอัตลอฟเป็นรองหัวหน้าวิศวกรควบคุมการทดสอบเดินเครื่องตอนที่เกิดเหตุ)
ห้องประชุมที่สร้างมาเป็นบังเกอร์หลบภัยการโจมตีด้วยนิวเคลียร์จากอเมริกา
ภายในห้องประชุมซึ่งถูกสร้างมาให้เป็นห้องหลบภัยนิวเคลียร์ ประตูเหล็กเสริมตะกั่วทำให้ห้องนี้เหมือนเป็นห้องนิรภัยแม้ว่าจะมีเตาปฏิกรณ์ที่ระเบิดเปิดโล่งอยู่ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตร
ดีอัตลอฟรายงานต่อ ผอ. ตามความเข้าใจของเขา(หรืออาจจะพยายามหาทางกลบเกลื่อนความจริง) ว่าถังไฮโดรเจนระเบิดและกำลังควบคุมสถานการณ์ มีการถามถึงระดับรังสีซึ่งในที่สุด ผอ. ก็สั่งการให้นำเครื่องวัดรังสีอย่างดีออกจากเซฟมาวัดค่า และเรียกประชุมกับสภาเมืองท้องถิ่นเพื่อรายงานสถานการณ์
จากซ้ายไปขาว ผอ. - ดีอัตลอฟ - หัวหน้าวิศวกร
ตัดมาด้านนอก ทีมนักดับเพลิงถูกสั่งให้ขึ้นไปฉีดน้ำดับไฟจากด้านบนดาดฟ้าด้วยเห็นว่าฉีดน้ำจากด้านล่างคงคุมเพลิงไม่ได้ ซึ่งยิ่งทำให้เหล่านักผจญเพลิงต้องปีนขึ้นไปหาแหล่งรังสีเข้มข้นกว่าด้านล่าง ในขณะที่เจ้าหน้าที่บางคนที่มาถึงชุดแรกเริ่มหมดสภาพไม่สามารถทำงานต่อได้แล้ว
ความพยายามดับไฟยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางความเสี่ยงของชีวิตคนมากมาย
ผ่านมาตอนตีสามครึ่งในห้องควบคุมเหล่าเจ้าหน้าที่เดินเครื่องหารือถึงวิธีแก้ไขสถานการณ์กันเองอย่างสิ้นหวัง เจ้าหน้าที่ 2 นายตัดสินเข้าไปเปิดวาร์ลน้ำหล่อเย็นด้วยมือ แม้รู้อยู่เต็มอกว่าเข้าไปคงไม่รอดเป็นแน่
ส่วนด้านนอกเหล่าพนักงานเดินเครื่องกะกลางวันมารวมตัวกันรอคำสั่ง ซึ่งก็มีเจ้าหน้าที่มาถามหากุญแจเปิดเซฟเก็บเครื่องวัดรังสีซึ่งจนถึงตอนนี้ยังเอาออกมาไม่ได้
เวลาล่วงมาตีห้ายี่สิบนาที เหล่าคณะกรรมท้องถิ่นของเมืองก็มาถึงโรงไฟฟ้าและเริ่มประชุมสรุปสถานการณ์ซึ่ง ผอ. ก็บอกแค่ว่าสถานการณ์อยู่ในการควบคุมแล้วและจะได้รับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารกว่า 2,000 นายเข้ามาช่วยจัดการสถานการณ์ แต่ก็มีคนแย้งว่าไม่น่าใช่อย่างที่รายงาน เพราะเห็นคนอาเจียนอยู่ด้านนอก มีคนผิวหนังไหม้จากการโดนรังสี จนทำให้เกิดการถกเถียงอื้ออึง
สุดท้ายตัวแทนอาวุโสของพรรคที่นั่งฟังเฉย ๆ อยู่มุมห้องก็เคาะไม้เท้าพร้อมยืนขึ้นพูดปลุกขวัญที่ประชุมให้เชื่อมั่นในการตัดสินใจและการจัดการของทางรัฐ เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราว รวมถึงประกาศมาตราการตัดสารสื่อสารเช่น โทรศัพท์ เพื่อป้องกันข่าวลือรั่วไหลสร้างความเสียขวัญ หารู้ไม่ว่านั่นยิ่งทำให้ชีวิตของคนทั้งเมืองยิ่งตกอยู่ในอันตราย
การประชุมกับตัวแทนสภาเมืองที่ควรจบด้วยการสั่งอพยพคนโดยด่วยแต่กลับไม่เป็นอย่างที่ควร
หลังจบประชุม หัวหน้าทีมวิศวกรมานั่งรอพบ ผอ. เพื่อรายงานผลการวัดรังสี ซึ่งกล่าวโดยสรุป 1)เครื่องที่ดีที่สุดเปิดปุ๊บพังปั๊บ 2) อีกเครื่องเข็มก็ตีสุดสเกล 3) พยายามใช้เครื่องสำรองที่วัดได้สูงสุดแค่ 200 ก็ยังตีสุดสเกลเหมือนกัน ดีอัตลอฟพยายามตีรวนโทษคุณภาพอุปกรณ์เครื่องวัด พร้อมบอกว่าเดี๋ยวจะขึ้นไปดูบนชั้นดาดฟ้าด้วยตาตัวเองว่ามันเป็นยังไง แต่ยังไม่ทันได้พูดต่อก็อ้วกแตกฟุบไปกองกับพื้นโดนหามออกนอกห้อง
แตกหนึ่ง
ผอ. ก็สั่งให้หัวหน้าทีมขึ้นไปดูบนดาดฟ้าแล้วกลับมารายงาน แม้เจ้าตัวปฏิเสธไม่ยอมขึ้นไปเพราะกลัว แต่สุดท้ายก็โดนบังคับไปอยู่ดี
เมื่อดีอัตลอฟถูกหามออกนอกตึกถึงได้เห็นว่าสภาพข้างนอกมันโกลาหลขนาดไหน เห็นผู้คนเริ่มล้มป่วยและถูกหามขึ้นรถพยาบาล(ตัวเองก็เป็นหนึ่งในนั้น)
ไม่นานหัวหน้าทีมวิศวกรก็กลับมารายงานกับ ผอ. ว่าข้างนอกนั้นเลวร้ายขนาดไหน หมดเวลาแล้วที่จะเบือนหน้าหนีความเป็นจริงที่เกิด ภาพตัดมาที่โรงพยาบาลในเมืองเหล่าเจ้าหน้าที่ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อเตรียมรับผู้ป่วยฉุกเฉินที่ทยอยเข้ามาเป็นสายน้ำ
ท่าน ผอ. ถึงกับเอามือกุมหน้าเพราะก่อนหน้านี้เอาแต่อยู่ในห้องฟังสิ่งที่ดีอัลลอฟบอก ไม่รู้ว่าข้างนอกมันเละขนาดไหน
เพื่อจัดการวิกฤติ กอบาชอฟ ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดการอุบัติเหตุ และเช้าตรู่ของวันที่ 26 ชายคนหนึ่งถูกเสียงโทรศัพท์ปลุกซึ่งคนปลายสายคือ บอริส เชอร์บีน่า รองประธานคณะมนตรีบริหารและหัวหน้าสำนักงานเชื้อเพลิงและพลังงาน ได้แจ้งสถานการณ์ต่อ วาเลรี เลกาซอฟ รอง ผอ. สถาบันพลังงานปรมาณูคุชชาทอฟ ซึ่งถูกแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ
เลกาซอฟถามถึงสถานการณ์ซึ่ง บอริสก็แจ้งไปด้วยข้อมูลเดียวกับตอนประชุมกับตัวแทนสถาเมือง เลกาซอฟพยายามถามถึงเรื่องการอพยพคนแต่ก็โดนตัดบทเพราะบอริสบอกว่าคุณแค่คอยให้ความเห็นต้านเทคนิคเกี่ยวกับเตาปฏิกรณ์ก็พอ
วาเลรี เลกาซอฟ ลุงเมื่อตอนเปิดเรื่องนั่นเอง
ปิดท้าย EP 1 ด้วยภาพโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลที่กำลังลุกไหม้ในยามเช้า กลุ่มควันเถ้าถ่านปนเปื้อนกัมมันต์ล่องลอยไปยังเมืองปริเปียตที่ผู้คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตยามเช้าตามปกติ ไม่ได้ล่วงรู้ถึงมหันตภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามา
โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลที่กำลังลุกไหม้ในยามเช้า และชาวเมืองยังคงใช้ชีวิตตามปกติ
ถ้าใครมีช่องทางดูซีรี่ย์เรื่องนี้ ผมแนะนำเลยครับ ทำดีเก็บรายละเอียดแต่ไม่น่าเบื่อ นักแสดงเล่นกันได้ดี ไม่ดราม่ายืดเยื้อมาก
Recap บางส่วนจาก EP1
- ดีอัตลอฟ เห็นอย่างนี้คิดว่ารอดกันไหมอ้วกแตกไปขนาดนั้น ขอเฉลยเลยว่ารอดถูกตัดสินคุก 10 ปี แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้กรรมครบเพราะป่วยเป็นมะเร็งไขกระดูก ตรงนี้เป็นเคสตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าหากคุณมีความรู้ด้านนิวเคลียร์คุณก็ยังสามารถเอาตัวรอดจากเหตุหายนะได้
- ความรุนแรงของพิษจากรังสีแต่ละคนไม่เท่ากัน ด้วยเหตุปัจจัยคือ ระยะห่างจากแหล่งกำเนิดรังสี ระยะเวลาที่อาบรังสี รวมถึงตำแหน่งที่อยู่ คนที่อยู่ด้านหน้าเตาอย่างเช่นนักดับเพลิง หรือพนักงานเดินเครื่องที่อยู่ในอาคารย่อมโดนรังสีอาบเยอะ
- สำแสงสีฟ้าที่พุ่งขึ้นเหนือเตาอันนี้เกิดจากการแตกตัวเป็นไอออนของอากาศ (Ionization of airglow) เมื่อแกนปฏิกรณ์ถูกเปิดออก รังสีปริมาณมหาศาล ได้วิ่งไปชนกับโมเลกุลของก๊าซไนโตรเจนและออกซิเจนในอากาศ พลังงานจากรังสีทำให้โมเลกุลเหล่านี้แตกตัวและปลดปล่อยแสงสีฟ้าหรือสีม่วงออกมา ซึ่งพยานในเหตุการณ์ระบุว่ามีลักษณะคล้ายลำแสงเลเซอร์สีฟ้าพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแต่ไม่ได้มีภาพถ่ายหรือวีดีโอบันทึกอย่างเป็นทางการ ซึ่งปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่รังสีเชเรนคอฟ (Cherenkov radiation)
ความรู้รอบตัว
ประวัติศาสตร์
ภาพยนตร์
1 บันทึก
4
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ดูเอาเรื่อง
1
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย