28 มี.ค. เวลา 17:09 • ท่องเที่ยว
The Pod Boutique Capsule Hotel

Where To Stay : The Pod Boutique Capsule Hotel

The Pod Boutique Capsule Hotel
5 nights
฿14,507.76
เป็นโฮสเทลที่ตั้งอยู่ริมถนน ด้านหน้ามีป้ายรถเมล์ เหมือนจะหาไม่ยาก แต่ฉันก็ยังเดินผ่านเลยไปในคืนแรกที่มาถึง เพราะความเรียบง่าย และกลมกลืนมากไป แต่ก็โชคดีมากที่มีคนกำลังจะเข้าไปพอดีก็เลยได้ตามเขาเข้าไปได้ ไม่ต้องกดกริ่งสื่อสารภาษาอังกฤษเกรด 2 ให้ว้าวุ่นกันทั้งฉัน และพนักงานต้อนรับ
ล็อบบี้อยู่ชั้น 3 ส่วนห้องพักอยู่ชั้น 4 และ 5
ชั้น 3 เป็นพื้นที่ส่วนรวมสำหรับนั่งรับประทานอาหาร พูดคุย ทำงาน บลา ๆ ๆ
มีตู้เย็นที่สามารถเอาของมาแช่ได้ มีน้ำดื่ม และกาแฟให้กดฟรี มีตู้กดน้ำอัตโนมัติ
แต่ไม่มีอ่างล้างจาน
ฉันได้ห้องพักอยู่ชั้น 4 ทุกคนต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ในล็อกเกอร์ก่อนเข้าห้องนอน ซึ่งโฮสเทลมีสลิปเปอร์ให้ นอกจากนั้นยังมีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน ที่อุดหู และผ้าเช็ดตัวอีก 1 ผืน รวมอยู่ในถุงที่จะได้รับมาหลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว
ห้องที่ฉันเลือกเป็นหอนอนหญิงล้วน มีทั้งหมด 12 เตียง แบบเข้าด้านข้าง ที่เลือกแบบนี้เพราะว่าเคยนอนแบบเข้าปลายเตียงแล้วรู้สึกว่ามันแคบ และไม่สะดวกเลย และโฮสเทลที่เป็นตัวเลือกที่มาก่อนเสมอคือที่ ๆ มีผ้าม่านปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่อะไรหรอก อายท่านอนประหลาด ๆ ของตัวเองมากกว่า แล้วก็อายที่จะมีใครรู้ว่าเรานอนกรนด้วย 🤣
ปลายเตียงมีที่สำหรับแขวนเสื้อผ้า มีโต๊ะที่สามารถเปิดลงมาวางโน้ตบุ๊กสำหรับทำงานได้ มีที่เสียบชาร์จไฟ ไฟส่วนตัว และล็อกเกอร์ใต้เตียง ซึ่งใช้คีย์การ์ดในการเปิด-ปิด ไม่จำเป็นต้องพกกุญแจมาก็ได้ ซึ่งคีย์การ์ดนี้ใช้กับทุกประตูในโฮสเทลนี้
ต่อไปจะเป็นส่วนที่ฉันชอบที่สุดที่นี่… “ห้องน้ำ”
หลาย ๆ โฮสเทลที่เคยไปพักมาก่อน โดยปกติจะแบ่งห้องน้ำเป็นห้องส้วม และ ห้องอาบน้ำ แยกกัน แต่ที่นี่ต่างออกไปคือมีห้องส้วม กับ ห้องน้ำ คือในห้องมีที่อาบน้ำ ชักโครก และอ่างล้างหน้าแบบส่วนตัว และไม่ได้มีแค่ห้องเดียว แต่มีถึง 3 ห้อง! อันนี้คือความประทับใจที่ 1 มีเจลอาบน้ำ และแชมพูให้บริการฟรี และที่ฉันให้ความสำคัญมากกว่าผ้าม่านคือ สายฉีดชำระ ที่มี…และใช้งานได้ดี 👏🏼
ความประทับใจที่ 2 คืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เขาจัดไว้ให้บริการฟรี มีมากกว่าที่อื่น ๆ ที่เคยไปมา ทั้งสำลีแผ่น คัตตอนบัด ทิชชู่ ที่หนีบผม ที่ม้วนผม และเตารีด เข้าใจความผู้หญิงสุด ๆ ยกให้เป็นโฮลเทลในดวงใจเลย
ถ้าเข้าพักช่วงวันธรรมดาก็จะชิล ๆ ไม่ต้องรอคิว แต่ถ้าเป็นสุดสัปดาห์ก็จะเป็นเช้าที่ชุลมุนหน่อย เป็นปกติของการต้องใช้ของร่วมกัน
ฉันมาสิงคโปร์รอบนี้ด้วยจุดประสงค์หลักคือการมาดู F1 ตั๋วเดิมที่มีเป็นตั๋วเข้างานทั้ง 3 วัน แต่ต้องเปลี่ยนที่นั่งทุกวัน เพราะฉะนั้นประตูที่จะใช้เข้างานจึงต้องเปลี่ยนทุกวันเช่นกัน เพื่อหาทางเข้าที่ใกล้กับที่นั่งมากที่สุด ฉันจึงไม่ได้สนใจจองโรงแรมใกล้สนามแข่ง อีกทั้งเป็นการแข่งรถใจกลางเมือง ฉันจึงคิดไปว่าอย่างไรก็นั่งรถไฟไปถึงได้ทั้งนั้น
แต่ตั๋วที่ฉันใช้เข้างานคือตั๋วที่ดีกว่านั้น ที่นั่งดี และเป็นที่นั่งเดิมทั้ง 3 วัน ซึ่งบังเอิญว่าโฮสเทลนี้ตั้งอยู่ใกล้กับ gate 1 ซึ่งเป็นประตูที่ใกล้กับที่นั่งของฉันแบบเดินไป-กลับได้ และมันทำให้รู้ว่าการเดินไปสนามแข่งได้จากที่พักแบบไม่ต้องมีการต่อรถต่อเรือ บลา ๆ ๆ มันดีกว่าจริง ๆ แม้ว่าขนส่งสาธารณะที่นี่จะอยู่ในระดับของความดีเลิศประเสริฐศรีแค่ไหนก็ตาม
แค่อยากจะแนะนำว่าจองที่พักใกล้กับทางเข้าที่เราจะต้องใช้มันทุกวันจะดีกว่า พอถึงเวลาจะไปสนามแข่งจะได้ไม่ต้องรีบ เดินไปชิล ๆ ตอนขากลับก็ไม่ต้องไปเบียดกับคนอีกเป็นร้อยในรถไฟ ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียว เพราะมีคนเดินไปพร้อมเราเป็นร้อย 🤣
จริง ๆ คือฉันไม่รู้เลยนะว่าที่พักใกล้ทางเข้าที่ต้องใช้ วันแรกคือนั่งรถไฟไปนั่นมานี่รอบเกาะ ขากลับยังนั่งรถไฟกลับด้วยนะ แต่พอเปิดดูแผนที่เท่านั้นละ นั่งรถไฟทำไมก่อน!? วนไปรอบโลกหาทางเข้าเพื่อที่จะได้รู้ว่าทางเข้าที่ใกล้ที่สุดอยู่ข้างบ้าน และเดินไปได้
ง.งู มาก่อน ฉ.ฉิ่ง ฉันใด คนเราก็มักจะโง่ก่อนฉลาดฉันนั้น

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา