26 มิ.ย. 2024 เวลา 12:00 • อาหาร
Rimping Supermarket NimCity Branch

ทำความรู้จัก “พราลีน” (Pralines) ขนมถั่วเคลือบคาราเมลสัญชาติฝรั่งเศส

ในประเทศฝรั่งเศสมีขนมหวานอยู่มากมายที่เลื่องชื่อจนก้าวข้ามขอบเขตวัฒนธรรม กลายเป็นขนมที่รู้จักของคนทั่วโลก ซึ่งในบรรดาขนมหวานสุดคลาสสิกของฝรั่งเศสนั้น “พราลีน” (Pralines) ถือเป็นขนมหวานอีกหนึ่งชนิดที่เรียบง่ายและมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน
.
เรื่องราวของพราลีนมีต้นกำเนิดย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 17 ในประเทศฝรั่งเศส ในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 กล่าวกันว่าขนมชนิดนี้ได้แนวคิดมาจาก Marshal du Plessis-Praslin นักการทูตชาวฝรั่งเศสผู้ชื่นชอบขนมหวาน เขานำไอเดียการทำพราลีนไปบอกกล่าวต่อพ่อครัวส่วนตัวของเขา เพื่อให้พ่อครัวทำพราลีนขึ้นมาโดยการผสมอัลมอนด์กับคาราเมลเข้าด้วยกัน จนได้มาเป็นขนมอัลมอนด์เคลือบคาราเมลที่มีรสชาติหวานกรุบกรอบ
.
ในฝรั่งเศสจะเรียกขนมชนิดนี้ว่า “พราลิเน่” (Pralinés) ตั้งชื่อตามนักการทูตชาวฝรั่งเศสผู้เป็นแรงบันดาลใจ เมื่อเวลาผ่านไปพราลีนก็ได้รับความนิยมอย่างมากในฝรั่งเศส โดยเฉพาะในเมืองมอนตาร์จิส ที่ที่คนชั้นสูงมักจะอาศัยอยู่ และในไม่ช้าพราลีนก็ได้รับการเผยแพร่ไปทั่วยุโรป จนนำไปสู่การสร้างพราลีนในรูปแบบใหม่ ๆ
.
อย่างไรก็ตามพราลีนที่ขึ้นชื่อในฝรั่งเศสมาจากเมือง Lyon ซึ่งเป็นพราลีนที่ทำมาจากอัลมอนด์เคลือบด้วยผลึกน้ำตาลสีชมพู โดยส่วนใหญ่มักเรียกกันว่า “Pink Praline” หรือ “Praline Rose”
.
ในยุโรปพราลีนกลายเป็นสัญลักษณ์ของงานฝีมือ นักทำช็อกโกแลตชาวเบลเยียมได้ยกระดับศิลปะการทำพราลีนขึ้นมาอีกขั้น ด้วยการออกแบบที่มีความประณีตและการผสมผสานรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยังคงดึงดูดผู้ที่ชื่นชอบช็อกโกแลตทั่วโลก
.
ในปี ค.ศ. 1727 พราลีนได้รับการแนะนำให้รู้จักในนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยแม่ชี Ursine ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวฝรั่งเศส ขณะอาศัยอยู่ที่นี่แม่ชีก็ได้นำเอาวัฒนธรรมการทำขนมชนิดนี้มาเผยแพร่ด้วย แม่ชีได้สอนชาวบ้านในนิวออร์ลีนส์ทำพราลีน แต่ทว่าในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกา อัลมอนด์เริ่มขาดแคลน พวกเขาจึงนำถั่วพีแคนมาใช้แทนจนเกิดเป็น “พราลีนพีแคน” (Pralines pecan) ที่คนอเมริกันรู้จักในปัจจุบัน
.
เมื่อพราลีนได้รับความนิยมมากขึ้นในอเมริกา ชาวบ้านในนิวออร์ลีนส์ก็เริ่มขายพราลีนกันตามท้องถนน โดยส่วนใหญ่แล้วจะขายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในเมืองแห่งนี้ จนทำให้พราลีนพีแคนกลายเป็นขนมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของนิวออร์ลีนส์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
.
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพราลีนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความหลากหลายตามภูมิภาคและความทันสมัย ปัจจุบันพราลีนมีหลากหลายรสชาติโดยใช้ถั่วพีแคนและอัลมอนด์เป็นส่วนผสมหลัก แล้วเคลือบด้วยรสชาติใหม่ ๆ อย่างช็อกโกแลต มะพร้าว หรือแม้แต่พราลีนในรูปแบบอาหารคาวที่มีส่วนผสมของเบคอนและชีส
.
ตลอดประวัติศาสตร์พราลีนมีความสำคัญทางวัฒนธรรมมากกว่าเป็นแค่ขนมหวานกรุบกรอบ ในแถบตอนใต้ของอเมริกาพราลีนถั่วพีแคนกลายเป็นส่วนสำคัญของอาหารต้อนรับวันหยุด การเฉลิมฉลอง รวมไปถึงเป็นของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว
โฆษณา