Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ทำมะธัมโม Thamma Thammo
•
ติดตาม
14 พ.ค. 2024 เวลา 11:00 • ครอบครัว & เด็ก
เคยได้ยินไหมว่า...
พ่อแม่เลี้ยงลูกได้แต่ตัว แต่จิตใจบังคับกันไม่ได้ แล้วในมุมลูกล่ะ คิดว่าพ่อแม่ก็คือคนที่เราสามารถบังคับจิตใจเขาได้เหมือนกันหรือเปล่า
ขอเกริ่นก่อนว่า ตัวฉันเองเป็นพี่สาวคนโต เรียบร้อยและจิตใจดีมาก (ป.ล. มีที่ไหนคะชมตัวเอง อันนี้จากที่คนอื่นบอกมานะ 555) และมีน้องสาวอีกหนึ่งคน เป็นคนที่ไม่ยอมคนและดื้ออยู่พอตัว
เราทั้งคู่เติบโตมากับพ่อที่เป็นคนจีน และแม่ที่เป็นคนไทย เพราะฉะนั้นเราทั้งคู่เป็นลูกครึ่ง ได้พบกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความเชื่อ ความคิด และครอบครัวของพ่อและแม่ที่ต่างกัน
เมื่อแต่ละคนถูกเลี้ยงดูมาคนละสิ่งแวดล้อม คนละที่ ทำให้มีความคิดที่แตกต่างกันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ในความปกตินั้นก็ก่อเกิดเป็นความขัดแย้งจากเครือญาติ และทำให้แม่และญาติจากฝั่งพ่อไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ บางครั้งพ่อแม่ก็ทะเลาะกันบ่อยๆในสมัยที่ฉันยังเด็ก
ที่บ้านทำโรงงาน พ่อเป็นคนดูแลจัดการ ส่วนแม่คอยช่วยพ่อในสิ่งที่พ่อบอกให้ทำ แต่แม่มองว่าชีวิตแม่ไม่ยุติธรรม ตัวเองหาเงินช่วยพ่อ ทำงานมาอย่างยากลำบาก แต่พ่อก็เอาเงินไปช่วยเหลือครอบครัวทางจีนบ่อยครั้ง จนแม่น้อยใจ ซึ่งตอนนี้แม่ผันตัวเป็นแม่บ้าน ทำงานบ้านเฉยๆไม่ได้ทำงานอะไรนะคะ
แต่ในทางกลับกัน ญาติทางฝ่ายแม่เอง คุณพ่อก็ไม่เคยทอดทิ้ง หางานให้ทำและให้เป็นเงินเดือนได้ใช้ทุกเดือน ได้อยู่ฟรีมาโดยตลอด แม้พฤติกรรมที่แต่ละคนทำกับพ่อก็ไม่ได้ดีเลยแท้ๆ การทำงานก็ทำลวกๆ อีกด้วย
ฉันเองก็เคยสงสัยว่าเคยทะเลาะอะไรกันใหญ่โตเลยหรอ ป้าเลยเล่าเหตุการณ์ในอดีตให้ฟังว่า ญาติทางฝั่งพ่อเห็นแก่ตัว มีแต่คนกดขี่แม่ ไม่ชอบแม่ แม่เลยโกรธและแค้นเคืองจนปัจจุบัน แม้เรื่องราวจะผ่านมายาวนานกว่า 30 ปีแล้ว แต่คุณแม่มักจะอ้างว่าพ่อไม่สนใจแม่ และสนใจแต่ญาติของตัวเอง เอาเงินให้พวกเขาใช้สบายๆ ไม่ต้องทำงานลำบากลำบนเหมือนกับตัวแม่เอง
วันนี้ แม่ก็อายุมากแล้ว 50 กว่าปี และจะย่างเข้า 60 ปีในอีกไม่กี่ปีเท่านั้น แต่ท่านก็ยังบ่นและกล่าวว่าเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆมาตลอด จนหลายครั้งที่ตัวฉันเองก็ยังรับไม่ได้ บอกแม่ให้ปล่อยวางและเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้แล้ว แต่แม่ก็เถียงกลับ เราก็เถียงกันเหมือนบ้านจะแตก
และคนที่จะไม่มีความสุขที่สุดก็คือครอบครัวเราในตอนนี้ ที่แม่คอยแต่สร้างบรรยากาศที่ไม่ดีในทุกๆวัน บ่นและไม่ได้ช่วยหาทางแก้ ไม่สามารถปล่อยวางเรื่องในอดีตได้ จนกระทั่งวันหนึ่งที่ครอบตครัวเราไม่ทันได้เตรียมตัว
คุณพ่อตรวจพบก้อนเนื้อบริเวณที่ท้อง ขนาด 22 เซนติเมตร ซึ่งใหญ่เหมือนหัวเด็กทารกเลยทีเดียว คุณหมอตกใจมากและขอให้คุณพ่อเข้ารับการผ่าตัดในทันที หลังจากที่พ่อมาบอกทุกคนในบ้าน ฉันก็ช็อกไปเลย และภาวนาในใจว่าขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย และความกลัวนั้นก็มาถึง ก้อนเนื้อนั้นเป็นก้อนมะเร็ง เรียกว่า Liposarcoma ซึ่งเป็นเคสที่หายากมาก น้อยคนที่จะเป็นมะเร็งชนิดนี้
เป็นก้อนมะเร็งที่เกิดจาก fat cell หรือเซลไขมัน ยากมากที่จะรู้ว่าสิ่งนี้จะเกิดเมื่อไหร่ ไม่มีสัญญาณ ไม่มีอาการร้ายแรง เพราะคุณพ่อมีเพียงอาการทานข้าวไม่ค่อยได้ และรู้สึกท้องแน่นๆ เท่านั้น จึงชะล่าใจคิดว่าท้องอืดธรรมดา
ทุกช่วงขณะที่รออยู่หน้าห้องผ่าตัด เป็นช่วงเวลาที่ทรมานจิตใจของฉัน และทำให้ฉันรู้สึกอ่อนแอมากที่สุด น้ำตาไหลอาบแก้มโดยที่ห้ามไม่ได้ และความคิดมากมายก็เข้ามาในหัว อยากขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ไม่มีอะไรร้ายแรง และต่อจากนี้ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม จะทำให้ทุกช่วงเวลาที่อยู่กับคนที่บ้านเป็นเวลาที่ดี จะไม่ให้ตัวเองนึกเสียใจที่เราไม่ได้ทุ่มเทเวลาให้เขา
หลังจากคุณพ่อผ่าตัดเสร็จ อาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ก้อนมะเร็งถูกตัดออกไปด้วยดี เหมือนได้ผ่านพ้นเคราะห์ร้ายไปได้แล้ว ทั้งนี้ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า Liposarcoma จะกลับมามีอีกมั้ย จะมาอีกตรงไหน จึงต้องทำการตรวจเช็คเรื่อยๆตามที่หมอแนะนำ
ตั้งแต่วินาทีนั้น ฉันก็คิดเสมอเลยว่า พ่อแม่ คนรัก คนรอบตัว หรือตัวเราเอง อาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วก็ได้ ขอให้วินาทีนี้ที่เราได้เจอกัน เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ
แต่นิสัยของแม่ฉันก็ยังเหมือนเดิม กลับมาบ่นเรื่องเดิมๆในอดีต และเรื่องใหม่ๆที่เจอในแต่ละวัน จะเรียกว่าแม่เป็นมนุษย์ toxic คนหนึ่งก็จะดูแรงไป แต่ก็ใกล้เคียงมาก
จนวันหนึ่งฉันก็คุยกับแม่
"มะม๋า หนูขออย่างหนึ่งได้มั้ย หยุดบ่นเรื่องโน้นเรื่องนี้ได้รึเปล่าคะ ตอนนี้ปะป๋าไม่สบายอยู่ ไม่อยากให้เขาเครียดไปมากกว่านี้"
"ม๋าก็บ่นของม๋าอย่างนี้ ม๋าไม่ชอบที่ป๋าเป็นคนไม่กระตือรือร้น ทำอะไรก็ช้าไปหมด"
ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าจะต้องให้พ่อปรับยังไง เพราะเขาก็เป็นแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่ฉันยังเด็ก
"ป๋าเขาก็เป็นอย่างนี้มาตลอด ม๋าบ่นแบบนี้มาตั้งนานเขาก็ยังไม่เปลี่ยน แสดงว่าบ่นไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลยนะคะ เราเปลี่ยนตัวเราเองแทนดีมั้ย" ฉันพยายามพูดให้แม่เห็นภาพว่าเราควรเปลี่ยนวิธีรึเปล่า แต่แม่ก็ยังไม่สนใจ แล้วว่ากลับมาว่า
"ไม่ต้องมาสอนม๋าหรอก ย้อนดูตัวเองดีกว่า ตัวเองทำอะไรก็ช้า ไม่ได้เรื่องเลย เลี้ยงได้แต่ตัว" โอ้โห ตอนนั้นอารมณ์เริ่มมาแล้ว แต่ยังดีที่ฉันได้สติว่าเรามาพูดกับแม่เพื่อให้แม่ไม่ต้องไปบ่นเรื่องต่างๆกับพ่อ ให้เขาได้ลองเปลี่ยนตัวเองเพื่อครอบครัว เพื่อบรรยากาศในบ้านที่ดีขึ้น
"โอเคค่ะ หนูก็จะดูตัวเองเหมือนกัน มะม๋าก็ต้องทำเหมือนกันนะคะ ยังไงก็ลองปรับดูหน่อย อยากให้บ้านเป็นที่ๆอยู่แล้วสบายใจ ไม่ใช่กลับมาแล้วมีแต่เรื่องปวดหัว เจอแต่ปัญหา ถ้าอยากบ่นจริงๆก็มาบ่นกับหนูก็ได้" แม้ในใจคิดว่าฉันก็จะไม่ไหวคร่า แต่ทำยังไงได้ ตอนนี้อาการของพ่อสำคัญที่สุด
และก็จบที่แม่ไล่ให้ไปได้แล้ว แม่ไม่อยากฟัง ฉันก็เลยเดินกลับห้องเลย เพราะเกรงว่าอาจจะไม่สามารถใจเย็นได้กว่านี้อีกแล้วเหมือนกัน
คำที่แม่ตัดพ้อว่า มีลูกก็เลี้ยงได้แต่ตัว บางทีฉันก็คิดเหมือนกันว่าแล้วแม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้รึเปล่า มีใครที่เราสามารถบังคับให้เป็นไปตามที่เราพอใจได้หรือเปล่า ลูกก็คงเหมือนกัน ที่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน เป็นใคร ก็คงไม่มีใครอยากโดนบังคับ
แต่สิ่งที่เราเปลี่ยนได้ง่ายที่สุด คงเป็นตัวเราเอง อยากขอให้ตั้งสติ ตั้งคำถามว่าสิ่งที่ตัวเองทำ หรือเป็นอยู่ ดีแล้วจริงๆใช่มั้ย ถ้าลดทิฐิ ความอคติลง ตัวเองสามารถเปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่ดีกว่านี้ได้แค่ไหน
ฉันเองก็ไม่รู้ว่าการเปิดใจคุยกับแม่ไป ผลที่ออกมาจะเป็นยังไง ในใจลูกคนนี้ก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันเพราะไม่ชอบทะเลาะกับใคร แต่ขอให้รู้ว่าลูกหวังดีกับแม่เสมอเช่นกัน สิ่งที่พูดและบอกไปก็หวังแค่แม่จะเปลี่ยนและทำเพื่อตัวเอง ทำให้ตัวเองมีความสุขกับสิ่งที่มี ชีวิตที่ยังสุขสบาย มีบ้าน มีข้าว มีเงินพอใช้ แม้จะไม่ร่ำรวยมากมาย แต่ก็ไม่ลำบาก
ชีวิตนี้น้อยนัก แต่มีความสำคัญนัก หวังว่าแม่จะเลือกหนทางที่เย็น สบาย สงบ ให้กับตัวเอง ทำให้ชีวิตตัวเองไม่ร้อนรุ่มเหมือนทุกวันนี้
เพื่อนๆนักอ่านละคะ คิดว่าพ่อแม่ เราสามารถเปลี่ยนความคิดเขาได้หรือไม่ ถ้าพ่อแม่เป็นคนที่ดื้อมากๆขนาดนี้ หรือมีวิธีการอื่นๆที่ดีอยากเสนอหรือช่วยแนะนำเข้ามาได้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอขอบคุณรูปภาพโดย pikisuperstar จาก
https://www.freepik.com/free-vector/flat-korean-parents-day-illustration_40485096.htm#fromView=search&page=1&position=25&uuid=586f86c5-1e8e-4688-9e6a-490e4e13b1df
พัฒนาตัวเอง
เรื่องสั้น
ครอบครัว
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย