30 ม.ค. 2025 เวลา 12:00 • ประวัติศาสตร์
Rimping Supermarket NimCity Branch

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “Marshmallow ” (มาร์ชแมลโล) ขนมนุ่มหนึบที่พัฒนามาจากยุคอียิปต์โบราณ

แม้หน้าตาจะดูมีความทันสมัย แต่หลายคนรู้หรือไม่ว่ามาร์ชแมลโลเป็นขนมหวานที่มีรากฐานมาตั้งแต่สมัยอียิปโบราณเมื่อ 2,000 ปีก่อน กล่าวกันว่าชาวอียิปต์โบราณนำสารสกัดจากรากของต้นมาร์ชแมลโล (Althaea Officinalis) ที่เป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองของแอฟริกามาผสมกับถั่วและน้ำผึ้ง ทำเป็นยาบรรเทาอาการเจ็บคอและรักษาโรคต่าง ๆ
.
ในกรุงโรมโบราณมาร์ชแมลโลได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มชนชั้นสูงช โดย Pliny the Elder นักปรัชญาชาวโรมัน และนักธรรมชาติวิทยาได้บันทึกคุณสมบัติทางยาของต้นมาร์ชแมลโลเอาไว้ในงานเขียนของเขา ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าต้นมาร์ชแมลโลเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากในสมัยนั้น
.
ในช่วงยุคกลางพ่อค้าชาวอาหรับได้นำสารสกัดจากรากต้นมาร์ชแมลโลว์ไปยังยุโรป และแนะนำให้ชาวเมืองได้รู้จัก โดยเภสัชกรชาวยุโรปเริ่มนำรากของมาร์ชแมลโลว์มาใช้ในการปรุงยา ซึ่งได้รับความนิยมในการรักษาโรคทางเดินอาหาร และโรคระบบทางเดินหายใจ
.
อย่างไรก็ตามมาร์ชแมลโลว์ที่เรารู้จักในปัจจุบันได้รับการพัฒนาขึ้นมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยนักทำขนมชาวฝรั่งเศส เนื่องจากต้นมาร์ชแมลโลว์หายากมากขึ้น เขาจึงพัฒนามาร์ชแมลโลว์รูปแบบใหม่ขึ้นมาโดยใช้เจลาติน ไข่ขาว น้ำ และน้ำตาล ทำเป็นขนมที่มีเนื้อนุ่มฟู ซึ่งเทคนิคนี้ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เปลี่ยนมาร์ชเมลโลว์จากยารักษาโรคให้กลายเป็นขนมหวานที่น่ารับประทาน
.
ต่อมาในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 มาร์ชแมลโลว์ในรูปแบบขนมหวานก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักในประเทศสหรัฐอเมริกา และในช่วงนี้เองการผลิตมาร์ชแมลโลก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อบริษัท Doumak ได้ปฏิวัติกระบวนการผลิตมาร์ชเมลโลว์ โดยคิดค้นกระบวนการ Extrusion กล่าวก็คือมาร์ชแมลโลว์จะถูกบีบอัดผ่านแม่พิมพ์ให้เป็นแท่งยาว จากนั้นก็ถูกตัดให้เป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วบรรจุลงถุงจำหน่าย
.
การปฏิวัติในครั้งนี้ช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้เป็นอย่างมาก ทำให้มาร์ชแมลโลมีราคาไม่แพง และสามารถเข้าถึงได้สำหรับผู้บริโภคทั่วไป ด้วยเหตุนี้ความนิยมจึงพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา ว่ากันว่าชาวอเมริกันรับประทานมาร์ชแมลโลว์ถึงปีละ 90 ล้านปอนด์ หรือ 40,823,000 ล้านกิโลกรัมกันเลยทีเดียว
.
ในช่วงศตวรรษที่ 20 มาร์ชแมลโลว์ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ซึ่งแพร่กระจายไปทั่วโลก โดยแต่ละประเทศก็จะมีวิธีการทานที่แตกต่างกัน แต่ที่นิยมมากที่สุดก็คือการนำมาย่างไฟ แล้วรับประทานพร้อมกับแคร็กเกอร์ หรือบิสกิต และช็อกโกแลต เรียกว่า S’more เป็นกิจกรรมที่นิยมมากในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในค่ายเนตรนารี (Girl Scout) ในปี 1927
.
นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้วมาร์ชแมลโลว์ยังกลายเป็นส่วนผสมของขนมหวานและเครื่องดื่มหลากหลายชนิด เช่น นำไปใส่ในนมร้อน โกโก้ร้อน ผสมในซีเรียล ทำเป็นมาร์ชแมลโลว์แช่แข็ง นำไปตกแต่งหน้าเค้ก ไอศกรีม หรือขนมหวานอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันก็มีรูปร่าง ขนาด และรสชาติที่หลากหลาย ตั้งแต่สีขาวคลาสสิกไปจนถึงสีสันที่สดใส เพื่อตอบสนองรสนิยมและความชอบที่แตกต่างกัน
โฆษณา