20 ก.ย. 2024 เวลา 04:43 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
วัดนาป่าพง

จุดเริ่มต้นในการภาวนาชั้นเลิศ คือ หาทางออกจากกาม,พยาบาท,เบียดเบียน

[ฉบับหลวง ๑๔/๕๘๔] ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นผู้มี
ปรกติเบียดเบียน(ทําให้เดือดร้อน) สัตว์(สตฺตานํหมายถึง เทวดา มนุษย์ เปรต สัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรก)
ด้วยฝ่ามือ หรือก้อนดิน หรือท่อนไม้หรือศาตรา(อาวุธ) เขาตายไป จะเข้าถึงอบาย(ที่ปราศจาก
ความเจริญ) ทุคติ(ที่ๆถือว่าไปเกิดแล้วมีความทุกข์) วินิบาต(การทําลาย การฆ่า) นรก เพราะกรรมนั้น
#กาม #พยาบาท #เบียดเบียน
อันเขาให้พรั่งพร้อม สมาทาน(รับเอา ถือเอาเป็ นข้อปฏิบัติ)ไว้อย่างนี้หากตายไป ไม่เข้าถึงอบาย
ทุคติวินิบาต นรก ถ้ามาเป็นมนุษย์เกิด ณ ที่ใดๆ ในภายหลัง จะเป็นคน มีโรคมาก(พหฺวาพาโธ
โหติ) ดูกรมาณพ ปฏิปทา(ทางดําเนิน) เป็นไปเพื่อมีโรคมากนี้คือ เป็นผู้มีปรกตเิบียดเบียนสัตว์
ด้วยฝ่ามือ หรือ ก้อนดิน หรือท่อนไม้หรือศาตรา ฯ
[ฉบับหลวง ๑๔/๕๘๕] ดูกรมาณพ บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตาม บุรุษก็ตาม เป็นผู้มีปรกติไม่เบียดเบียนสัตว์(สตฺตานํ อวิเห กชาติโก, อวิเห ก หรือ อวิเหสก
แปลว่า ไม่เบียดเบียน ไม่ทําอันตราย ไม่รบกวน) ด้วยฝ่ามือ หรือก้อนดิน หรือ
ท่อนไม้หรือศาตรา(สตฺเถน สตฺถ แปลว่า ศัสตรา อาวุธ) เขาตายไป จะเข้าถึง สุคติ(ที่ ๆถือว่าไปเกิดแล้วมีความสุขความสบาย)
โลกสวรรค์เพราะกรรมนั้น อันเขาให้พรั่งพร้อมสมาทาน(รับเอา ถือเอาเป็นข้อปฏิบัติ) ไว้อย่างนี้หากตายไป ไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ถ้ามาเป็นมนุษย์เกิด ณ ที่ใดๆ ใน
ภายหลัง จะเป็นคนมีโรคน้อย(อปฺปาพาโธ โหติ) ดูกรมาณพ ปฏิปทา(ทางดําเนิน) เป็นไปเพื่อมีโรคน้อยนี้(อปฺปาพาธสํวตฺตนิกา เอสา มาณว ปฏิปทา) คือ เป็นผู้มีปรกตไิม่เบียดเบียนสัตว์ด้วยฝ่ามือ หรือก้อนดิน หรือท่อนไม้หรือศาตรา ฯ
ค าสอนของพระพุทธเจ้าข้างต้นทั ้ง ๒ พระสูตร คัดลอกมาจากพระไตรปิ ฎกฉบับหลวง(ภาษาไทย)
เล่มที่ ๑๔ ข้อที่ ๕๘๔ และ ๕๘๕ สรุปได้ใจความว่า ผู้ที่เบียดเบียน รบกวน หรือ ทําอันตราย มนุษย์ เทวดา
สัตว์โลก สัตว์นรก หรือเปรต ด้วยมือ ด้วยก้อนดิน ท่อนไม้ หรืออาวุธอยู่เป็นประจํา ตายไปจะเกิดเป็นสัตว์
เดรัจฉาน เปรตหรือสัตว์นรก เพราะกรรมที่เจตนาทําเอาไว้อย่างนี้ แต่ถ้าตายไปไม่เกิดดังกล่าว ได้เกิดเป็น
มนุษย์จะเป็นคนมีโรคมาก
ส่วนผู้ที่ไม่เบียดเบียน ไม่รบกวน หรือ ไม่ทําอันตราย มนุษย์ เทวดา สัตว์โลก สัตว์นรก และ เปรต
ด้วยมือ ก้อนดิน ท่อนไม้ หรืออาวุธอยู่เป็นประจ า ตายไปจะเกิดเป็นเทวดาในสวรรค์เพราะกรรมที่เจตนา
ทําเอาไว้อย่างนี ้แต่ถ้าตายไปไม่เกิดเป็นเทวดา ได้เกิดเป็นมนุษย์จะเป็นคนมีโรคน้อย ดังนั้น ทางปฏิบัติเพื่อ
ความมีโรคน้อย คือ เป็ นผู้ที่ปกติ ไม่เบียดเบียนฯ สัตว์ฯ ด้วยมือ ก้อนดิน ท่อนไม้หรืออาวุธ
พุทธศาสนา หรือ คําสอนของพุทธ ที่น่าเชื่อถือที่สุดและรวบรวมไว้มากที่สุดในเมืองไทย ได้มาจาก
พระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ(ภาษาบาลี) ซึ่งได้รับการแปล(พยัญชนะปฏิรูป)เป็นภาษาไทย ให้คนไทยอ่าน
เข้าใจกันได้ เช่น ฉบับหลวง ฉบับมหามกุฏฯ ฉบับมหาจุฬาฯ ยังไม่ถึง ๖๐ ปี คนไทยส่วนใหญ่จึงยังไม่ได้
รับรู้ความสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรงจากพระไตรปิฏก ไม่รู้ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร รู้แต่ว่า พระอาจารย์
โน้น พระอาจารย์นี้สอนอะไร ซึ่งอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับคําพูดของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกก็ได้
พระพุทธเจ้าสอน ทางปฏิบัติเพื่อความมีโรคน้อย คือ การไม่เบียดเบียนสัตว์ฯ
การเบียดเบียนสัตว์ฯ ด้วยฝ่ามือ ก้อนดิน ท่อนไม้หรืออาวุธเป็นประจําเป็นเหตุปัจจัยให้เป็นผู้มีโรคมาก ผลวิจัยศึกษาชายหญิงชาวอเมริกัน เจ็ดพันกว่าคน ในการศึกษาระยะยาว (National Longitudinal Study of Adolescent Health, WAVE 3 and WAVE 4)
พบว่าสามีที่ตบตีภรรยา ผู้ชายที่ทําร้ายร่างกายลูกเมียเป็นประจํา(Male perpetration of
Intimate domestic violence) หรือนักกีฬาอาชีพที่เล่นกีฬาแบบปะทะร่างกายกัน เช่น ชกมวย อเมริกันฟุตบอล มวยปล้ำ คาราเต้ เทควันโด้ ยูโด จะเจ็บป่วยเป็นโรคมากกว่าคนที่ไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งตรงตามคําพระศาสดาอย่างไม่ต้องสงสัย
มีหลักฐานทางวิชาการอีกมากมายที่สนับสนุน การเบียดเบียนผู้อื่นด้วยฝ่ามือฯ เพิ่มโอกาสเกิดโรค โดยเฉพาะโรคทางด้านจิตใจและสมอง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผู้ที่เบียนเบียนผู้อื่นเป็นประจําก็มีโอกาสที่จะถูกผู้อื่นเบียดเบียน เหมือนกัน ดังเช่น สามีที่ทําร้ายร่างกายภรรยาหรือลูก ก็มีโอกาสถูกทําร้าย
ร้างกายโต้ตอบ หรือ นักกีฬาประเภทปะทะเป็นประจํา การเบียดเบียนผู้อื่นเท่าไร ก็กลับมาเบียนเบียนตัวเองเท่านั้น เพิ่มโอกาสเกิดโรคสมองทั้งเฉียบพลันและสมองเสื่อมเรื้อรัง
คําสอนของพุทธ หรือ พุทธศาสนา จึงเป็น “อกาลิโก” คือ เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ไม่จํากัดเวลา อดีต ปัจจุบัน อนาคต เป็นความจริงแท้ เป็นประโยชน์ เกื้อกูลตลอดไป
(บทความนี้คุณสมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์
พ.บ.สาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เรียบเรียงอธิบายเพิ่มเติมมาจากหนังสือ “พุทธภาษิต ทางปฏิบัติเพื่อความมีโรคน้อย” หน้า ๑๐ ถึง
๑๓ สําหรับผู้สนใจ หาซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ในราคาเล่มละ ๕๐ บาท)
โฆษณา