26 ก.ย. 2024 เวลา 16:46 • ความคิดเห็น
เรื่องราวอดีต ..จิตของคนเรามันชอบ ชอบไปยึดทุกข์ อดีตนั้นมันเป็นอารมณ์ ที่เรานึกคิดเมื่อไหร่ มาก็มา ..เราถามตัวเราเองดูว่า ..เรื่องที่ผ่านมา เรานึกขึ้นมา จิตเรามีสุขหรือทุกข์ ถามจิตตัวเอง..หากว่า ..เราปลดเปลื้องอารมณ์อดีตนั่นได้ จ้ตเราจะมีความสุขมั้ย หากเราปลดเปลื้องมันไม่ได้ ..มันจะเป็นอย่างไร ทุกข์หรือสุข ที่จะเกิดขึ้น
..แต่เราคงไม่สามารถไปบอกว่า ให้อภัย ให้อโหสิกรรมกันไป..เราบอกไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของจิต การกระทำทุกอย่าง อารมณ์นึกคิด เสียงไอ เสียงจาม นึกคิดอะไร ธาตุทั้งสี่ที่ประกอบกาย เค้าจดบันทึกให้ตลอด ดีชั่วเค้าบันทึกให้ ..
เราก็พิจารณาดู ชีวิตนี้มันไม่ยาวนาน เราจดจำเรื่องราวเหล่านี้ มันจดจำไปทั้งชีวิต ชีวิตเราจะมีสุขได้มั้ย ที่ยึดถืออารมณ์อดีตที่ปลดเปลื้องมันออกไปไม่ได้ เมื่อปลดมันออกไม่ได้ ..อารมณ์อดีตนั้นก็เผาเราไปทั้งชีวิต แล้วเราไปแบกอารมณ์นั้นทำไม ยึดอารมณ์นั้นทำไม. ค่อยทบทวนน่ะ เรื่องอารมณ์ที่ไม่มีตัวตน มันเกิดขึ้นที่กายเราเอง เผาตัวเราเอง เราจะดับอารมณ์นั้น เราก็ต้องดับที่ตัวเรา ใครเค้าดับให้ไม่ได้เสียด้วย
เรื่องราวต่างๆ ที่เป็นอดีต นั้นมันเป็นอารมณ์กรรม ที่ไหลออกมาจากจิตใต้สำนึก ..หากว่าเราตั้งใจ จะแก้ไข ที่มันเก็บสะสมอยู่ในกาย ในธาตุทั้งสี่ มันเป็นกายที่มีกรรม พอมันผุดขึ้นมา จิจเรามันก็ไปยึดเรื่องเก่า อดีตเก่าๆ เราก็ทำกายเราให้มีบุญ เอากายนี้ไปสร้างบุญกุศล ทำยุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศกุศลนี้ไป ฝากไปกัยพระแม่พระธรณี ดินฟ้าอากาศ ถึงแม้ว่า
เค้ายังมีชีวิตอยู่ กายเค้าก็มีธาตุสี่ เราก็มีธาตุสี่ กรวดน้ำอุทิศฝากดินผากลมไป ทำไปเรื่อยๆ กายเราก็มีกายที่เป็นบุญ จิตที่อาศัยกายบุญ มีบุญดุสิตหล่อเลี้ยงกาย กายก็มีบุญ จิตเราก็อยู่ในกายบุญ จิตก็จะมีความสุข อารมณ์อดีตที่คล้องเวรกรรมา ก็ค่อยๆละลายออก ทำไปเรื่อยๆ
โฆษณา