14 เม.ย. 2025 เวลา 00:30 • ปรัชญา

ระบบการทำงานของ ขันธ์ 5 ในหนึ่งชีวิต

"ประสนธิชีวิตถือกำเนิด
ขันธ์​5 เกิด เวทนา รูป สังขาร
ผัสสะกับ สัญญา และ วิญญาณ​
วัฏฏะสารเวียนว่ายในโลกา
เริ่มตั้งแต่ วิญญาณ​ การรับรู้
ผัสสะสู่ สัญญา ไป สังขาร
เกิดปรุงแต่งสุขทุกข์ในวิญญาณ
วัฏฏะสารเวียนว่ายไม่สิ้นเอย..."
ในหนึ่งชีวิตของมนุษย์เรา มีส่วนประกอบตามหลักคำสอนของ พระพุทธเจ้า​ อยู่5ส่วนด้วยกัน ซึ่งแบ่งเป็นรูป 1 นาม 4 เรียกว่า รูปนาม อันได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
วันนี้ผมจะมาให้ความรู้เล็กๆน้อยๆ เพื่อประดับบารมีของท่านและเป็น
พื้นฐานในการเสริมสร้าง "สติปัญญา" ให้ดียิ่งขึ้นไป ส่วนท่านใดอาจจะมีความรู้อยู่แล้วก็สามารถแลกเปลี่ยนโดยการแสดงความคิดเห็นกันได้น่ะครับ จะเป็นความยินดีมากที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์​กับท่าน เอาหล่ะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาทำความรู้จักกับชีวิตตนเองและความหมายของแต่ละชื่อ
กันเลยครับ
1 รูป คือ ร่างกายของเรานี่แหละครับที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จับต้องได้ สัมผัสได้ เป็นกลุ่มก้อนพลังงานทางกายภาพ
2 เวทนา คือ ความรู้สึกสุข ความรู้สึกทุกข์ ความรู้สึกไม่สุขไม่ทุกข์
หรือ รู้สึกเฉยๆ เรียกรวมๆกันว่า อารมณ์
3 สัญญา คือ ความจำ ความจำได้หมายรู้ เช่น อันนี้เรียกว่าสีแดง อันนี้เรียกว่าสีเขียว นี่เรียกว่าปากกา นี่คือพ่อเรา นี่คือแม่เรา เป็นต้น ฯลฯ
4 สังขาร คือ ความคิดปรุงแต่ง ปรุงแต่งความจำ ปรุงแต่งอารมณ์
5 วิญญาณ คือ การรับรู้ทั้งภายนอกภายใน อันได้แก่ ตามองเห็นรูป
หูได้ยินเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นชิมรสชาติ ร่างกายสัมผัส ใจรับรู้ธรรมารมณ์ หรือ (อารมณ์) เรียกรวมว่า อายตนะทั้ง6
นี่คือระบบการทำงานของชีวิตในหนึ่งชีวิต ฟังดูแล้วเหมือนเป็นวิทยาศาสตร์ ​บ้างกันไหมครับใช่ผมก็คิดอย่างนั้น พุทธศาสนา ไม่ใช่เรื่องงมงายเป็นสากลของโลกเลยก็ว่าได้ อัลเบิร์ตไอน์สไตน์ ที่ยังให้ความสนใจและการยอมรับ เพราะมนุษย์ในทุกๆประเทศก็มีระบบเช่นนี้เหมือนๆกันทุกคน
ลองคิดดูว่า พระพุทธเจ้า​ ท่านทำได้ยังไงถึงได้แยกแยะส่วนประกอบของชีวิตมนุษย์ได้ละเอียดขนาดนี้ เมื่อประมาณ 2500 ปีที่แล้ว เครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ก็ไม่มี คนธรรมดาที่ไหนจะมานั่งสังเกตุตัวเองได้ละเอียดขนาดนี้ว่าไหมครับ
เรามาดูการประสานการทำงานของระบบ ขันธ์5 ในตัวเรากันต่อเลยครับ
เริ่มจาก "รูป" คือร่างกายที่มี "วิญญาณ" คอยรับรู้หรือเชื่อมต่อกับ
อายตนะภายในคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทำการตกกระทบจากอายตนะภายนอกคือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ธรรมารมณ์ สิ่งเหล่านี้หล่ะครับที่เป็นตัวผัสสะเชื่อมต่อกันอยู่ จึงเกิดเป็น "สัญญา" คือความจำได้หมายรู้
ขั้นตอนหลังจากนี้คือ "สังขาร" จะเข้ามาปรุงแต่งสัญญา พอปรุงแต่งสัญญาจึงเกิด "เวทนา" คือความรู้สึกสุข ทุกข์ เฉยๆ เรียกว่าอารมณ์ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา มันรวมๆกันอยู่โดยที่เราไม่ทันได้สังเกตุ มันเกิดดับๆ อยู่ตลอดเวลา
หลายท่านอาจจะส่งสัยว่าแล้วความคิดหล่ะมาจากใหน ความคิดมาจาก
ภาวะสติครับและภาวะสติก็มาจากจิตใจ จิตใจเป็นแหล่งพลังงานการรับรู้ทั้งหมด บางท่านพัฒนาสติของตน จนกลายเป็น "มหาสติ" ได้
สตินี้แหละครับที่จะเอามาพัฒนา ขันธ์5 ให้เป็นไปด้วยความ​บริบูรณ์​ผุดผ่องใส เราก็สามารถพัฒนาชีวิตให้เจริญงอกงามทั้งทางโลกและทางธรรมมีความผาสุขสงบร่มเย็น ด้วย 3 สูตร ที่พระพุทธเจ้า ให้ไว้ก็คือ "ศิล สมาธิ ปัญญา"
"ปัญญายุทธ์" บทความเปลี่ยนชีวิต อ่านวันล่ะนิด จิตใจพัฒนา สร้างMindsetให้กับจิตใจ ยกระดับทางความคิดปลุกสติปัญญา เปลี่ยนความคิดลบมาเป็นพลังบวก ความสุขที่หาได้จากภายใน สร้างทัศนคติการมองโลกที่ถูกต้องฉบับคุณเอง
กดติดตามเพื่อที่จะไม่พลาดบทความใหม่ๆครับวันนี้ขอลาเจอกันใหม่บทความหน้าสวัสดีครับ
โฆษณา