27 เม.ย. เวลา 08:55 • ไลฟ์สไตล์
จะตัวเองกี่ด้านก็ตาม มันก็คือการปรุงแต่งของจิตใจทั้งสิ้นครับ
ความจริงของสองสิ่งที่กล่าวมา มันแสดงเรื่องกฎไตรลักษณ์ของจิตใจอย่างชัดเจนครับ
1
จิตในขณะที่คุณคิดว่ามันคือด้านอีโก้ มันทำให้คุณรู้สึกอยากทำ มันเกิดขึ้นมาซักหน่อยมันก็ดับไป แล้วก็เกิดจิตที่คุณคิดว่ามันคือชาโดว์ มันทำให้คุณรู้สึกว่าไม่อยากจะทำไม่มั่นใจแล้ว
มันคือ อนิจจัง คือมันไม่จีรังหรือไม่เที่ยง นั่นแหละครับ เพราะถ้าจิตมันเที่ยง มันจะต้องปรุงแต่งว่าอยากทำ/ไม่อยากทำไปตลอด
แถมถ้าคุณคิดว่า จิตที่ปรุงแต่งด้านอีโก้ เป็นด้านบวก คุณย่อมอยากให้มันปรุงแต่งในด้านอีโก้ไปตลอด จะได้ไม่คิดหน้าคิดหลังคิดวนเวียน ย้ำคิดย้ำทำ เป็นอีโก้บ้างชาโดว์บ้าง
มันคืออนัตตา คือการปรุงแต่งของจิตนี้ มันบังคับควบคุมไม่ได้ครับ
เมื่อมันคือการปรุงแต่งของจิตทั้งสิ้น จะอีโก้หรือชาโดว์ สุดท้ายก็เป็นคุณที่ปรุงแต่งชื่อของมัน ไปกำหนดว่าเป็นฝ่ายดีฝ่ายไม่ดี และเลือกในฝั่งที่คิดว่ามันเป็นฝ่ายดี คืออีโก้
อีโก้ หรือจะเรียกได้ว่า อัตตา คือความมีตัวตน การดำรงคงอยู่ การยึดมั่นถือมั่นอยู่ในตัวเราของเรานั่นแหละครับ
ถ้าจะแนะนำคือ เมื่อคุณเลือกที่จะทำอะไรแล้ว ผ่านการคิดวิเคราะห์ด้วยสติและปัญญามาอย่างดีแล้ว ก็มุ่งมั่นอยู่กับมันได้เลยครับ หากมีแว๊บนึงที่มันคิดต้านคิดมา ก็อย่าให้มันมีอิทธิพลกับเรามาก ทำในสิ่งที่เราคิดว่าดีและใช่ให้เต็มที่ แล้วก็คอยดูว่าผลของมันจะเป็นอย่างไร โดยอย่าไปหวังผลเลิศจนเกินไป เพราะหากมันไม่ได้อย่างที่หวัง(เลิศ) จะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์มากครับ
โฆษณา