2 มิ.ย. 2025 เวลา 08:43 • ประวัติศาสตร์

Umeboshi บ๊วยเค็มกับวัฒนธรรมป๊อปสไตล์ญี่ปุ่น

“กินบ๊วยเค็มแล้วปากจู๋ แปลงร่างเป็นซุปเปอร์แมน” เสียงพากย์สำเนียงเหน่อสุพรรณชวนตลกของน้าไกรดังมาจากหน้าจอโทรทัศน์ เผยให้เห็นภาพของ “ซุปปะแมน” หนึ่งในตัวละครจากดอกเตอร์สลัมกับหนูน้อยอาราเล่ กำลังแปลงร่างแล้วเอาตัวไถสเก็ตบอร์ดดังหนึ่งว่ากำลังบินทะยานออกไปพิทักษ์โลกและต่อสู้กับเหล่าร้าย ตัวละครสุดตลกพร้อมกับวลีสุดปั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากซุปเปอร์แมนนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ติดอยู่กับความทรงจำของผู้เขียนมาตั้งแต่สมัยยังเด็กที่ตื่นแต่เช้าวันเสาร์มาเปิดทีวีดูรายการโมเดอร์นไนน์การ์ตูนอยู่เลย
บ๊วยเค็มที่ซุปปะแมนกินนั้นนับว่าเป็นอะไรที่สร้างภาพจำสำหรับผู้เขียนอยู่พอสมควร และก็ชวนให้หวนมาคิดว่าเจ้าบ๊วยเค็มที่ซุปปะแมนกินนั้นมันเป็นอะไรแบบไหนกันแน่ โดยบ๊วยเค็มญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า อุเมะโบชินั้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานคู่ญี่ปุ่นมานับพันปีเลยทีเดียว
แน่นอนว่าชาวญี่ปุ่นรู้จัก บ๊วย มาจากจีน โดยบ๊วยได้เดินทางจากจีนข้ามมายังญี่ปุ่นราวช่วงศตวรรษที่ 8 ไล่เลี่ยกันกับช่วงที่ญี่ปุ่นเริ่มกินอาหารประเภทเส้น โดยเดิมทีบ๊วยถูกนำเข้ามาในฐานะของยาแผนโบราณ ก่อนที่จะมีการประดิษฐ์ปรับปรุง กลายมาเป็นบ๊วยเค็มราวในยุตเฮอัน ราวปลายศตวรรษที่ 8 นั่นเอง โดยวิธีการทำบ๊วยเค็มแบบดั้งเดิมนั้นจะเป็นการเอาบ๊วยที่เพิ่งเก็บมาไปหมักดองไว้กับเกลือ
ซึ่งเป็นขั้นตอนเดียวกันกับการทำเหล้าบ๊วยหรืออุเมะซู โดยส่วนน้ำที่ได้มาจากการหมักจะเป็นเหล้าบ๊วย ส่วนตัวบ๊วยที่เอาไปหมักจะกลายมาเป็นอุเมะโบชินี่เอง
สำหรับหนึ่งในความทรงจำของคนไทยหลายคนที่ได้รู้จักกับบ๊วยเค็มญี่ปุ่นนี้ก็คงจะเป็นเรื่องด็อกเตอร์สลัมกับหนูน้อยอาราเล่และตัวละครซุปปะแมนนี่แหละ จากตัวละครล้อเลียนซุปเปอร์แมนของทางฝั่งตะวันตก ได้กลายมาเป็นตัวละครในความทรงจำวัยเด็กที่พาให้บ๊วยเค็มได้ไปเป็นที่รู้จักในระดับสากลอีกทางหนึ่ง
การเดินทางจากจีนสู่ญี่ปุ่นของบ๊วยได้นำมาสู่การสร้างสรรค์อุเมะโบชิ ที่ซึ่งได้กลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมอาหารการกินในญี่ปุ่นที่ถูกเผยแพร่ออกสู่ผู้คนภายนอกให้เป็นที่รู้จักและรับรู้ถึงการมีอยู่ของอาหารชนิดนี้มากขึ้น
#จานโปรด #ญี่ปุ่น #บ๊วยเค็ม #BBL #BangkokBank #ธนาคารกรุงเทพ
โฆษณา