Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
“วันละเรื่องสองเรื่อง”
•
ติดตาม
3 มิ.ย. 2025 เวลา 14:47 • ธุรกิจ
🤯 'งานล้นมือ' ทั้งที่ทีมก็เก่ง?
ถอดรหัส 'ผู้นำทำทุกอย่าง' สู่ 'ศิลปะการใช้คนให้เป็น' (แล้วงานจะเบาลงทันตาเห็น!) 🧠💼✨
คุณเป็น "ฮีโร่ผู้แบกโลก" หรือ "วาทยกรผู้สร้างเสียงประสาน"?
เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมผู้นำบางคนถึงดู "งานยุ่งหัวฟู" 🤯 ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่มีทีมงานเก่งๆ รายล้อม? พวกเขาอาจจะตอบอีเมลยันเที่ยงคืน, แก้สไลด์ทุกจุด, หรือลงไปจ้ำจี้ทุก task จนทีมไม่กล้าขยับ — ส่วนทีมงานเองก็ค่อยๆ เงียบลง หมดไฟ ไม่กล้าเสนออะไรใหม่ 🔥➡️🧊
ถ้าภาพนี้คุ้นๆ…อาจไม่ใช่เพราะงานเยอะ แต่เป็นเพราะ “ใช้คนไม่เป็น” โดยเฉพาะเมื่อไม่รู้ว่าจะ “ปล่อยเมื่อไหร่?” หรือ “ควบคุมอะไรไว้แค่ไหน?”
วันนี้เราจะมาเจาะลึกแนวคิดใหม่ที่จะช่วยให้คุณ “ทำงานน้อยลง แต่ได้มากขึ้น” ด้วยการเปลี่ยนจาก “ฮีโร่ผู้แบกทุกอย่าง” ➡️ “วาทยกรผู้นำทีมอย่างทรงพลัง”
====
🚨 คุณกำลังเป็น "คอขวด" โดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า?
เช็กตัวเองดู คุณมี 5 อาการ เหล่านี้?
* ต้อง “ขอคิดดูก่อน” ทุกเรื่อง งานเดินไม่ได้ถ้าคุณไม่อยู่
* ชอบลงไปแก้ทุกรายละเอียด เพราะ “ยังไม่ตรงใจ”
* บอกทีมว่า “ทำแบบนี้สิ” แทนที่จะบอกเป้าหมาย
* ทีมเริ่มเงียบ ไม่มีความเห็นใหม่ ไม่มีพลัง
* คุณเหนื่อยเกินเบอร์ ทั้งๆ ที่มีคนเก่งอยู่ข้างตัว
“คุณกำลังสร้างผลงานผ่านทีม หรือกำลัง ‘สร้างความอึดอัด’ ที่ทำให้ทีมไม่กล้าคิด?” 🤔
อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนถึงการเป็น “คอขวด” ขององค์กรโดยไม่รู้ตัว และบ่อยครั้ง ผู้นำที่ตกอยู่ในกับดักนี้มักเป็นคนที่ “หวังดี” และ “ตั้งใจเต็มที่” ที่จะให้ผลงานออกมาดี แต่ลืมไปว่า “การควบคุมมากเกินไป” ก็เท่ากับ “การจำกัดความสามารถ” ของทีมอย่างเงียบๆ
====
🧠 ก่อนจะปล่อย ต้องรู้ว่าเราต้องการ "มือ" หรือ "สมอง"?
ผู้นำที่ดีต้องเริ่มจากการนิยามให้ชัดเจนว่า "เราต้องการคนมาทำอะไร?"
* ต้องการ “มือ” (Hands): หมายถึงคนที่เข้ามาเพื่อ “ทำตามแผน” ที่มีอยู่แล้ว – สิ่งที่คุณต้องการจากเขาคือความแม่นยำ ความเป๊ะ และการลงมืออย่างมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องเสนอไอเดียใหม่ ขอแค่ทำให้ตรง brief
* ต้องการ “สมอง” (Brains): หมายถึงคนที่เข้ามาเพื่อ “คิด ออกแบบ และแก้ปัญหา” ร่วมกับคุณ – ซึ่งสิ่งที่คุณต้องให้นอกจากเป้าหมายแล้ว คือ "พื้นที่" ให้พวกเขาใช้ทักษะ ประสบการณ์ และความกล้าคิดต่างอย่างเต็มที่
💡 หลายองค์กรพลาดตรงนี้ — จ้างคนเก่งระดับหัวกะทิ แต่กลับสั่งละเอียดเหมือนใช้แรงงานรายวัน หรือที่แย่กว่านั้นคือ บางทีผู้นำเองยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำแบบนั้นอยู่ เพียงเพราะเคยชินกับการ “ควบคุมทุกอย่าง”
🎯 อย่าจ้างสมองราคาแพง…แล้วเอามาใช้งานแบบ “มือ” เพราะนอกจากจะไม่คุ้มแล้ว ยังทำลายแรงจูงใจและความมั่นใจของเขาอย่างรุนแรงอีกด้วย
เมื่อไหร่ที่สมองถูกจำกัดให้ทำแค่ตามคำสั่ง นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความเงียบและการลาออกอย่างเงียบงัน (Quiet Quitting)
หากคุณอยากให้ทีม “ช่วยคิด” จริงๆ — ต้องกล้ารับในสิ่งที่เขาคิดด้วย ไม่ใช่แค่ขอความเห็นแล้วสั่งเหมือนเดิม 🎯
ตัวอย่างเช่น การจ้าง Product Designer ที่มากด้วยประสบการณ์มาเข้าทีม แต่กลับไปกำหนดทุก pixel ทุกคำพูดเอง แบบนั้นแทนที่จะได้ output ที่เหนือความคาดหมาย เรากลับได้แค่ “เวอร์ชันที่คุณพอใจ” แต่ไม่น่าประทับใจสำหรับผู้ใช้หรือทีม
====
🎬 ตัวอย่างกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
1. Apple: Steve Jobs & Jony Ive
Steve Jobs จ้าง Jony Ive ไม่ใช่แค่เพราะเขาออกแบบเก่ง แต่เพราะเขา “เชื่อใจ” ในรสนิยมของ Ive และให้ “อิสระ” ในการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง – ตั้งแต่ iMac ไปจนถึง iPhone โดย Jobs ไม่สั่งว่า “ต้องออกแบบยังไง” แต่ถามว่า “มันช่วยผู้ใช้ได้ยังไง?” นี่คือจุดเริ่มต้นของการให้สมองทำงานแท้จริง (อ้างอิง: Walter Isaacson’s biography of Steve Jobs)
2. Netflix: Freedom & Responsibility Culture
Netflix สร้างวัฒนธรรมที่เชื่อว่า “คนเก่งไม่ต้องรออนุมัติ” พวกเขาปล่อยให้ทีมตัดสินใจเองเกือบทุกระดับ เพราะเชื่อว่า “ถ้าคุณจ้างคนเก่งแล้ว คุณต้องเชื่อว่าเขาจะตัดสินใจได้ดี” ผลลัพธ์? Content อย่าง Stranger Things, Narcos, และ The Crown ล้วนเกิดจากทีมงานที่ได้รับอำนาจตัดสินใจแบบเต็มรูปแบบ (อ้างอิง: Netflix Culture Deck)
====
🎻 จาก Hero Model ➡️ Orchestra Model?
เปลี่ยนจาก "ผู้นำที่เล่นทุกโน้ต" ➡️ เป็น "วาทยกรที่สร้างเสียงประสาน"
H – Hero Syndrome
* ผู้นำทำทุกอย่าง, เหนื่อยเอง, ตัดสินเอง, ไม่ไว้ใจใคร
O – Orchestrator Mindset
* เลือกคนให้ถูกบท, ชัดในเป้าหมาย, เคารพวิธีการของทีม
R – Reflect & Realign
* ตั้งเป้าให้ชัด แต่ยืดหยุ่นในเส้นทางที่ทีมเลือกเดิน
A – Amplify & Appreciate
* ขยายเสียงดีๆ ที่ทีมเสนอ และยกย่องความคิดสร้างสรรค์ที่กล้าแตกต่าง
Orchestra Model ไม่ได้หมายความว่าผู้นำจะ “ไม่ต้องทำอะไรเลย” แต่หมายถึงการ “ตั้งเวที” ที่เหมาะสมให้คนเก่งได้เล่นบทบาทของตัวเองอย่างเต็มที่ และผู้นำเองต้องมี “ทักษะในการฟังและจูนให้เสียงทั้งหมดกลมกลืน” มากกว่าจะพยายามเป่าทุกเครื่องดนตรีด้วยตัวเอง
====
🔐 ปลดล็อกพลังทีมด้วย “T.R.U.S.T.” Framework
T – Target the Right Talent & Task
* จ้างสมองต้องให้โจทย์สมอง อย่าจ้างเชฟแล้วสั่งเมนูทุกจาน
R – Relinquish Control (ไม่ใช่ทิ้งความรับผิดชอบ)
* คุณต้องวางมือจาก “วิธีการ” แต่ยังชัดใน “เป้าหมาย”
U – Utilize & Value Their Expertise
* ฟังพวกเขาในสิ่งที่เขารู้ดีกว่าคุณ อย่าคิดแทน
S – Support & Coach, Don’t Micromanage
* เป็นโค้ช ไม่ใช่คนสั่ง เปลี่ยนคำสั่งเป็นคำถาม
T – Treasure Their Voice
* เสียงที่เถียง คือเสียงที่ยังใส่ใจ อย่าทำให้เงียบ
การสร้าง Trust ไม่ใช่เรื่องของ “การเชื่อใจแบบปล่อยปละ” แต่คือ “การเชื่อในศักยภาพของกันและกัน” และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรสนับสนุน เมื่อไหร่ควรแนะนำ และเมื่อไหร่ควรถอยให้เขาเดิน
====
🌱 ผลลัพธ์ของผู้นำที่ "ใช้คนเป็น"
* ได้ทีมที่กล้าคิด กล้าทำ กล้าท้าทายอย่างสร้างสรรค์
* ได้เวลาไปคิดเรื่องใหญ่ ไม่ต้องแก้ typo เอง
* ได้วัฒนธรรมที่ “กล้าเสี่ยง” และ “เรียนรู้จากความผิดพลาด”
* ได้ผู้นำรุ่นต่อไป ที่ไม่ต้องรอคำสั่ง แต่สร้างแนวคิดใหม่ได้เอง
* ได้พลังงานและความสุขกลับคืนมาทั้งผู้นำและทีม
🎯 และคุณจะได้รางวัลที่แท้จริง: “ทีมที่เติบโตโดยไม่ต้องให้คุณอยู่ทุกที่ ทุกเวลา”
====
✨ บทสรุปส่งท้าย
“ผู้นำที่ทำได้ทุกอย่าง ไม่ใช่ผู้นำที่เก่งที่สุด…แต่ผู้นำที่ ‘สร้างคนที่ทำได้ทุกอย่าง’ ต่างหาก ที่องค์กรต้องการ”
เลิกทำตัวเป็น Superhero แล้วเปลี่ยนเป็น “วาทยกร” ที่ช่วยให้ทีมเล่นได้พร้อมเพรียงและไพเราะเถอะครับ 🎼
#วันละเรื่องสองเรื่อง #LeadershipByDesign
#TrustYourTeam
#HeroToOrchestrator #LeadToElevateNotControl
#GrowthThroughEmpowerment
leadership
hr
hrthailand
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย