11 มิ.ย. 2025 เวลา 05:11 • การเมือง

ข้อพิพาทชายแดน: 'เครื่องมืออมตะ' ของตระกูลฮุนเพื่อ สร้างชาตินิยมค้ำบัลลังก์

ข้อพิพาทชายแดน: 'เครื่องมืออมตะ' ของตระกูลฮุนเพื่อ สร้างชาตินิยมค้ำบัลลังก์
การครองอำนาจที่ยาวนานเกือบ 4 ทศวรรษของตระกูลฮุน ได้สร้างปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึก ซึ่งปัจจุบันยังคงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยมี "ข้อพิพาทชายแดน" เป็นประเด็นคลาสสิกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเสมอ
1. ด้านการเมือง: การผูกขาด "เรื่องเล่า" เกี่ยวกับชายแดน
การที่ไร้พรรคฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง ทำให้รัฐบาลกัมพูชาสามารถควบคุมทิศทางและนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนเพียงด้านเดียวได้อย่างสมบูรณ์ รัฐบาลสามารถเลือกที่จะ "ทำให้เรื่องเงียบ" ในช่วงที่ต้องการความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือ "ทำให้เป็นเรื่องใหญ่" ในช่วงที่ต้องการปลุกกระแสชาตินิยม โดยไม่มีกลไกจากรัฐสภามาตรวจสอบหรือถ่วงดุลนโยบายต่างประเทศที่ละเอียดอ่อนนี้
2. ด้านเศรษฐกิจ: ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
ในขณะที่ผู้นำในพนมเปญใช้ข้อพิพาทเป็นเครื่องมือทางการเมือง ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนคือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง การค้าชายแดนหยุดชะงัก, บรรยากาศการลงทุนซบเซา, และความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่เคยมีมายาวนานต้องตึงเครียด พวกเขาถูกใช้เป็น "เบี้ย" ในเกมการเมืองที่ผลประโยชน์ที่แท้จริงไม่ได้ตกอยู่กับพวกเขาเลย
3. ด้านสังคม: การใช้สื่อปลุกปั่นวาทกรรม "เสียดินแดน"
นี่คือกลไกที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน ภายใต้การคุมทิศทางสื่อของสมเด็จฯ ฮุน มานี สื่อกระแสหลักและเครือข่ายโซเชียลมีเดียของกัมพูชาจะนำเสนอประวัติศาสตร์และแผนที่เพียงชุดเดียวที่สนับสนุนการอ้างสิทธิ์ของตนเอง และสร้างภาพให้ไทยเป็น "มหาอำนาจผู้รุกราน" ที่ต้องการฮุบดินแดนบรรพบุรุษของพวกเขา วาทกรรม "ไทยขโมยปราสาทพระวิหาร" หรือการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม. ถูกนำมาผลิตซ้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อปลูกฝังความเกลียดชังและสร้างความชอบธรรมให้แก่ผู้นำ
4. ด้านการต่างประเทศ: การสร้างสมดุลเชิงสัญลักษณ์
ในขณะที่กัมพูชาถูกมองว่าพึ่งพาจีนอย่างหนัก การรักษาข้อพิพาทชายแดนกับไทยให้ "อุ่น" อยู่เสมอ เป็นวิธีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่ากัมพูชายังมี "เอกราช" ในการดำเนินนโยบายของตนเอง และไม่ได้อยู่ใต้อาณัติของจีนในทุกเรื่อง เป็นการสร้างภาพลักษณ์ชาตินิยมเพื่อลดทอนคำวิจารณ์เรื่องการเป็นรัฐบริวารของจีน
5. การสืบทอดอำนาจ: การใช้ชายแดนสร้างภาพ "ผู้นำผู้พิทักษ์"
ข้อพิพาทชายแดนคือ "เครื่องมือ" ที่สมเด็จฯ ฮุน เซน ใช้สร้างบารมีและคะแนนนิยมมาตลอด บัดนี้มรดกชิ้นนี้ได้ถูกส่งต่อมายัง สมเด็จฯ ฮุน มาเน็ต เพื่อใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ "ผู้นำรุ่นใหม่ที่แข็งแกร่ง" ผู้พร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยทุกตารางนิ้ว การแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวในประเด็นชายแดน จึงเป็นวิธีการพิสูจน์ตัวเองและสร้างความชอบธรรมในหมู่ผู้สนับสนุนที่ง่ายและได้ผลที่สุด
บทสรุป:
ปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของหลักเขตหรือแผนที่อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น "สมรภูมิข้อมูลข่าวสารและสงครามวาทกรรม" ที่ถูกควบคุมและนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างเป็นระบบ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายใน, สร้างความชอบธรรมให้กับการสืบทอดอำนาจ, และปลุกกระแสชาตินิยมเพื่อค้ำจุนระบอบการปกครองของตนเองไว้ให้ยาวนานที่สุด
โฆษณา