“ยุคไข้โป้ง” ใครไม่ตายถือว่าโชคดี

หากมีศัพท์เฉพาะที่ชาวบ้านแนวป่าในภาคตะวันออกใช้กันเอง คำว่า “ไข้โป้ง” อาจไม่ได้หมายถึงโรคภัยจากธรรมชาติ แต่มันหมายถึงยุคแห่งการเข่นฆ่า ความรุนแรง และการถูกทำให้ระเหยหายไปจากแผนที่ — ทั้งคน ทั้งช้าง ทั้งป่า
ย้อนไปไม่ไกล ไม่ต้องถึง 100 ปี
เราจะเห็นภาพ “แผนพัฒนาประเทศ” ที่อ้างว่าจะพาคนไทยสู่ความศิวิไลซ์ แต่ดันเขียนด้วยหมึกที่กลั่นมาจากเลือดช้าง เลือดคน และคราบน้ำตาของชาวบ้านที่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้พูด
เมื่อป่ากลายเป็นเงิน คนกลายเป็นอุปสรรค
ทุนนิยมไทยรุ่นเก๋า ไม่ได้เริ่มจากการตั้งบริษัท แต่เริ่มจากการ “มีเส้น”
เส้นสายที่พาไปถึงกรม เส้นสายที่เอาพื้นที่อนุรักษ์มาทำไร่ยูคา เส้นสายที่ลากป่าทั้งผืนออกมาเป็นโฉนด ที่มีตราครุฑแปะรับรองว่า “ปล้นได้ตามระบบ”
และใครที่ไม่ยอมให้ปล้น?
ยิงทิ้ง โดนคดี ไล่ออกนอกระบบ กลายเป็นคนเฝ้าป่าเงียบ ๆ ที่ไม่มีเสียงในเวทีนโยบาย
ไม่ใช่แค่ช้างที่ถูกล่า แต่ “อนาคต” ก็ถูกล่าไปพร้อมกัน
ป่าถูกแปรรูปเป็นพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยว ไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย ไร้เงาของต้นไผ่และพืชอาหารตามธรรมชาติที่ช้างเคยกิน
ช้างที่เคยเดินตามเส้นทางโบราณ กลับต้องเดินฝ่าพื้นที่ที่มีแต่เครื่องพ่นยา ลวดไฟฟ้า และปืนลูกซอง
คนก็ไม่ได้ปลอดภัยไปกว่าเดิม
เด็กในหมู่บ้านต้องหยุดเรียนเพื่อมาเฝ้าไร่
แม่ต้องนอนในกระต๊อบติดป่าพร้อมไฟฉายและใจสั่น ๆ
พ่อเลิกเป็นชาวนา กลายเป็น “นักเฝ้าช้าง” เต็มเวลา โดยไม่มีเงินเดือน
และรัฐไทยก็ยังพูดว่า “เรากำลังพัฒนา”
พูดเหมือนกับว่าการพาคนจนออกจากป่า คือการปลดปล่อย
พูดเหมือนกับว่าช้างออกหากินผิดที่ คือความล้มเหลวของสัตว์ป่า ไม่ใช่นโยบายของคน
ดังนั้นข้อเสนอจากยุคไข้โป้งที่ควรเป็นแค่บทเรียน
1. คืนพื้นที่ชุมชนด้วยโฉนดชุมชนและสิทธิร่วมจัดการป่า — ไม่ใช่การรื้อบ้านแล้วโยนเงินชดเชย
2. กำหนด “แนวกันชนเชิงนิเวศ” ที่รัฐต้องกันไว้ให้ช้าง ไม่ใช่ขายให้ทุน
3. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Truth Commission) เกี่ยวกับผลกระทบจากนโยบายพัฒนาในพื้นที่ช้างป่าตะวันออก — เพื่อเยียวยาคนและป่าอย่างเป็นระบบ
4. เปลี่ยนตำแหน่ง “ผู้เฝ้าช้าง” ให้กลายเป็น “เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระดับหมู่บ้าน” ที่รัฐจ่ายเงิน ไม่ใช่คนต้องเสียโอกาสการทำกินเอง
โลกมันพัฒนาไปถึงไหนแล้ว
แต่คนกับช้างที่นี่ ยังต้องใช้ชีวิตเหมือนอยู่ใน “พื้นที่สีแดง” ตลอดปี
และรัฐยังทำตัวเหมือนกำลังเล่นเกม SimCity — ที่รีเซ็ตหมู่บ้านได้ทุกเมื่อ หากไม่เข้ากับผังพัฒนา
โฆษณา