5 ส.ค. เวลา 14:00 • ข่าวรอบโลก
สหรัฐอเมริกา

พายุได้มาเยือนแล้ว เมื่อคาดีรอฟ(Ramzan Kadyrov)กำลังเร่งส่งต่ออำนาจ ?.

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น รัมซาน คาดีรอฟ ผู้นำสาธารณรัฐเชเชนของรัสเซีย ได้โพสต์วิดีโอขณะออกกำลังกายลงบนโซเชียลมีเดีย
หลังจากเกือบจมน้ำในทะเล
1
คาดีรอฟสามารถกลับมา "ออกกำลังกายเบาๆ ในตอนเช้า คงต้องหลังจากพักไประยะหนึ่ง ผมต้องค่อยๆ กลับมาออกกำลังกายอย่างเต็มที่"
เขายังบอกด้วยว่าโค้ชของเขาอาจเตรียมมุกใหม่ๆในการออกกำลังกายแบบพิเศษไว้ให้เขา
ตามรายงานของสื่อตุรกีหลายสำนัก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่เมืองโบดรัม เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลอีเจียน คาดีรอฟออกจากโรงแรมระดับห้าดาวใกล้ชายหาดเคย์นาร์ และไปว่ายน้ำคนเดียวในทะเลใต้แสงแดด
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เขามีอาการหายใจไม่ออกและควบคุมตัวเองไม่ได้ และเกือบจะจมน้ำ
1
ต่อมาคาดีรอฟถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน และอาการทรงตัวหลังจากได้รับการรักษาฉุกเฉิน
ตอนนี้ เขาไม่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตแล้วนะครับ
ในวันที่เขาจมน้ำ บัญชีโซเชียลมีเดียของคาดีรอฟ ยังคงใช้งานได้อยู่ โดยโพสต์คำอวยพรวันเกิดให้กับประธานาธิบดีมิร์ซิโยเยฟ( Mirziyoyev )ของอุซเบก (ที่ไม่ใช่ HBD ของท่านสมเสร็จวุ้นเส้นในวันนี้นะครับ)
2
และกล่าวถึงการฝึกซ้อมประจำวันของหน่วยรบพิเศษ "Ahmed" กันอยู่เลย
ส่วนในเรื่องเกี่ยวกับข่าวลือเกี่ยวกับอาการป่วย ตามรายงานจากหนังสือพิมพ์แห่งชาติของตุรกีและสื่ออื่นๆ ลงข่าวว่า
Kadyrov ได้ไปว่ายน้ำที่ชายหาดของโรงแรมเมื่อเวลาเที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568
เขาหมดสติกะทันหันและจมลงไปในน้ำ มีอาการหายใจไม่ออกและควบคุมตัวเองไม่ได้
1
พนักงานโรงแรมรีบติดต่อหน่วยยามฝั่งตุรกีและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
Kadyrov ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นบนชายหาด ก่อนที่จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชนในท้องถิ่นด้วยรถพยาบาล
รายงานจากสื่อระบุว่าอาการของเขาคงที่และไม่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
1
วันรุ่งขึ้น สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเมืองบอดรัมได้เผยแพร่ภาพยานพาหนะหลายคันออกจากโรงพยาบาล รวมถึงรถตำรวจและรถพยาบาล โดยมีข้อความว่า
"ขบวนรถพิเศษเพื่อผู้นำเชเชน(Ramzan Kadyrov)"
1
นับตั้งแต่มีข่าวการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล คาดีรอฟก็ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะใดๆ เลย
จนกระทั่งเขาได้โพสต์วิดีโอออกกำลังกายบนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568
ในวิดีโอ คาดีรอฟกำลังปั่นจักรยานออกกำลังกายด้วยความเร็วปานกลาง ขณะพูดคุยกับเทรนเนอร์นอกจอ
เทรนเนอร์เอ่ยคำว่า "พักผ่อน" และ "ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ"
ขณะที่คนอื่นๆ อวยพรให้เขามีสุขภาพแข็งแรง ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นว่าคาดีรอฟ ดูลดน้ำหนักลงอย่างเห็นได้ชัด
คาดีรอฟ วัย 48 ปี เกิดในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2519 ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำเชชเนียเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2550
เป็นเวลากว่า 18 ปี ทำให้เขาเป็นผู้นำที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในภูมิภาค เขาได้รับการเลือกตั้งใหม่อีกครั้งครั้งล่าสุดในเดือนกันยายน 2564
ข้อมูลจากคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางของรัสเซียระบุว่า คาดีรอฟได้รับคะแนนเสียง 99.73% ในภูมิภาค
ทำให้เขาได้ดำรงตำแหน่งสมัยที่ 4 ไปเรียบร้อยโรงเรียนเชชเนีย ซึ่งวาระนี่จะสิ้นสุดในเดือนตุลาคม 2569
นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งสมัยที่ 4 ข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของคาดีรอฟที่ทรุดโทรมลงยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
1
ในช่วงกลางเดือนกันยายน 2566 มีรายงานในเชชเนียว่า
คาดีรอฟอยู่ในอาการโคม่าเนื่องจากไตวายและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกลางคลินิกในมอสโกอย่างเร่งด่วน
จน ดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกประธานาธิบดีรัสเซีย ออกมาตอบโต้ข่าวที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยอ้างว่าเขาไม่ได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องใดๆ
ต่อมาคาดีรอฟได้เผยแพร่วิดีโอเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าเขา "มีสุขภาพแข็งแรงดี"
แต่ไม่วายที่ปลายเดือนเมษายน 2567 จะตีพิมพ์รายงานข่าวเกี่ยวกับอาการป่วยของคาดีรอฟอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีรัสเซีย Vladimir Putin ได้พบกับ Kadyrov ผู้นำสาธารณรัฐเชเชน ณ พระราชวังเครมลิน
นี่อาจทำให้ทีมงานของเขาต้องพิจารณาหาผู้สืบทอดตำแหน่งในวาระที่จะถึงนี้....
เพราะเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากมีรายงานออกมา คาดีรอฟก็ได้อัปโหลดวิดีโอของตัวเองขณะออกกำลังกายในยิมลงบนโซเชียลมีเดีย เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความคิดเห็นจำนวนมาก
สำนักงานของคาดีรอฟจึงได้เผยแพร่วิดีโอ ออกมาอีกวิดีโอหนึ่งในเดือนพฤษภาคมปีนี้
วิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็นคาดีรอฟสวมฮู้ดสีดำ เดินช้าๆ เสียงบรรยายที่ดูเหมือนเป็นลางร้ายเขาอธิบายว่า
เขาได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับอาการป่วยของเขาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ โดยกล่าวว่า
"เอาล่ะๆ ผมกำลังจะตายและผมเหลือเวลาไม่มากแล้ว"
แต่ คาดีรอฟวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่ปล่อยข่าวลือในเรื่องสุขภาพว่าเป็น "พวกขี้ขลาดโคตรๆ" ที่ "หลบซ่อนตัวอยู่ต่างประเทศเหมือนหนู แต่ยังไม่เท่าวุ้นเส้น(วรรคหลังนี้ผมเขียนเอง ฮาาา)"
นักวิเคราะห์บางคนตั้งข้อสังเกตว่าคาดีรอฟ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงบนโซเชียลมีเดีย
ที่เอาแต่เข้าร่วมการประชุมสาธารณะและเผยแพร่ข้อมูลอัปเดตของรัฐบาลเกือบทุกวัน
และตอนนี้ มีจำนวนการปรากฏตัวต่อสาธารณะที่ลดลงอย่างมาก
รามซาน คาดีรอฟ และอดัม คาดีรอฟ (Ramzan Kadyrov and Adam Kadyrov)ลูกชายของเขา
สอดคล้องกับในเดือนมิถุนายนปีนี้
ที่คาดีรอฟปรากฏตัวในข่าวโทรทัศน์ท้องถิ่นน้อยกว่า 10 ครั้ง เมื่อเทียบกับการปรากฏตัวเกือบทุกวันในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
ยิ่งเร่งด่วนกว่าสุขภาพของคาดีรอฟ คือคำถามที่ว่าใครจะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำเชชเนียต่อจากเขา
เอาล่ะสิงานนี้ ใครจะขึ้นดำรงตำแหน่ง แทนเขากันล่ะ ?
ในฐานะหนึ่งในผู้นำที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของรัสเซีย คาดีรอฟได้ควบคุมสาธารณรัฐคอเคซัสมาตั้งแต่ปี 2550 โน้นนนนนนน...
จนในเดือนพฤษภาคม 2568 สื่อมวลชนต่างรายงานว่า คาดีรอฟเองก็วางแผนที่จะลาออกและมอบอำนาจให้กับอดัม คาดีรอฟ ลูกชายคนที่ 3 ในวัย 17 ปี
และได้เสนอเรื่องนี้ต่อปูติน แต่เครมลินปฏิเสธ
แม้ รามซาน คาดีรอฟ และปูตินมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนาน ในช่วงสงครามเชเชนครั้งที่ 2 คาดีรอฟ บิดาของรามซาน คาดีรอฟ ได้เข้าข้างรัฐบาลรัสเซีย
และต่อมาได้เป็นประธานาธิบดีเชชเนีย
นับแต่นั้นมา ตระกูลคาดีรอฟได้กลายเป็นตัวแทนที่สำคัญที่สุดของเครมลินในคอเคซัส
1
นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง รามซาน คาดีรอฟ ได้แสดงการสนับสนุนปูตินต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง โดยมักกล่าวชื่นชมเขาเป็นการส่วนตัว
ขณะเดียวกัน ปูตินได้ให้อำนาจปกครองตนเองในระดับสูงแก่เชชเนีย
1
และอนุญาตให้รามซาน คาดีรอฟ มีส่วนร่วมทางการเมืองกับกลุ่มการเมืองอื่นๆ ของเชชเนียโดยปริยาย รวมถึงให้เงินอุดหนุนทางเศรษฐกิจจำนวนมากแก่ภูมิภาค
รูปแบบการเมืองแบบ "ความภักดีแลกกับอำนาจ" นี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างอิทธิพลของคาดีรอฟ
ในด้านความมั่นคง ทรัพยากร และแม้แต่ประเด็นทางวัฒนธรรมเท่านั้น
แต่ยังทำให้เขากลายเป็นบุคคลสำคัญในขอบเขตอิทธิพลของรัฐบาลกลางรัสเซียในเทือกเขาคอเคซัสอีกด้วย
ล่าสุด คาดีรอฟได้โพสต์ข้อความตอบโต้ข่าวลือเรื่องการลาออกของเขาผ่านโซเชียลมีเดียว่า
"ผมได้ร้องขอให้ปลดผมออกจากหน้าที่แล้ว แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีปูติน แต่ตราบใดที่ยังมีคำสั่ง ผมก็ต้องปฏิบัติตาม"
1
เช่นเคย เขาอ้างถึงตัวเองว่าเป็น "ทหารราบ" และ "สมาชิกทีม" เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อเครมลิน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับ ที่คาดีรอฟแสดงท่าทีแย้มถึงความตั้งใจที่จะลาออก
เขาเคยแสดงท่าทีทำนองเดียวกันนี้ตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งใกล้จะสิ้นสุดวาระที่ 2
ในการให้สัมภาษณ์กับช่องวันของรัสเซียในปี 2560 เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า
"ประเทศชาติเคยต้องการคนอย่างผมเพื่อต่อสู้และรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ตอนนี้เชชเนียได้บรรลุความสงบเรียบร้อยและความเจริญรุ่งเรืองแล้ว และถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง"
"จนผมสามารถพูดได้ว่า (การลาออก) นี้คือความฝันของผม"
1
ต่อมา ในปี 2565 เขาก็โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าเขารับราชการมานานเกินไปและควรพิจารณาพักงาน
ตามรายงานข่าวระบุว่า อย่างน้อยก็ประมาณ 5 ครั้ง ที่ คาดีรอฟเคยแสดงท่าทีถึงการลาออกต่อสาธารณะ
แม้แต่ เอมิล อัสลัน (Emil Aslan) ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาความมั่นคงศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยชาร์ลส์ ในกรุงปราก ยังตั้งข้อสังเกตว่า
คำกล่าวก่อนหน้านี้ของคาดีรอฟอาจจริงใจหรืออ่อนไหวทางการเมือง "แต่ตอนนี้ ผมคิดว่าเขาจริงจัง"
1
ขณะเดียวกัน คาดีรอฟก็กำลังส่งเสริมการรวมอำนาจของครอบครัวไปในแนวดิ่ง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาส่งบุตรหลายคนของเขาให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่ง
หนึ่งในนั้นคือ อดัม ซึ่งเกิดในปี 2550 และถือเป็นผู้สมัครอันดับต้นๆ ใน "แผนการสืบทอดตำแหน่ง"
1
อดัม คาดีรอฟ ผู้มีรูปร่างกำยำ ได้สืบทอดบุคลิกที่แข็งกร้าวมาจากบิดา มีรายงานว่าเขาชื่นชอบรถสปอร์ตและมีบุคลิกที่โฉ่งฉ่าง
1
ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 อดัมได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอย่างรวดเร็วในแวดวงการเมืองเชเชน
โดยเริ่มแรกดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติเชเชน
ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประจำภูมิภาค ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยกองกำลังพิเศษ
และยังเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์ของบิดาโดยเป็นผู้สังเกตการณ์กองพันปืนไรเฟิลที่เพิ่งจัดตั้งขึ้น และเป็นผู้ประสานงานระบบตำรวจท้องถิ่น
เขายังได้รับเหรียญตราจากรัฐจำนวนมากมาย และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "วีรบุรุษแห่งสาธารณรัฐเชเชน"
จนผมเห็นว่า ตำแหน่งของอดัมในฐานะบุคคลสำคัญอันดับ 2 อย่างไม่เป็นทางการในหน่วยงานรัฐบาลเชเชนหลายแห่งนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
สอดคล้องกับ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ได้นำรูปของอดัมมาจัดแสดงในสำนักงาน
1
เหมือนรถลีมูซีนของเขาสามารถเทียบชั้นกับของคาดีรอฟได้
และเขาก็เริ่มมีอิทธิพลเหนือการประชุมระดับท้องถิ่น จนทำให้เขาได้รับฉายาว่า "หนุ่มรอมซาน คาดีรอฟ"
ต่อมา ปลายเดือนมิถุนายน 2568 คาดีรอฟได้จัดงานแต่งงานอย่างหรูหราให้กับอดัม โดยมีรัฐมนตรี เอกอัครราชทูต และบุคคลสำคัญจากต่างประเทศของรัสเซียเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
ไม่กี่วันก่อนงานแต่งงาน คาดีรอฟยังได้อำนวยความสะดวกในการพบปะกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่างปูตินและอดัมอีกด้วย
ดูดาเยฟ (Dudayev) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนโยบายแห่งรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สื่อมวลชน และสารสนเทศของเชเชน กล่าวว่า
การประชุม(งานแต่ง)ครั้งนี้ "แสดงให้เห็นถึงความรักใคร่อย่างลึกซึ้งที่ประธานาธิบดีมีต่อครอบครัวคาดีรอฟอย่างชัดเจน"
1
คาดีรอฟยังได้ขอบคุณปูตินผ่านโซเชียลมีเดียสำหรับข้อความแสดงความยินดีและคำอวยพร
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าการถ่ายโอนอำนาจในเชชเนียไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความปลอดภัยของครอบครัวของคาดีรอฟเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงการควบคุมเชิงกลยุทธ์ของเครมลินเหนือภูมิภาคคอเคซัสทั้งหมดด้วย
นับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต เชชเนียได้ประสบกับสงครามถึง 2 ครั้ง และแน่นอนความมั่นคงคือเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหพันธรัฐรัสเซีย
หลายสำนักเชื่อว่าคาดีรอฟอาจลงจากตำแหน่งในเร็วๆ นี้ แต่เด็กน้อยอาดัมก็อาจไม่สามารถเข้ารับตำแหน่งได้อย่างราบรื่น อย่างน้อยก็....ในขณะนี้
1
ดูเหมือนว่าเขายังไม่มีความสามารถเพียงพอ และ "ปัจจัย(คำสั่ง)สำคัญยังคงอยู่ที่เครมลิน"
โฆษณา