6 ส.ค. 2025 เวลา 07:21 • การเมือง

ลัทธิบูชาบุคคลและชาตินิยม

เหตุใดสมเด็จฮุน เซน ที่ประกาศวางมือจากอำนาจไปแล้วถึงกลายมาเป็นผู้นำความขัดแย้ง สร้างสงครามและสถานการณ์อันยุ่งยากให้แก่รัฐบาลลูกชายของเขาที่เพิ่งรับไม้ต่อจากผู้เป็นพ่อได้เพียง 2 ปี ซึ่งนับว่ายังเป็นช่วงเวลาที่เปราะบาง
ดูเหมือนว่าเวลากว่าสี่ทศวรรษในอำนาจนั้นนานพอที่จะทำให้สมเด็จฮุนเซนไม่สามารถปล่อยวางได้ ที่ผ่านมาสมเด็จฮุนเซนสถาปนาลัทธิบูชาตัวบุคคลรวมเข้ากับชาตินิยมอย่างเข้มข้น เขาถูกทำให้เป็นเป็นรัฐบุรุษแห่งชาติ เป็นสัญลักษณ์ของกัมพูชาที่ไม่สามารถแยกจากกันได้
ทั้งหมดนี้ถูกทำอย่างเป็นระบบผ่านกลไกรัฐ นับแต่ควบคุมเนื้อหาตำราเรียนในสถานศึกษา ควบคุมสื่อ การไล่ล่าจับกุมนักกิจกรรม นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม แม้กระทั่งสร้างอนุสาวรีย์กษัตริย์หน้าตาคล้ายคลึงฮุนเซน
ผู้สนับสนุนของรง จุน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายตรงข้าม ประท้วงหน้าศาลแขวงพนมเปญ ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2020 Credit : AP Photo/Heng Sinith via : Human Rights Watch
ในช่วงปลายอำนาจ “ฮุน เซน” พยายามอย่างยิ่งที่จะขัดเกลาภาพลักษณ์ของเขาเสียใหม่ ผ่านเรื่องเล่าเชิงอภินิหารอย่าง “ Sun under the full moon” หรือ “บุตรชายใต้แสงจันทร์เพ็ญ” ละครชุดที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของลูกสาวในปี 2023 ซึ่งสมเด็จฮุนเซนยอมรับว่าเขามีส่วนร่วมในการเขียนบท
ละครชุดเรื่อง “บุตรชายใต้แสงจันทร์เพ็ญ” บอกเล่าชีวิตวัยเด็กในชนบทอันเรียบง่ายของฮุนเซนและครอบครัว ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากภายใต้การปกครองอันโหดร้ายของเขมรแดงที่เขาเคยเป็นสมาชิกมาก่อน โดยผสมผสานชีวประวัติส่วนตัวเข้ากับจินตนาการเหนือจริง
ฉากแรกของเรื่อง“ฮุน เซน” ถือกำเนิดในคืนพระจันทร์เต็มดวงและดาวตกดวงใหญ่พุ่งผ่านท้องฟ้า สื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ของผู้มีบุญบารมีมาสู่โลก กระทั่งเติบโตมาเป็นวีรบุรุษผู้ต่อต้านเขมรแดง หยุดสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และนำสันติภาพสู่กัมพูชา
“สม รังสี” อดีตผู้นำฝ่ายค้านที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศสวิจารณ์ละครชุดนี้ว่ามีไว้เพื่อกลบเกลื่อนความไร้คุณสมบัติที่แท้จริงของผู้นำและปลูกฝังเยาวชนให้ศรัทธาฮุน เซน แบบไร้ข้อสงสัย
สมเด็จฮุน เซน ขณะทำหน้าที่ในรัฐบาลยุคแรกๆ หลังยุคของเขมรแดง เฟซบุ๊ก Credit : เฟซบุ๊ก Somdech Hun Sen of Cambodia
ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่าง “ฮุน เซน”และเขมรแดง เขาได้เปลี่ยนเรื่องเล่าตัวเองใหม่ สลัดภาพอดีตแนวร่วม ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยมีตำแหน่งผู้บัญชาการเขตกำปงจาม ก่อนแปรพักตร์ไปเข้าร่วมกับเวียดนามราวปี 1978 เขามักกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการกวาดล้างสังหารหมู่ประชาชน
จากอดีตแนวร่วมเขมรแดง ฮุน เซน กลายมาผู้กอบกู้กัมพูชาร่วมกับกองทัพเวียดนาม โค่นล้ม “พอล พต” และระบอบเขมรแดงในปี 1979 ก่อนจะได้รับรางวัลจากฮานอยเป็นตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีในหกปีต่อมา แต่ความสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงไปในภายหลัง เมื่อสมเด็จฮุนเซนเริ่มสร้างฐานอำนาจของตัวเอง โดยใช้ความสัมพันธ์กับประเทศจีนช่วยถ่วงดุลอำนาจเวียดนาม
ภาพถ่ายที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์เรือนจำตวลสเลง (Tuol Sleng Genocide Museum) ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งในอดีตเคยเป็นเรือนจำลับชื่อ S-21 ของระบอบเขมรแดง
"ฮุน เซน" เคยพูดต่อสาธารณะหลายครั้งว่าเขาไม่มีความทะเยอทะยานอยากเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เนื่องจากสถานการณ์และความจำเป็น แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ย้อนกลับไปในการเลือกตั้งปี 1993 เป็นการเลือกตั้งแบบหลายพรรคครั้งแรกภายใต้การควบคุมของสหประชาชาติ “ฮุน เซน” พ่ายแพ้ให้แก่พรรคฟุนซินเปก(FUNCINPEC) แต่พรรค CPP ที่มีฮุนเซนเป็นผู้นำไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมือง พรรคฟุนซินเปกยอมให้จัดตั้งรัฐบาลผสม มีเจ้าชายนโรดม รณฤทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 และฮุนเซนเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 แต่ข้อตกลงแบ่งปันอำนาจล้มเหลว
“ฮุน เซน” ซึ่งขณะนั้นควบคุมอำนาจทหารและฝ่ายปกครอง โค่นล้มเจ้าชายรณฤทธิ์และยึดอำนาจถาวร
สมเด็จพระนโรดม รณฤทธิ์ (ซ้าย) และฮุน เซน ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีร่วมกัน หลังผลการเลือกตั้งปี 1993 Credit : Photograph: Doug Niven/EPA via The Guardian
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาสมเด็จฮุน เซน วางเครือข่าย แต่งตั้งเครือญาติและผู้ภักดีที่ใกล้ชิดให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพและรัฐบาล ลูกชายสามคนของเขาถูกวางบทบาทเพื่อสืบอำนาจแตกต่างกันออกไป โดย "ฮุน มาเนต” เพิ่งรับไม้ต่อเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วน “ฮุน มานิต” ลูกชายคนกลางเพิ่งได้รับการโปรโมตเมื่อไม่นานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการกองทัพ เขาคือตัวเลือกที่สองรองจากฮุน มาเนต และ “ฮุน มานี” บุตรชายคนเล็กเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรค CPP
แอร์เว เลอมาเยอ (Herve Lemahieu) นักวิชาการจากสถาบันโลวี (Lowy Institute) ชี้ให้เห็นว่าสมเด็จฮุน เซน สามารถทำในสิ่งที่ต้องการภายในประเทศได้ เพราะใช้ความสัมพันธ์กับจีนเป็นเครื่องมือและอาศัยความหวาดกลัวของชาติตะวันตกต่อภัยคุกคามจากจีนเป็นข้อได้เปรียบ
การใช้กลยุทธ์เล่นเกมระหว่างความต้องการของชาติตะวันตกที่ต้องการแผ่ขยายอำนาจภายใต้อุดมการณ์ประชาธิปไตย กับความพยายามของจีนในการขยายอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งผลให้กัมพูชาได้รับทั้งความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาและการลงทุนจากต่างชาติอย่างมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์มองว่า วิธีการรับมือกับชาติมหาอำนาจของฮุน เซน แสดงถึงความฉลาดเฉพาะตัว เขาเข้าใจและอ่านสถานการณ์ระดับโลกได้อย่างเฉียบแหลม ทั้งที่ไม่มีการศึกษาทางวิชาการในระบบอย่างเป็นทางการ
สมเด็จฮุน เซน และฮุน มาเนต บุตรชาย (ขวา) ซึ่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจากบิดา จากการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2023. Credit : ภาพจากเฟซบุ๊ก Somdech Hun Sen of Cambodia
แต่สำหรับ “ฮุน มาเนต” ซึ่งเติบโตมาในขณะที่พ่อมีอำนาจสูงสุด ได้รับตำแหน่งทางทหารและการเมืองแบบก้าวกระโดดภายในระยะเวลาไม่กี่ปี การรักษาคะแนนิยมและอำนาจเบ็ดเสร็จให้ได้แบบผู้เป็นพ่อยังเป็นโจทย์ใหญ่ ไม่ใช่แค่จากคู่แข่งฝ่ายตรงข้าม แต่ยังหมายถึงคู่แข่งภายในพรรคการเมืองที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากคนรุ่นพ่อไปสู่คนรุ่นใหม่
ในอนาคต คนเหล่านี้จะยังคงจงรักภักดีต่อฮุน มาเนต เฉกเช่นเดียวกับที่มีให้”ฮุน เซน” พ่อของเขาหรือไม่
โฆษณา