Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Techy Dad
•
ติดตาม
6 ส.ค. 2025 เวลา 07:38 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
AI จะทำให้คนตกงานจำนวนมาก จริงหรือ?
🤖 AI จะมาแย่งงานเรา หรือจะเป็นเพื่อนร่วมงานคนใหม่ที่ช่วยให้เราทำงานได้ดีขึ้น?
ข่าวเรื่อง AI มาแทนที่มนุษย์ออกจากงานเต็มไปหมด แต่ความจริงแล้วเป็นอย่างไรกันแน่? ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองจาก "กลัว AI" เป็น "เป็นเพื่อนกับ AI" จะเกิดอะไรขึ้น? วันนี้มาดูกันว่าเราจะปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอดและเติบโตในยุค AI
🎯 งานไหนที่ AI จะเข้ามาส่งผลกระทบ?
งานที่เป็นรูทีนซ้ำๆ เหมือนเดิมทุกวัน น่าจะได้รับผลกระทบก่อน เช่น งานบันทึกข้อมูล งานคิดเลขพื้นฐาน หรือแม้แต่งานวิเคราะห์เบื้องต้น
ตัวอย่างเห็นได้ชัด เช่น พนักงานธนาคารที่คำนวณสินเชื่อ ตอนนี้ AI สามารถประเมินความเสี่ยงและอนุมัติเงินกู้ได้ในไม่กี่นาที
แต่งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาซับซ้อน หรือการดูแลลูกค้าด้วยใจ AI ยังทำไม่ได้ดีเท่ามนุษย์
เช่น งานดีไซน์ที่ต้องเข้าใจความรู้สึกของลูกค้า งานขาย-บริการที่ต้องสร้างความไว้วางใจ หรืองานช่างที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ซ่อมท่อน้ำ ซ่อมแอร์ และอื่นๆ
💡 เปลี่ยนกลัวเป็นโอกาส: ทำงานร่วมกับ AI
แทนที่จะกลัว AI เราลองมาดูว่าจะใช้ AI เป็นผู้ช่วยได้อย่างไร
นักการตลาดใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า แล้วใช้เวลาที่เหลือสร้างกลยุทธ์ที่เฉียบคม
นักบัญชีให้ AI ช่วยจัดทำรายงาน แล้วโฟกัสไปที่การให้คำปรึกษาทางการเงิน
หมอใช้ AI ช่วยวินิจฉัยโรค แต่ใช้เวลาเพิ่มขึ้นในการดูแลและปลอบใจผู้ป่วย
ครูใช้ AI ช่วยตรวจข้อสอบ แล้วมีเวลาออกแบบกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กมากขึ้น
🚀 3 ทักษะสำคัญที่ต้องพัฒนาในยุค AI
1. เรียนรู้ใช้ AI อย่างชาญฉลาด
ไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่ต้องรู้ว่า AI ทำอะไรได้บ้าง ใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เช่น เรียนรู้การ prompt ChatGPT ให้ตอบตรงจุด หรือใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยตัดสินใจ
2. พัฒนาทักษะที่ AI ทำไม่ได้
ทักษะด้านอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ การสื่อสารที่มีความซับซ้อนที่ AI ไม่เข้าใจ
เช่น การนำเสนอที่สร้างแรงบันดาลใจ การเจรจาต่อรอง การสร้างทีมงาน
3. เป็นสะพานเชื่อม AI กับคน
หลายองค์กรต้องการคนที่เข้าใจทั้ง AI และธุรกิจ สามารถอธิบายให้ทีมงานเข้าใจว่า AI จะช่วยงานได้อย่างไร
นี่คือโอกาสใหม่สำหรับคนที่ปรับตัวได้เร็ว
🎯 เริ่มต้นปรับตัวอย่างไร?
ลองดูงานปัจจุบันของเราว่าส่วนไหนที่ AI ช่วยได้ แล้วเริ่มทดลองใช้เครื่องมือ AI ที่เกี่ยวข้อง
เช่น ถ้าทำงานเขียน ลองใช้ AI ช่วยระดมความคิด ถ้าทำงานวิเคราะห์ ลองให้ AI ช่วยสรุปข้อมูล
หาเพื่อนในวงการที่เริ่มใช้ AI แล้ว แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน
เข้าร่วมกลุ่มออนไลน์ หรือเซมินาร์เกี่ยวกับ AI ในสายงานของเรา
อัพเดทความรู้อย่างสม่ำเสมอ เพราะ AI พัฒนาไปเร็วมาก ความรู้เมื่อเดือนที่แล้วอาจล้าสมัยไปแล้ว
🌟 สรุป: อนาคตเป็นของคนที่ปรับตัวได้
AI ไม่ได้มาทำลาย แต่มาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน คนที่เรียนรู้ใช้ AI เป็นเครื่องมือจะได้เปรียบมากกว่าคนที่ต่อต้านและไม่ได้ปรับตัว
ประวัติศาสตร์บอกเราว่า เทคโนโลยีใหม่มักสร้างงานใหม่มากกว่าที่ทำลายงานเก่า ยุค AI ก็คงไม่ต่างกัน
สิ่งสำคัญคือเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ใช่แค่รอดตาย แต่เติบโตและประสบความสำเร็จไปด้วยกัน อันดับแรก ลองใช้ Chatbot จะฟรี หรือ จ่ายเงิน ทำความคุ้นเคยกับมัน จากค่ายไหนก็ได้ ทั้ง อเมริกา จีน ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT , Claude, Gemini, DeepSeek, QWEN, Kimi เชื่อว่าเราทุกคนจะปรับตัวเข้ากับ AI ได้ในที่สุด
สำหรับเด็กๆ ปูพื้นฐานที่เข้าใจง่ายๆ ให้เรียนรู้ผ่าน การ train AI ที่ได้ลงมือทำเอง น่าจะช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น summer ที่ผ่านมาลูกชายผมเองก็ทำ workshop ทาง
https://machinelearningforkids.co.uk/
มี youtube ให้ดูเป็นตัวอย่าง หรือจะซื้อ Digital Book ทาง Amazon เปิดดูใน Kindle ตามรูปก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก
ว่าแล้วผมเองคงต้องหาเวลา ทำความรู้จักกับ opensource model gpt-oss-20b ที่ปล่อยออกมาสดๆร้อนๆ จาก OpenAI ตัวเล็กนี้ซักหน่อย Mac M1 Max 64GB ผมน่าจะเอาอยู่ ส่วนตัวใหญ่ gpt-oss-120b เครื่องผมคงรับไม่ไหว
#ปรับตัวกับAI
#ทำงานกับAI
#กลัวตกงานเพราะAI
Credit
Writer : Claude Sonnet 4
Image : Sora
Editor : Techy Dad
พัฒนาตัวเอง
ai
เทคโนโลยี
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย