26 ส.ค. 2025 เวลา 05:30 • หนังสือ

#รบเถิดอรชุน

ด้วยหมายมั่นในชัยชนะแต่กลัวการพูดอันไม่สุจริต ยุธิษฐิระเอ่ยโอษฐ์ว่า "อัศวัตถมะตายแล้ว…" [ก่อนจะลดพระสุรเสียงลง—จนกลายเป็นการพึมพำกับตัวเอง] "…แต่เป็นช้าง”
तं अतथ्य भयॆ मग़्नॊ जयॆ सक्तॊ युधिष्ठिरः
अव्यक्तम् अब्रवीद् राजन् हतः कुञ्जर इत्य् उत
tam atathya bhaye magno jaye sakto yudhiṣṭhiraḥ
avyaktam abravīd rājan hataḥ kuñjara ity uta
นี่เป็นฉากสำคัญของมหากาพย์ "มหาภารตะ" ใน "โทรณปรวะ" (Drona Parva) โดยเป็นหนึ่งในจุดหักเหทางจริยธรรมที่ทรงพลังที่สุดของสงครามมหาภารตะยุทธ ณ ทุ่งกุรุเกษตร
มหากาพย์ #มหาภารตะ เป็นวรรณกรรมโบราณของอินเดียที่บอกเล่าเรื่องราวความขัดแย้งและการทำสงครามระหว่างสองกลุ่มพี่น้องต่างมารดาจากตระกูลเดียวกัน คือ #ปาณฑพ (Pandavas) ห้าคน ผู้เป็นตัวแทนของฝ่ายธรรมะ และ #เการพ (Kauravas) ร้อยคน ผู้เป็นตัวแทนของฝ่ายอธรรม
ความขัดแย้งนี้ปะทุขึ้นเนื่องจากการแย่งชิงราชสมบัติของอาณาจักร "หัสตินาปุระ" โดยลงเอยด้วยสงครามครั้งใหญ่ที่ทุ่งกุรุเกษตร (Kurukshetra)
เนื้อหาในวรรณกรรมเรื่องนี้ได้สอดแทรกคำสอนทางปรัชญา ศาสนา และจริยธรรมไว้อย่างลึกซึ้ง—อันรวมถึง "ศรีมัท #ภควัทคีตา" ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุด—โดยเป็นรากฐานสำคัญของวัฒนธรรมและแนวคิดฮินดู
มหากาพย์ "มหาภารตะ" เน้นย้ำถึงความซับซ้อนของศีลธรรม การตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และผลพวงจากการกระทำของมนุษย์—ไม่ว่าจะเป็นความดี ความชั่ว ความโลภ ความเสียสละ หรือความยุติธรรม—โดยสอดแทรกปรัชญา ศาสนา กฎหมาย จริยธรรม การปกครอง และธรรมเนียมปฏิบัติไว้อย่างลึกซึ้ง ครอบคลุมประเด็นต่างๆ คือ
ธรรมะ (Dharma): ความถูกต้อง, หน้าที่, กฎแห่งคุณธรรม
กรรม (Karma): กฎแห่งการกระทำและผลกรรม
โมกษะ (Moksha): การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด
อรรถะ (Artha): ความมั่งคั่ง, จุดประสงค์ทางโลก
กามะ (Kama): ความสุขทางโลก, ความพึงพอใจ
ในสงครามทุ่งกุรุเกษตร ทโรณาจารย์ผู้เป็นคุรุของทั้งปาณฑพและเการพ ได้แสดงพลานุภาพในการรบออกมาอย่างน่าเกรงขาม กระทั่งปาณฑพต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ พระกฤษณะจึงออกอุบายให้ภีมะสังหารช้างเชือกหนึ่งที่มีชื่อพ้องกับบุตรชายของทโรณาจารย์ที่ชื่อ "อัศวัตถมะ" แล้วให้ตะโกนก้องว่า "อัศวัตถมะตายแล้ว!"
ทโรณาจารย์ไม่เชื่อคำพูดของภีมะ จึงหันไปถามยุธิษฐิระซึ่งรู้กันทั่วว่า เป็นผู้ซื่อสัตย์ไม่เคยกล่าวมดเท็จ เพื่อยืนยันข่าว ยุธิษฐิระจึงตอบว่า "อัศวัตถมะตายแล้ว" ด้วยเสียงดังฟังชัด แต่จากนั้นกระซิบในส่วนหลังของประโยคว่า "แต่เป็นช้าง" ในยามนั้นเอง พระกฤษณะก็เป่าสังข์เสียงดังก้องกลบเสียงของยุธิษฐิระสิ้น เป็นผลให้ทโรณาจารย์ได้สดับชัดแต่เพียงท่อนแรกของประโยคว่า "อัศวัตถมะตายแล้ว" จึงเข้าใจว่าบุตรชายของตนเสียชีวิตแล้ว ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ทโรณาจารย์จึงวางอาวุธลงและถูกธฤษฏะทยุมนะสังหารในที่สุด
เนื้อหาของทโรณปรวะสะท้อนให้เห็นว่า สงครามมิใช่เพียงการใช้กำลัง หากต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมด้วย นั่นหมายความว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในเมฆหมอกแห่งสงครามย่อมมีทั้ง "ธรรมะ"และ "อธรรม" แฝงอยู่ในมโนกรรม วจีกรรมและกายกรรมของทั้งฝ่ายที่เรียกตนเองว่า "ธรรมะ" และฝ่ายที่ถูกตราว่าเป็น "อธรรม" ด้วยเหตุว่า ในที่สุดแล้ว เป้าหมายที่แท้จริงของทุกสงครามย่อมจะเป็นชัยชนะในบั้นปลายทั้งสิ้น
...
แล้วกระซิบเสียงแผ่วเบาว่า "คนหรือช้างก็ไม่รู้"
अश्वत्थामा हतः नरो वा कुञ्जरो वा
Aśvatthāmā hataḥ naro vā kuñjaro vā
.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา