Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The Ideation by Pansak Pramokchon
•
ติดตาม
25 ส.ค. 2025 เวลา 05:30 • หนังสือ
#รบเถิดอรชุน
“เมื่อคนรวยทำสงครามกัน กลับเป็นคนจนที่ต้องสูญเสียชีวิต”
“When the rich make war, it’s the poor that die.”
— Jean-Paul Sartre (1905 – 1980)
มหากาพย์ "#มหาภารตะ" มิได้เป็นเพียงเรื่องราวสงครามเท่านั้น หากยังสะท้อนถึงการเสื่อมถอยของธรรมะ (ความถูกต้อง) และศีลธรรม โดยเฉพาะในช่วงท้ายของเรื่อง ผู้รอดชีวิตต่างโศกเศร้ากับการสูญเสียและผลกระทบอันเลวร้ายของสงคราม
แม้มหากาพย์ "มหาภารตะ" มุ่งเน้นเรื่องราวของกษัตริย์ นักรบ และชนชั้นสูงเป็นหลัก หากมีโศลกบรรยายถึงผลกระทบอันร้ายแรงของสงครามทุ่งกุรุเกษตรต่อผู้คนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งชนชั้นล่าง แต่ก็ไม่ได้บรรยายถึงโดยลุ่มลึกเหมือนเรื่องราวของตัวละครเอกที่เป็นชนชั้นสูง
มหากาพย์ "มหาภารตะ" บรรยายถึงขนาดของกองทัพที่เข้าร่วมสงครามว่ามีกำลังพลเป็นจำนวนมหาศาล (อักเษาหิณี) นั่นหมายถึง ทหารหลายล้านคนที่เสียชีวิตในสนามรบ (บางแหล่งข้อมูลตีความว่าเกือบ 4 ล้านคน) แม้ในเนื้อหาที่บรรยายไว้ จะบ่งบอกว่า นักรบส่วนใหญ่เป็นกษัตริย์ พราหมณ์ หรือวรรณะกษัตริย์ แต่การระดมพลมหาศาลระดับนี้ ย่อมต้องรวมถึงชนชั้นล่างที่ทำหน้าที่เป็นทหารราบ ทหารเกณฑ์ หรือผู้สนับสนุนกองทัพด้วย
สงครามแห่งทุ่งกุรุเกษตร 18 วัน เป็นเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ที่มิได้ทำลายล้างแต่เพียงชีวิตนักรบเท่านั้น หากยังรวมถึงทรัพยากร พืชผลทางการเกษตรตลอดจนชุมชนที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกับสนามรบด้วย
เมื่อสงครามสิ้นสุดลง อาณาจักรหัสตินาปุระและดินแดนพันธมิตรทั้งสองฝ่ายล้วนอยู่ในสภาพยับเยิน ประชากรชายส่วนใหญ่เสียชีวิต จนเกิดเป็นปัญหาขาดแคลนแรงงานสำหรับการเกษตรและการฟื้นฟูประเทศ สงครามทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานและการเกษตรและนำมาซึ่งความอดอยาก ความยากลำบาก และความทุกข์ยากแก่ผู้คนทั่วไปที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรเหล่านี้ในการดำรงชีวิต
ไม่มีโศลกบทใดในมหากาพย์ "มหาภารตะ" เจาะจงเล่าเรื่องของ "ชนชั้นล่าง" โดยละเอียด แต่ภาพรวมของความหายนะที่เกิดขึ้นกับอาณาจักรทั้งหมด อันรวมถึงการสูญเสียกำลังคนมหาศาล และการทำลายล้างทรัพยากร ย่อมบ่งชี้ถึงความทุกข์ยากแสนสาหัสที่ประชาชนทั่วไปต้องเผชิญในฐานะ "ผู้พลีชีพ" ในสงครามของกษัตริย์อย่างแน่นอน
บทที่ 11 สตรีปรฺวะ (Stri Parva) ของมหากาพย์ "มหาภารตะ" นับเป็นบทที่ใกล้เคียงที่สุดที่มีเนื้อหาเศร้าโศกและสะเทือนใจยิ่ง ด้วยเหตุว่าได้บรรยายถึงผลพวงอันน่าสยดสยองของสงครามทุ่งกุรุเกษตรที่เพิ่งสิ้นสุดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความทุกข์ระทมของเหล่าสตรีที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
โศลกบทนี้คือ เสียงถอนหายใจอันเยือกยาวหลังพายุแห่งการรบ ที่สะท้อนว่า แม้ชัยชนะจะเป็นของธรรมะ แต่ความเจ็บปวดย่อมสาดกระเซ็นใส่ทั้งผู้แพ้และผู้ชนะอย่างเท่าเทียม
หลังสงคราม 18 วันที่สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของฝ่ายปาณฑพและการล่มสลายของฝ่ายเการพ ยุธิษฐิระและพี่น้องปาณฑพผู้รอดชีวิตพร้อมด้วยพระกฤษณะและสัตยกี ต่างกลับสู่กรุงหัสตินาปุระ แม้จะได้ชัยชนะ แต่ทุกคนต่างรู้สึกถึงความว่างเปล่าและความโศกเศร้าจากการสูญเสียครั้งใหญ่
ยุธิษฐิระและเหล่าปาณฑพเดินทางไปเข้าเฝ้าท้าวธฤตราษฎร์และพระนางคานธารีผู้เป็นบิดาและมารดาของเการพทั้งร้อยองค์ที่เสียชีวิตในสงคราม
พระนางคานธารีเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเสียใจสุดขีดต่อการตายของบุตรชายทั้งหมด พระนางคร่ำครวญถึงความโหดร้ายของสงครามและสาปแช่งพระกฤษณะที่มิได้ยับยั้งสงครามนี้ หากพระกฤษณะก็ยอมรับคำสาปแช่งของพระนางคานธารีด้วยความสงบ
ท้าวธฤตราษฎร์ พระนางคานธารีและเหล่าสตรีในราชวงศ์รวมถึงพระนางกุนตี (มารดาของปาณฑพ) และพระนางเทราปตี (มเหสีของปาณฑพ) พร้อมด้วยผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ต่างเดินทางไปยังสนามรบกุรุเกษตรเพื่อดูสภาพศพของบุคคลอันเป็นที่รัก
นี่เป็นฉากที่สะเทือนอารมณ์ที่สุดของบรรพนี้ ภาพของสนามรบที่เต็มไปด้วยศพที่บิดเบี้ยว ร่างกายที่ฉีกขาดและเลือดที่นองพื้น สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
हतैः शरीरैर्बहुभिर्व्याप्तं रुधिरकर्दमम्
श्मशानभूतं तत् क्षेत्रं दृष्ट्वा शोकमवाप ह
Hataiḥ śarīrair bahubhir vyāptaṃ rudhirakardamam
Śmaśānabhūtaṃ tat kṣetraṃ dṛṣṭvā śokamavāpa ha
หะไตหฺ ศะรีไรรฺ พะหุภิรฺ วยาปตํ รุธิระกรทะมัม
ชฺมศานะภูตํ ตัต เกฺษตฺรํ ทฤชฺฏวา โศกะมะวาปะ หฺ
(เมื่อเห็นสนามรบซึ่งเต็มไปด้วยศพจำนวนมาก อาบด้วยโคลนเลือด กลายเป็นเช่นป่าช้า—นางก็ตกอยู่ในความโศกเศร้า)
พระนางคานธารีเดินไปท่ามกลางศพบุตรชายทั้งร้อยของนาง พลางคร่ำครวญถึงความสูญเสีย ความไร้สาระของสงคราม และชะตากรรมอันโหดร้าย
ในยามเดียวกัน พระนางกุนตีก็โศกเศร้ากับการตายของกรรณะผู้เป็นบุตรชายคนแรกของนางที่ต้องต่อสู้กับน้องชายต่างมารดาโดยไม่รู้ความจริง เมื่อพระนางเปิดเผยความลับชาติกำเนิดของกรรณะต่อเหล่าปาณฑพ ยุธิษฐิระและพี่น้องต่างต้องตกตะลึงและเสียใจอย่างลึกล้ำที่ได้สังหารพี่ชายของตนเอง
पुत्राणां भ्रातॄणां चैव पतिनां चैव योषिताम्
रुदन्तीनां महानादो बभूव करुणो महान्
Putrāṇāṃ bhrātṝṇāṃ caiva patināṃ caiva yoṣitām
Rudantīnāṃ mahānādo babhūva karuṇo mahān
ปุตฺราณางฺ ภราตฤณางฺ ไจวะ ปตินางฺ ไจวะ โยฺษิตามฺ
รุดนฺตีนางฺ มหานาโท พภูวะ กะรุโณ มหานฺ
(เสียงคร่ำครวญอันน่าเวทนาและยิ่งใหญ่ของเหล่าสตรีที่ร้องไห้เพื่อบุตรชาย พี่ชาย และสามีของตน ก็ดังขึ้น)
พระนางเทราปตีคร่ำครวญถึงการตายของบุตรชายทั้งห้า (อุปปาณฑพ) ที่ถูกอัศวัตธามาสังหารอย่างโหดเหี้ยมในยามราตรีหลังจากที่สงครามสิ้นสุดลงแล้ว เสียงคร่ำครวญของภรรยา มารดาและบุตรสาวของนักรบที่เสียชีวิตที่ต่างพยายามค้นหาร่างของคนที่ตนรักท่ามกลางกองศพอันมหึมาในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความเจ็บปวด
रीणां दुःखं न जाने किम् शान्तिर्मृत्युभिः सदा
Rīṇāṁ duḥkhaṁ na jāne kim śāntir mṛtyubhiḥ sadā
รีณามฺ ทุกฺขํ นะ ชาเน กิมฺ ศานฺติรฺ มฤตฺยุภิหฺ สะทา
(ข้าฯ ไม่อาจรู้เลยว่าความทุกข์ของสตรีสิ้นสุดลงได้อย่างไร—ความตายจะนำมาซึ่งความสงบจริงหรือ?)
สตรีปรฺวะ (สตรีบรรพ) ของมหากาพย์ "มหาภารตะ" จึงเป็นบทที่แสดงให้เห็นถึง "ต้นทุนที่แท้จริงของสงคราม" ไม่ใช่แค่ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ แต่เป็นความเจ็บปวด ความสูญเสีย และความทุกข์ระทมที่หลงเหลืออยู่ในใจของผู้รอดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าสตรีผู้เป็นแม่ ภรรยา และบุตรสาว ผู้ที่ต้องแบกรับผลกระทบทางอารมณ์และสังคมจากผลพวงสงครามอย่างแสนสาหัส
บรรพนี้เน้นย้ำถึงความไร้สาระของความขัดแย้งและความรุนแรง โดยเน้นย้ำถึงความว่างเปล่าของชัยชนะที่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอันใหญ่หลวงของชีวิตผู้คนและสังคมโดยรวม
...
ความทุกข์ของสตรีในสงคราม...จึงไม่จบด้วยความตาย
.
ประวัติศาสตร์
blockdit
ความรู้รอบตัว
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ภควัทคีตา—มหาภารตะยุทธ
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย