20 ส.ค. 2025 เวลา 01:31 • ความคิดเห็น
มีพระผู้ใหญ่ ท่านหนึ่ง ท่านเล่าว่า ชาติหนึ่ง ที่ท่านเกิดมา ท่านก็นึกไม่ชอบ ขัดขวาง ติเตียน คนที่เค้าทำทานสร้างบุญกุศล เพียงนิดเดียว ชาติต่อไปท่านก็ไปเกิดเป็นควาย รับใช้คนที่สร้างบุญกุศล พอท่านได้เกิดมามีกายเป็นมนุษย์อีกครั้ง คราวนี้ท่านก็แก้ตัวเอง สร้างทานบุญกุศลบ้าง เรื่องการที่จะไปรับรู้ ว่าแต่ละชาติสะสมอะไรมา นั้น เป็นเรื่องราวของจิตที่เข้าใกล้ คำว่า พระอรหันต์ ท่านก็มีสิทธิพิเศษ ที่จะรู้เรื่องราวต่างๆที่สะสมมาได้ รู้เรื่องราวที่จะละสังขาร วันเวลาใด .
เรื่องการสร้างบุญ หากเราเจอะพระ ทีท่านรู้จัก กรรม รู้จักเรื่องราวของอารมณ์ ประพฤติปฏิบัติธรรมตามรอย องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เหมือนเราได้ บ่อเงินบ่อทอง ทำบุญ …เราได้เจอเจอพระ ที่ท่านสอนวิธีทำบุญ กับพระ
..ท่านสอน การทำบุญในสมัยต้นพุทธกาย เอาจิตมาสร้างบุญกุศล การทำบุญ กับท่าน ท่านก็บอกเรื่องราว พูดให้หูได้ยิน จิตของข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในเรือรการของคุณ ข้าพเจ้าเอากายบิดามารดามาสร้างบุญกุศล น้อมถวายองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนท่านก็ของอาราธนา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์ธรรม พระโมคคัลลา พระสารีบุตร พระสีวลี พระอานนท์ มารับ เรื่องปัจจัย ท่านรับก็วางไว้หน้าพระ เอาในใสย่ามไม่ได้เลย เอาใส่ย่าม ก็ปวดเนื้อปวดตัว มึนศีรษะ
..การทำบุญ ก็ไม่รีบร้อนทำ ไม่รีบร้อนทั้งผู้ที่ทำบุญ ไม่รีบร้อนทั้งผู้รับ ทั้งด้วยความเต็มใจ เอา ..กิริยาที่ดีๆ มาสร้างบุญกุศล ให้ตาบันทึกภาพ หูบันเสียง กายต้องนิ่ง จิตต้องนิ่ง เหมือนตั้งกล้องถ่ายภาพให้นิ่ง บันทึกให้ชัดเจน
การสร้างบุญ ให้เกิดเป็นบุญ นั่นไม่ใช่ของง่าย การทำบุญแต่ละครั้ง ใช้เวลา เริ่มตั้งแต่ การสวดมนต์ แล้วทำบุญ ทำบุญเสร็จก็นั่งฟังธรรม เคยมีครั้งหนึ่ง ทำบุญ ของก็นิดเดียว ใช้เวลาทำบุญ ไปสองชั่วโมงครึ่ง ทำบุญแล้วก็ ให่สังเกต ตัวเอง ทำบุญแล้ว มันอิ่มเอิบ .. ยิ่งทำบุญเลี้ยงพระ ..บางที่มันอิ่ม ..กายมันอิ่ม มันก็ไม่หิวอยากกินนั้นกินนี้
เรื่องราวการทำบุญให้เกิดบุญ นั้นมันก็เสี่ยงทาย เหมือนกัน บางทีทำบุญไป กลับเกิดเป็นกรรม ก็มีมากมาย แล้วมันก็เรื่องแปลก คนที่มีกรรม ก็มักไปทำบุญทำทานกับคนมีกรรม พระที่ท่านปฏิบัติธรรม ลดละ หนีกรรม ท่านไม่มีอะไร ..ไม่มียศศักดิ์ ไม่สะสม ท่านก็ปฏิบัติธรรม หนีกรรม ท่านก็อยู่นิ่งเฉยๆ ของท่าน ไม่วุ่นวาย นั้นยากที่จะเจอะเจอ..เราโชคดี ที่เจอะเจอ พระที่ท่าน ทำไปถึงคำว่า พระอเสขะ (ท่านบอกให้ฟัง เรียกมายอก ก่อนท่านละสังขาร) ท่านบอกว่า ฉันยังทำไปไม่ถึง พระอรหันต์ ..ต้องเกิดมาอีกชาติหนึ่ง ชาตินั้นต้องไปอยู่ป่า
เวลาทำบุญ นั้น .เมื่อทำดี ก็มีผู้ที่ หูทิพย์ตาทิพย์ มาร่วมอนุโมทนา เราก็พลอยได้รับ ความเย็น แสงของผู้ที่มีหูทิพย์ตาทิพย์ไปด้วย เวลาทำบุญดีดี เกิดแสงรัตนะ ทวยเทพก็อนุโมทนา จิตที่เหลือแต่จิต ไม่สะสมบุญมา อยากได้บุญ อยากมาอยู่ใกล้ๆ ก็เข้ามาไม่ได้ ต้องถอยออกไปห่าง เข้าใกล้ก็เหมือน พายุหมุนเหวี่ยงออกไป
เรื่องจิตของพระ ที่ท่านมามาอนุโมทนา รับปัจจัย รับกองสังขาร นั่น ท่านก็มาเพื่อช่วยสงเคราะห์ ผู้ที่เต็มใจสร้างบุญกุศล หนีเวรกรรม ฝากไว้ในศาสนา บำรุงศาสนา ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วท่านก็สอนวิธีกระจายบุญกุศล กรวดน้ำ เอาธาตุนะโม พระแม่ทีั้งสี่มากระจายบุญกุศล
แล้วก็ยังมีเรื่องราวของการ ที่เปิดทาง เรียกดวงจิตที่ล่วงลับไปแล้ว ให้มารับบุญกุศล ให้ผู้ที่มาสร้างบุญกระจายบุญกุศล ได้รับรู้ ว่า ให้ประจักษ์ ว่า จิตที่ล่วงลับไปแล้ว เช่นพ่อแม่ หรือ ผู้ที่จากไป ได้รับบุญกุศล นั่นก็เป็นการเรียนรู้ ว่า บุญกุศลนั้นทำได้ตอนมีกายเป็นมนุษย์ แม้หูทิพย์ตาทิพย์ ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีกายเป็นมนุษย์
เรื่องหูทิพย์ตาทิพย์ มาอนุโมทนา เค้ารู้จักเรื่องราวบุญกุศลดี เค้าเห็นแสงบุญเกิดขึ้น เค้าก็มาอนุโมทนา ประเภททำบุญเรียกร้องหากรรม ท่องคาถาอาคม ไสยศาสตร์ เค้าไม่ร่วมด้วย กล่าวเชิญทวยเทพ ยังไง เค้าก็ไม่มา ร่วมด้วย เพราะสีแสงของบุญไม่เกิด มีแต่สีอำมหิต สีเวรกรรม สีดำสีม่วง . ที่เกิดขึ้น .พวกที่จะมาก็พวกเปรตอสุรกาย ที่เคยชอบคาถาอาคม ไม่มีกายเป็นมนุษย์ ..เค้าเห็นพสกเดียวกันนี่ เค้าก็มาร่วมวง อ้อ.พวกฉันอยู่นี่เอง
แล้วที่ว่า ทำบุญที่ใจ นึกคิดไปเอง ว่าเป็นบุญ นั้น มันไม่เกิดเป็นบุญขึ้นมาได้เลย กิริยากายวาจาใจ ที่จิตอาศัยในกายบิดามารดา ก็ไม่สามารถอนุโมทนา ให้เกิดเป็นบุญกุศลขึ้นมาได้ ที่เค้าบอกพูดให้ บอกตัวเอง เวลาทำบุญ พูให้หูได้ยิน กายบิดามารดาอนุโมทนา เพื่อให้วิญญาณหู ส่งเสียงไปให้จิต จิตบันทึกลงไปที่ธาตุทั้งสี่ ว่านำกายบิดามารดามาสร้างบุญกุศล การสร้างบุญกุศลแต่ละครั้ง ก็ทำกายให้นิ่งจิตให้นิ่ง .มาสร้างบุญกุศล..
มีพระที่เรานับถือ ไปโรงพยาบาล ก็มีคน เอาตังค์มายื่นส่งให้ ท่านก็บอกว่าฉันรับไม่ได้หรอก แล้วก็ไม่รับ ยิ่งคนที่ยื่นๆ มา ส่งๆ เหมือนว่า ทำบุญที่ใจ ท่านก็ยอกว่าโยมไม่เสียดายหรือไง อุตส่าห์ไปหามา เหน็ดเหนื่อย อยู่ๆเอามายื่นให้ฉันนี่ . หากจะให้ฉันรับต้องทำตามที่ฉันบอก พูดตามที่ฉันบอก .ฉันถึงจะรับ ..ไม่อย่างนั้น ฉันไม่รับ
.. บางที่ท่านกลับมา ท่านก็เล่า ว่า เออ..เค้ามาทำ เห็นเราเป็นขอทานหรือไง .บางที่ท่านก็ต้องไปขอขมา หน้าพระพุทธ เพราะไปรับปัจจัย ของผู้ที่ปรารถนา เพิ่มพูนกรรมให้แก่ตัวเอง เหมือนไปเอาหมาเน่ามาใส่ตัวเอง หมาเน่านั้นก็คือ ทรัพย์สินเงินทอง ยศศักย์ .ที่เป็นภาระ .ยึดแล้วก็ไปสร้างเวรกรรม .
..มันจึงมีเรื่องราว ที่เค้ากำลังเก็บกวาดจิต ที่หลงใหล มาครองตนเป็นนักบวช จะยศใหญ่ แค่ไหน ก็จะต้องถูกเก็บกวาด เก็บไป กวาดล้าง ผู้ที่ที่หลงใหล สิ่งที่เค้าเป็นหมาเน่า ที่ตอนกลิ่น มันส่งออกไปทั่ว ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ จิตออกจากร่าง ก็ไปสู่นรกอเวจี ตามเทวทัตไป
โฆษณา