26 ส.ค. 2025 เวลา 07:57 • ไลฟ์สไตล์

เมื่อท้ายที่สุด “เราต้องจากโลกนี้ไป”

คำนี้ผุดขึ้นหลังจากผ่านช่วงเวลาหนึ่ง
เป็นช่วงเวลาที่แสนวุ่นวาย
งานประจำมีการเปลี่ยนแปลง ย้ายสถานที่
เพราะบริษัทมีคนเพียงไม่กี่คน
ทั้งสิ่งที่เรารู้ด้วยตัวเองว่าต้องทำ
และสิ่งที่ถูกสั่งให้ทำ มีมากมายเหลือเกิน
เราวุ่นวายทั้งในส่วนที่ถนัด
และวุ่นวายกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย
รวมๆ แล้ว เป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยจริงๆ
ความกังวลมากมายเกิดขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
งานไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุด
แต่เป็นคน… คนที่เราต้องใกล้ชิด
ยิ่งคนมีน้อย ก็ยิ่งต้องอยู่ใกล้กันมากขึ้น
ใกล้กับคนที่เรารู้สึกสบายใจไม่เท่าไหร่
แต่ใกล้กับคนที่เราไม่ชอบนี่สิ
ถึงจะลำบากใจแค่ไหน
เราก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง
เมื่ออยู่ที่ทำงาน เราต้องแยกความรู้สึกส่วนตัว
รักษามารยาท ไม่ทำร้ายเหมือนที่เคยถูกทำมา
ไม่ชอบอะไร ก็ไม่ควรทำแบบนั้นกับใคร
แม้เราเคยถูกทำให้รู้สึกไม่มีค่า
เราตั้งใจแล้วว่า
จะไม่ทำแบบนั้นคืนสนอง “กับคนที่ทำกับเรา แน่นอน”
ความจริงก็คือ
เรื่องที่เรากังวลทั้งหมดนั้น
ไม่มีค่าอะไรเลยในวันที่เรา...
จะไม่ได้อยู่ในโลกใบนี้แล้ว
ไม่มีค่าอะไรเลยถ้าเทียบกับความสงบในใจ
ความโกรธ ความไม่พอใจ
สร้างบาดแผลลึกให้กับตัวเราเอง
การจำความโกรธนั้นไว้
มีประโยชน์อะไรในวันสุดท้ายของชีวิต?
แต่แม้จะ "เข้าใจ" แบบนั้น
เราก็ยังไม่ "เข้าถึง" มันจริงๆ สักที
การปล่อยวางช่างยากเหลือเกิน
เคยรู้สึกด้อยค่าตัวเอง
เมื่อมีคนมาบอกว่า “ปล่อยวางสิ”
แต่ทำไม่ได้
คำนี้มักทำให้เรารู้สึกแย่ลง เพราะคิดว่า
การปล่อยวางคงเป็นเรื่องง่ายที่ใครๆ ก็ทำได้
“การปล่อยวาง” ใครๆ ก็ทำได้จริงหรือ?
เราตั้งคำถามกับตัวเอง
มันง่ายเหมือนเดินไปทิ้งขยะลงถังหรือเปล่า?
และแล้วเราก็ค้นพบว่า
มันไม่ได้ยากเกินไป
แต่ต้อง **ฝึกฝน และใช้เวลา**
มากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคน เปรียบเทียบกันไม่ได้
และที่สำคัญที่สุด
เรื่องนี้ **ไม่มีทางลัด และเร่งไม่ได้**
และเราก็กำลังทำสิ่งนั้น
แค่รับรู้ว่าเรายังโกรธ
แค่รู้อารมณ์ตัวเองโดยไม่ปล่อยใจไหลไปกับมัน
เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง
เราจะสามารถ “ปล่อยวาง” ได้จริงๆ
เพราะสุดท้ายแล้ว
“เราไม่ได้อยู่ที่นี่ตลอดไป”
และเราจะไม่เก็บความรู้สึกหนักใจนั้น
ไปจนถึงวาระสุดท้าย
เวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิต
คือการสงบใจ
และรักตัวเองอย่างแท้จริง ❤️
โฆษณา