29 ส.ค. 2025 เวลา 14:00 • ข่าวรอบโลก
สหรัฐอเมริกา

โมดี งอล.

ประกาศของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าอินเดียจะเผชิญกับภาษีศุลกากร 50% และมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ปฏิเสธรับโทรศัพท์ในข้อเรียกร้องของทรัมป์ถึง 4 ครั้ง
1
ส่วนทางทรัมป์ก็กล่าว(ทวง)ว่า
"อย่าลืมกันสิ! ผมเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยการหยุดยิงระหว่างอินเดียและปากีสถานนะ"
1
ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ระบุแผนการที่จะจัดเก็บภาษี 50% สำหรับสินค้าอินเดียไว้ในร่างประกาศที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (25 สิงหาคม 2568)
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทำเนียบขาววางแผนที่จะเดินหน้าแผนการจัดเก็บภาษีกับอินเดีย
ในช่วงเวลาที่ความพยายามของรัสเซียและยูเครนในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพดูเหมือนจะหยุดชะงัก
และตามมาด้วยการไม่รับโทรศัพท์ มุกในจุดยืนที่แข็งกร้าวของโมดีนั้นมีเหตุผลนะครับ และมีรากฐานมาจากความเป็นตัวตนของอินเดียเอง
ด้วยอินเดียรักษาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับอดีตสหภาพโซเวียตนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โน้นนนนนนนนนนนนนน...
1
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ณ ห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568
และยังมีความสัมพันธ์อันดีกับจีน แม้จะมีสงครามชายแดนจีน-อินเดีย แต่ชาวอินเดียที่สุขุมรอบคอบก็เข้าใจถึงความสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์นี้เป็นอย่างดี
อย่างนั้นแล้ว เศรษฐกิจของอินเดียจะสามารถพัฒนาได้ด้วยการรุกรานรัสเซียและจีนหรือไม่?
หลังจากที่สหรัฐอเมริกาประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าอินเดีย 50% ทั้งสองประเทศก็เริ่มโต้เถียงกันในความคิดเห็นของสาธารณชน
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวขณะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาวว่า
การที่เขาได้โทรศัพท์ถึงนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย เมื่อเดือนพฤษภาคม
เพื่อเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยการหยุดยิงระหว่างอินเดียและปากีสถาน
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าว Global Times ก็อ้างอิงข้อมูลจากสื่อหลายสำนักเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม รายงานเปิดเผยว่า
ทรัมป์พยายามพูดคุยกับโมดีอย่างน้อย 4 ครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่โมดีปฏิเสธที่จะพูดคุย
1
แหล่งข่าวระบุว่าโมดีไม่พอใจกับมาตรการภาษีนำเข้าอินเดียของสหรัฐฯ และการที่ทรัมป์ตราหน้าอินเดียว่าเป็นประเทศที่
"เศรษฐกิจที่ตายแล้ว(แต่ไม่มีว๊ายกรี๊ดดด)"
2
และการที่เขาปฏิเสธที่จะพูดคุยกับทรัมป์นั้นเกิดจากความโกรธ และการพิจารณาอย่างรอบคอบ
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ขณะที่ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าอินเดีย
ทรัมป์เรียกมาตรการนี้ว่าเป็น "เศรษฐกิจที่ตายแล้ว" และระบุว่าการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับอินเดียนั้นมี "น้อยมาก"
ต่อมาทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์การซื้อน้ำมันจากรัสเซียของอินเดีย โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลอินเดียไม่ใส่ใจต่อชีวิตของชาวยูเครน
เมื่อเผชิญกับภัยคุกคามจากมาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ อินเดียจึงปฏิเสธที่จะยอมถอย
1
แม้จะยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่เสียสละผลประโยชน์ของเกษตรกรชาวอินเดียเพื่อข้อตกลงทางการค้า
แต่อินเดียก็ยังคงยืนยันที่จะซื้อน้ำมันจากรัสเซียต่อไป จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สื่ออื่นๆ อ้างแหล่งข่าวจากอินเดีย ต่างก็รายงานว่า
ทรัมป์เพิ่งโทรศัพท์หาโมดีหลายครั้งเพื่อขอประนีประนอม
1
การที่โมดีปฏิเสธที่จะรับสายโทรศัพท์ยิ่งทำให้ทรัมป์โกรธแค้นมากขึ้นไปอีก ฮาาาาาา
แต่ทั้งรัฐบาลอินเดียและสหรัฐฯ ต่างก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับรายงานดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ย้ำถึงความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถานในเดือนพฤษภาคมอย่างต่อเนื่อง
โดยย้ำว่าเขาเป็นคนกลางในการหยุดยิง
1
ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 ทรัมป์กล่าวว่าหลังจากความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถานเริ่มต้นขึ้น
เขาเรียกโมดีว่า “ผู้ยิ่งใหญ่”
และเตือนว่าสหรัฐฯ จะไม่เจรจาการค้ากับอินเดียอีกต่อไปหากความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป
“ผมบอกเขาว่าผมไม่ต้องการทำข้อตกลงการค้ากับคุณ คุณจะลงเอยด้วยสงครามนิวเคลียร์อย่างนั้นหรา....” ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าเขาเตือนอินเดียว่า
ภาษีศุลกากรจะ “สูงมากจนทำให้คุณปวดหัว”
ในที่สุด อินเดียและปากีสถานได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงกันไปแล้ว 5 ชั่วโมงหลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์กับโมดี
เขายังกล่าวอีกว่าอินเดียและปากีสถานอาจปะทะกันอีกครั้งในอนาคต ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นเขาจะเข้าแทรกแซงอีกครั้งเพื่อยุติความขัดแย้ง
ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 ทรัมป์ยังได้กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน โดยเน้นย้ำว่า
เขาเป็นคนกลางในการหยุดยิงและอ้างว่าเครื่องบินขับไล่ 7 ลำถูกยิงตกระหว่างความขัดแย้ง
แต่ ทรัมป์ไม่ได้ระบุประเทศต้นทางของเครื่องบินทั้งเจ็ดลำนี้
ในช่วงความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน ปากีสถานอ้างว่าได้ยิงเครื่องบินขับไล่ของอินเดียตก 5 ลำ รวมถึงเครื่องบินขับไล่ราฟาลอย่างน้อยหนึ่งลำ
อินเดียไม่ได้แสดงความคิดเห็นในขณะนั้น แต่เจ้าหน้าที่ของอินเดียเพิ่งยอมรับว่ากองทัพอากาศอินเดียสูญเสียเครื่องบินจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ระบุไว้ในความขัดแย้ง
ในช่วงความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน
ทรัมป์ได้ยกย่องบทบาทของตัวเขาเองในการเป็นคนกลางในการหยุดยิง
1
แต่ข้อกล่าวอ้างนี้ถูกปฏิเสธโดยรัฐบาลอินเดีย ฮาาาาา
ซึ่งระบุว่าการหยุดยิงเป็นการเจรจาระหว่างอินเดียและปากีสถาน
ไม่มีการแทรกแซงจากบุคคลที่สาม
โมดีกล่าวในขณะนั้นว่าอินเดียไม่เคยยอมรับการไกล่เกลี่ย
1
และจะไม่ยอมรับอีก
หลังจากที่อินเดียปฏิเสธการมีส่วนร่วมของทรัมป์
เขาได้จัดงานเลี้ยงอาหารกลางวันกับพลเอกไซเอ็ด มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถานและเสนาธิการทหารบก
ณ ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ซะเลย...
และก่อนที่มูนีร์จะเยือน อินเดียยังได้ส่งคณะผู้แทนทางการทูตไปยังสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นเดือนมิถุนายน
แต่ทรัมป์ไม่ได้พบกับตัวแทนของอินเดีย
ต่อมา สหรัฐอเมริกาได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าอินเดีย 25% เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม เพื่อลงโทษอินเดียที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
ทรัมป์ยังประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียอีก 25%
1
ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม
แต่ก่อนที่อัตราภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจะมีผลบังคับใช้
โมดีได้เน้นย้ำในสุนทรพจน์ว่าอินเดียจะเสริมสร้างความสามารถในการต้านทานแรงกดดันใดๆ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเพียงใด
ลาลฮาน ประธานสหพันธ์องค์กรส่งออกอินเดีย (FDA) จึงออกมาเตือนว่าภาษีนำเข้า 50% ของสหรัฐฯ จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อการส่งออกของอินเดีย
ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของสมาชิกกลุ่มไปยังสหรัฐอเมริกาเกือบ 55% นักวิเคราะห์จาก Capital Economics บริษัทวิจัยเศรษฐกิจของอังกฤษ
คาดการณ์ว่าหลังจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียจะลดลง 0.8 เปอร์เซ็นต์ทั้งในปีนี้และปีหน้า
1
ไซเอ็ด อักบารุดดิน อดีตเอกอัครราชทูตอินเดียประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า
สำหรับอินเดียแล้ว มาตรการภาษีของทรัมป์ไม่เพียงแต่เป็นข้อพิพาททางการค้าเท่านั้น
แต่ยังเป็นการทำลายความเชื่อมั่นในความร่วมมือระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ อีกด้วย
ลึกๆ แม้จะไม่พอใจ แต่อินเดียก็ยังไม่ยอมแพ้ในการเจรจากับสหรัฐฯ ต่อไป
1
สุพราห์มนยัม ไจชังการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ระบุเมื่อวันที่ 23 ว่าการเจรจาการค้าระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป
แต่มีประเด็นสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้
นั่นคือผลประโยชน์ของเกษตรกรและผู้ผลิตรายย่อยของอินเดียในประเทศต้องมาก่อนนั้นเอง...
โฆษณา