31 ส.ค. 2025 เวลา 00:30 • ไลฟ์สไตล์

การยอมรับตัวเองเรียกอีกอย่างนึง คือ ยอมรับความเป็นจริง (ทำยังไงให้ได้รู้สึกว่าโดนบังคับ?)

แนวโน้มของการยอมรับความเป็นจริงของมนุษย์เราจะเป็นการยอมรับความเป็นจริงแบบผิวเผิน แบบขอไปที หมายถึงการยอมรับว่า โอเค ตัวฉันก็เป็นแบบนี้แหละ, แล้วยังไงต่อ ก็ยอมรับแล้วไง, เป็นแบบนี้แล้วจะให้ทำยังไง, เป็นแบบนี้มันแย่ตรงไหนอะไร เป็นต้น การยอมรับความเป็นจริงแบบนี้มักมาพร้อมกับสถาการณ์ที่มีตัวเรากับลังมีบทสนทนากับใครอีกคนนึง เช่น การที่ตัวเราพูดคุยกับพ่อแม่อาจจะเป็นเรื่องการนอนตื่นสาย
การนอนตื่นสายแล้วถูกคนอื่นมาบ่นนี้เป็นเรื่องที่สามารถยกตัวอย่างได้เห็นชัดมากๆเลย คือ เราจะไม่สามารถเถียงคนที่มาบ่นเราด้วยได้เลยว่าเราไม่ได้ตื่นสาย เพราะมีความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าว่าเราตื่นสาย ความเป็นจริงปรากฎอยู่บนหน้าปัดนาฬิกา
และการยอมรับความจริงว่าเราตื่นสายในกรณีนี้จะอยู่ใรสภาวะจำยอม เพราะเถียงไม่ได้เลย เราโดนความเป็นจริงซัดลงไปกองกับพื้น และการโดนความเป็นจริงซัดเราลงไปกองกับพื้นแบบนี้ไม่ได้ทำให้เรานำความจริงที่เกิดขึ้นนั้นมาปรับปรุงตัวเองแม้แต่น้อย เรายอมรับเพราะจนแก่หลักฐาน เหมือนกับคนร้ายที่จำต้องเข้าคุกเพราะหนีตำรวจไม่ทัน แต่เมื่อเค้าออกมาจากคุก เค้าก็จะก่อคดีเหมือนเดิมอีก
เพราะการยอมรับความจริงนั้นไม่ได้มาจากการยอมรับด้วยตัวเอง
แล้วทำยังไงจะทำให้ตัวเราสามารถยอมรับความเป็นจริงของตัวเองได้อย่างไม่รู้สึกคับแค้นใจและนำมาปรับปรุงตัวเองได้ละ คำตอบที่ผมค้นพบด้วยตัวเอง คือ การนั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ นั่งมองผลลัพธ์ของการกระทำของตัวเอง นั่งมองว่าเราเสียเวลาไปมากเท่าไรเพราะตื่นสาย เราไม่ได้คุยกับคนที่เรารักเพราะเราตื่นสาย เราพลาดอาหารเช้าอร่อยๆของที่บ้านเพราะเราตื่นสาย เราไม่ได้ทำอะไรหลายอย่างเพราะเราตื่นสายจนเป็นนิสัย *แต่ผมขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าผมได้ไม่พูดว่าการนอนตื่นสายมันไม่ได้ ผมเพียงแค่ยกตัวอย่างให้เห็นภาพเท่านั้น
ต่อมาเมื่อเราเห็นผลของการกระทำของตัวเองแล้ว ตัวเราจะค่อยๆมองเห็นภาพความจริงชัดยิ่งขึ้นว่าตัวเองทำอะไรลงไป และอาจจะก่นด่าเสียดายหรือเสียใจกับตัวเองว่าสิ่งที่เรากระทำลงไปเกิดผลที่เราไม่พอใจ และค่อยเปรียบพฤติกรรมของตัวเองไปเรื่อยๆจนดีขึ้น
เมื่อเรารู้สึกกับตัวเองแบบนี้ได้แล้ว มันจะทำให้เรามองคำบอกกล่าวจากคนอื่นเป็นบวกมากยิ่งขึ้น ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็ดีขึ้น ที่เราเคยคิดว่าเป็นคำต่อว่าก็อาจจะไม่ใช่อาจไม่ใช่คำต่อว่า มันอาจเป็นเพียงเป็นคำพูดธรรมดาๆ เป็นความจริงที่จี้ใจดำแล้วตัวเราเองที่รับไม่ได้เองและเราออกอาการที่ไม่ดีต่อคนอื่นเอกลบความจริงที่ตัวเองรับไม่ได้ก็เป็นได้
ย่อหน้าสุดท้ายเป็นทริกที่ผมคิดขึ้นมาได้เกี่ยวกับการยอบรับตัวเอง ยอมรับด้านแย่ๆของตัวเองและสามารถปรับปรุงมันให้ดีขึ้นได้ คือ คือ คือ การนั่ง เงียบๆ คิดเรื่องที่เราทำไปด้วยเหตุผล การนั่งเงียบๆ นั่งเงียบๆ คิด โดยที่จุดสำคัญ คือ “การไม่พูด เราจะไม่สัญญากับใครก็ตามว่าเราจะไม่ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้” , “เราจะทำ โดยไม่พูด”
เพราะเมื่อเราพูดกับคนอื่นจะเป็นเหมือนกับการไปสัญญากับคนอื่น และทำให้สมองเราเบี่ยงเบนไปได้ว่ามัยเป็นเรื่องที่คนอื่นบังคับให้ฉันทำ ฉันอยู่ในสภาวะจำยอม – ซึ่งที่จริงแล้วมันเป็นเราเองที่คอยโทษคนอื่นตั้งหาก เราต้องรับผิดชอบตัวเองไม่ใช้ใช่การพูดเพื่อโดยนความรับผิดชอบให้คนอื่น
ดังนั้น “ทำโดยไม่พูด ได้ผลดีที่สุด” ปล.ถ้าจะเขียนลงกระดาษก็ได้ผลดีเหมือนกันนะถ้าคุณถนัดเขียนก็เขียนเลย
อ่านดีกว่าไม่อ่าน? สุวิจักร บิ๊ก
อ่านบทความภาษาอังกฤษได้ที่
เว็บไซต์ และ Application Medium
ช่องทางการสนับสนุนผู้เขียนครับ ผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนค่ากาแฟกันได้ครับ☺️
980-4-044767
ธ.กรุงเทพ
สุวิจักร
ฝากกดไลค์ กดแชร์
แสดงความคิดเห็นและเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยนะครับ
ขอบคุณครับผม😊
โฆษณา