8 ก.ย. 2025 เวลา 11:19 • ไลฟ์สไตล์

แม่ดูถูกลูกที่เล่นหุ้น

ว่ามันจะต้องมาถึง วันที่แม่แท้แท้พูดจาดูถูกลูกตัวเอง
อย่างแรกเลยเราเขียนว่าเล่นหุ้นก็จริง แต่ความจริงแล้ว น่าจะเป็น การลงทุน ในหุ้นมากกว่า
ตอนนี้เราเรียกว่าเป็นการลงทุนมากกว่าการเล่นใช่ไหมคะ
แต่แน่นอน ถ้าลูกไม่จะออกไปทำงานงกๆ นอกบ้าน ไม่ได้ตื่นเช้า ไม่ได้เครียด ไม่ได้ใส่สูทผูกไทด์ เป็นต้องเจอ คำเสียดสี ดูถูก ทำนองว่า ไม่เห็นทำงาน เอาเงินมาจากไหน ได้เงินจริงเหรอ
จะเห็นว่า เน้นแต่เรื่องเงิน ใช่ไหมคะ
แต่พ่อแม่เราเป็นคนประเภทที่ว่า เกลียดเงิน ค่ะ
เค้าจะบอกว่า เงินไม่สำคัญ เท่าความรู้สึก
แต่เอาจริงจริงนะ ไม่ว่าในสมัยไหน เงินก็สำคัญต่อการใช้ชีวิตค่ะ เพียงแต่เราจะยอมรับมันหรือเปล่า
เข้าใจใช่ไหมคะ คนบางคน จะบอกว่า เงินไม่สำคัญ ความสุขสำคัญกว่า
การพูดแบบนี้ ทำให้ภาพลักษณ์ของคนที่พูดดูดีขึ้นมา ในความคิดของพ่อกับแม่เรานะ
แต่สำหรับเราจะคิดว่า ทำไมไม่ยอมรับไปเลยว่า เงินก็สำคัญในการใช้ชีวิต ความสุขก็สำคัญ สองอย่างมันเปรียบเทียบกันไม่ได้ ทำไมต้องเอามาเปรียบเทียบกันด้วย ทำไมต้องเลือก มันคนละบริบทกันเลย เป็นการใช้ตรรกกะวิบัติ อย่างหนึ่ง
การที่ลูกไม่ออกไปทำงานนอกบ้าน แต่หาเงินได้พอใช้เลี้ยงตัวเอง มันเป็นสิ่งที่พ่อแม่ บางคนไม่เคยเข้าใจ บางคนเก็บไว้ไม่ยอมพูดจนมาพูดในตอนนี้เหมือนแม่เรา ว่า เรา “ ไม่เห็นทำอะไร”
เหนื่อยที่จะพูดค่ะ บอกไปตั้งหลายทีแล้ว ว่ามันคืออะไร แต่เค้าก็ไม่ยอมเข้าใจ แต่ทำเหมือนเข้าใจ เงียบ ไม่ว่าอะไรลูก แล้วว่าหนึ่งพอโมโหขึ้นมาก็จะ พูดออกมาว่า “ ไม่ทำอะไร อยู่เฉยเฉย” อย่างคำพูดและพฤติกรรมพ่อแม่เราที่ Toxic เกินจะทน
เราคิดว่า เรามีจุดอ่อนให้เขาทิ่มแทงด้วยแหละ เพราะว่าเรายังอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ คือเหมือนกับเรายังไม่ บินออกจากรัง รังที่ว่าไม่มีความเข้าใจให้กัน เหมือนอย่างที่สุภาษิตบอกไว้ว่า “ คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” เรา ว่าเราคงต้อง ย้ายออกจริงๆ แหละ
ตอนแรกเราว่าคิดว่า มันจะประหยัดค่าใช้จ่าย ถ้าเรายังอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ แต่หลายหลายอย่างก็พิสูจน์แล้วว่า มันไม่คุ้มกันเท่าไหร่ เราเสียสติสัมปชัญญะ เสียอารมณ์ เสียความรู้สึก ต่างๆมากมาย เพียงเพื่อแลกมากับการประหยัดค่าใช้จ่าย เราว่าเราออกไปตายดาบหน้าดีกว่า แต่จะไปตอนไหนดี มีไอเดียไหมคะ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา