22 ก.ย. 2025 เวลา 05:16 • สุขภาพ

🌏องค์การอนามัยโลก (WHO) เสนอแนวทางป้องกันทารกจากไวรัส RSV

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2025 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เผยแพร่เอกสารฉบับแรกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อปกป้องทารกจากไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างชนิดเฉียบพลันในเด็กทั่วโลก
⭕ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับไวรัส RSV
ทุกปีไวรัส RSV เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตประมาณ 100,000 ราย และทำให้มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่า 3.6 ล้านราย
ผู้เสียชีวิตเกือบครึ่ง (ประมาณ 50%) เป็นทารกที่มีอายุน้อยกว่า 6 เดือน
97% ของการเสียชีวิตจากไวรัส RSV ในทารกเกิดขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง ซึ่งการเข้าถึงการดูแลรักษาทางการแพทย์ เช่น การให้ออกซิเจน หรือสารน้ำ ยังมีจำกัด
⭕คำแนะนำของ WHO สำหรับผลิตภัณฑ์สร้างภูมิคุ้มกัน
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว WHO ได้แนะนำผลิตภัณฑ์สร้างภูมิคุ้มกัน 2 ชนิด ได้แก่:
1. วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ (RSVpreF):
แนะนำให้ฉีดให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วง ไตรมาสที่ 3 (ตั้งแต่อายุครรภ์ 28 สัปดาห์ขึ้นไป)
จุดประสงค์เพื่อถ่ายทอดแอนติบอดี (antibody) ไปยังทารกในครรภ์
วัคซีนนี้ได้รับการรับรองจาก WHO แล้ว ทำให้หน่วยงานของสหประชาชาติสามารถจัดซื้อได้
2. แอนติบอดีชนิดโมโนโคลนอลที่ออกฤทธิ์ยาวนาน (Nirsevimab):
แนะนำให้ฉีดเพียงครั้งเดียวให้กับทารก
การฉีดจะเริ่มต้นการป้องกันไวรัส RSV ภายในหนึ่งสัปดาห์ และภูมิคุ้มกันจะอยู่ได้นานอย่างน้อย 5 เดือน
สามารถฉีดได้ทันทีหลังคลอด ก่อนออกจากโรงพยาบาล หรือในระหว่างการไปพบแพทย์ครั้งแรกของทารก
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนแปลงการต่อสู้กับโรค RSV ชนิดรุนแรง และช่วยลดอัตราการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตของทารกได้อย่างมาก
>>>>>>>>>>>
🇹🇭ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา พบว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (7–13 กันยายน 2568) มีการระบาดของโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ซึ่งมีแนวโน้มพบผู้ป่วยมากขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน โดยมีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้น 30,055 ราย และผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) เพิ่มขึ้น 3,454 ราย
“ทั้งสองโรคนี้เป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจที่มักพบการระบาดในช่วงฤดูฝน หากไม่มีการป้องกันที่เหมาะสมอาจเสี่ยงต่อการแพร่กระจาย และเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนได้ง่าย โดยเฉพาะในโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานที่ชุมชน”
👶🎅กลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังซึ่งอาจนำไปสู่การเจ็บป่วยรุนแรง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
🔸ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ มักมีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ร่วมกับอาการไอแห้ง และเจ็บคอ
🔹ผู้ป่วย RSV มักเริ่มจากมีไข้ ไอ น้ำมูกไหล แต่ที่น่ากังวลคืออาการทางระบบหายใจ เช่น หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด (wheezing) โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ทำให้กินนมได้น้อย ซึมลง หรือมีอาการซี่โครงบุ๋มขณะหายใจ หากพบอาการรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
😷การป้องกัน
1) สวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการไอจาม หรืออยู่ในสถานที่แออัดหรือที่ที่มีกลุ่มคนจำนวนมาก
2) หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นประจำ
3) หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย
4) หากบุตรหลานมีอาการไข้ ไอ หายใจลำบาก หรือซึม ควรหยุดเรียน และรีบรับการรักษาที่เหมาะสม
.
.​
💢WHO outlines recommendations to protect infants against RSV – respiratory syncytial virus, 30 May 2025
กรมควบคุมโรคเตือน ‘โรคไข้หวัดใหญ่ - ไวรัส RSV’ ตัวเลขป่วยเพิ่มขึ้นรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา,21 September 2025
กรมควบคุมโรค เตือนโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ยังมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน, 22 กันยายน 2568
.
BETTERCM 2025.09.22
🔰RSV Pneumonia & Montelukast🔰
อัปเดตความรู้เรื่อง RSV และแนวทางป้องกันล่าสุด, 22 Jul 2025
โฆษณา