28 ก.ย. 2025 เวลา 09:34 • ประวัติศาสตร์

ภาพอาแหมะ(แม่) ตั่ง ขา เกียว 陳 巧 嬌 Chénqiǎojiāo ในวัย 46 ปี(ในขณะนั้น)

กำลังขะมักเขม้นเกล้าหรือม้วนผมให้กับหุ่นคนจริง หลังจากพอมีเวลาปลีกตัวไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม หลักสูตรวิชาการเสริมสวย ที่โรงเรียนเสริมสวยวิดา Vida Beautysalon School หรือ วีดาร์ ภาพประมาณปี พ.ศ. 2521 ทั้งๆที่ร้านเราลูกค้าเยอะมาก เพราะติดใจในฝีมือและอัธยาศัยไมตรีของอาแหมะ จนต้องจ้างช่างประจำเพิ่มอีกหลายคน จึงพอมีเวลาไปหาความรู้เพิ่มเติมในสายอาชีพของตัวเอง
อาแหมะ(แม่)เกิดที่ หมั่ง ก๊ก 曼谷 Màngǔ หรือกรุงเทพ เมื่อปี พ.ศ. 2475 จึงได้สัญชาติไทย ชื่อไทยตามบัตรประชาชนคือ เกียว แซ่ตั้ง ภายหลังเปลี่ยนเป็น เสียง แซ่ตั้ง ครอบครัวเราอยู่ ซา เอี้ยง หรือ สามย่าน 三養 Sān yǎng สมัยนั้นเรียกจุฬาซอย 5 หลังไฟไหม้ใหญ่ อาแหมะจึงพามาเซ้งตึกแถว 2 ชั้นห้องเดียวเล็กๆ ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเปิดร้านเสริมสวย หรือ เตี่ยง หม่อ โผ่ว ตามชื่อของท่าน คือ "เสียงโสภา"
ที่เป็นตำนานร้านเสริมสวยของย่าน ซวง ล้วง ตัก หลัก เอ๋า 萱銮噠叻后 Xuān luán dā lè hòu หรือหลังตลาดสวนหลวง ชุมชนคนแต้จิ๋ว 潮州人 Cháozhōu rén เตี่ย จิว นั้ง ย่านปทุมวัน
แถวนั้นเรียกอาแหมะว่า เตี่ยง หม่อ แจ้ หรือคนไทยจะเรียก เจ๊เสียง ร้านเรามีชื่อเสียงที่สุดในยุคนั้น มีลูกค้าแน่นร้านเกือบทุกวัน โดยเฉพาะหน้าเทศกาลต่างๆ เช่นช่วงก่อนตรุษจีนกว่าจะทำผมให้ลูกค้าคนสุดท้ายแล้วเสร็จ ก็ปาเข้าไปตี 3 ตี 4 ผ้าเช็ดผมที่ใช้แล้วกองเป็นภูเขาเลากา กลิ่นน้ำยาดัดผมคละคลุ้ง ต้องช่วยกันซักจนเมื่อยมือ
ช่วงนั้นผู้เขียนเริ่มย่างเข้าสู่วัยรุ่น เวลาเลิกเรียนเดินเข้าบ้านจะเขินมาก เพราะมีสาวน้อยสาวใหญ่ บ้างนั่งอบ สระ ซอยผม หรือทำเล็บ เต็มร้านไปหมด เหมือนทุกสายตาจ้องมองมา พอเรียกอาแหมะแล้วก็รีบเดินก้มหน้าก้มตาขึ้นเหล่าเต้ง ชั้น 2
เวลาที่อาแหมะหรือช่างประจำร้านเป่าผมหรืออบผมให้ลูกค้า ภาพในทีวีจะวิ่งเป็นเส้นแบบคลื่นรบกวน ลูกๆที่ดูทีวีอยู่ชั้น 2 ต้องอดทนจนเคยชิน อาแหมะเป็นช่างเสริมสวย และบริหารร้านด้วยตัวเอง เพราะตอนนั้นเริ่มจ้างช่างเสริมสวยประจำร้าน 2-3 คนมาเสริมกำลังรับกับปริมาณลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จากปากต่อปากด้วยฝีมือระดับ 2 สถาบันเสริมสวยชื่อดังในยุคนั้นการันตี ผู้เขียนเป็นลูกชายคนกลางจากพี่น้อง 3 คน มีน้องชายและพี่สาว ช่วงแรกไปเรียนโรงเรียนเดียวกับพี่สาวซึ่งอายุมากกว่า 6 ปี และโตพอที่อาแจ้ 阿姐 Ā jiě จะดูแลอาตี๋ 阿弟 Ā dì ได้
คือ ป.ม.หรือปัทมาภิรัตน์ เป็นโรงเรียนเอกชนไทย ย่านวัดดวงแข ผู้เขียนมาเข้าเรียน ป.1 ที่นี่เพราะสะดวกจะได้มาพร้อมพี่สาว แต่มีวันนึงผู้เขียนวิ่งเล่นซนจนวิ่งล้มตกลงไปในสนามข้างตึกโรงเรียนที่มีน้ำขังเฉอะแฉะ เปียกเลอะโคลนไปทั้งตัว พอจำความได้เท่านี้อาแหมะก็จับย้ายมาเรียนซ้ำ ป.1 อีกที่ โรงเรียนเสียนจินจิ้นเตอะเฟินเซี่ยว (จ.ฟ.) 暹京進德學校 Xiān jīng jìn dé xuéxiào หรือ เซียม เกี๊ย จิ้ง เต็ก หัก เหา
เป็นโรงเรียนจีนเล็กๆทำด้วยไม้เก่าๆทั้งหลัง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเรียนเดิม ประตูโรงเรียนตรงกัน มีเพียงถนนและทางม้าลายขั้นกลาง คราวนี้เป็นอาแหมะที่มารับส่งไปโรงเรียน โดยจะพานั่งสามล้อ หรือ ซาลิ่ง 三辇 Sān niǎn รับส่ง จำได้ว่าพอ ป.3 หรือ ป.4 ก็เริ่มโตพอจะเดินไปกลับโรงเรียนได้เอง ลดภาระของอาแหมะ ที่ใหนจะเป็นช่างเอง ดูแลร้านเอง เลี้ยงลูกทำกับข้าว จิปาถะ แม่จ๋า..แกร่งกว่านี้จะมีอีกไหม..
แม้พักหลังนานๆถึงจะได้โชว์ฝีมือในการทำกับข้าวด้วยไม่มีเวลา แต่แค่แม่ต้มหมูกับซีอิ๊วขาวตราแมลงปอ ลูกๆก็กินข้าวจนหมดเกลี้ยงชาม ท่านหาเลี้ยงลูกชายหญิง 3 คนจนเติบใหญ่มีวิชาและหน้าที่การงานเลี้ยงตัวเองได้สืบมา
หมายเหตุ : ท่านจากพวกเราไปนานหลายสิบปีแล้ว ถ้าท่านยังอยู่ปีนี้อายุจะครบ 93 ปี สำหรับผู้เขียนเวลาคิดถึงท่านจะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า จะพบสายตาและรอยยิ้มที่อบอุ่นเสมอ ❤
เรากลับไปแก้ไขอดีต..ไม่ได้
แต่
เราทำวันนี้ให้ดีที่สุด..ได้
linxikun
บทความที่เกี่ยวข้อง 1 : https://www.blockdit.com/posts/6161824378d1e60ca90a7dec
บทความที่เกี่ยวข้อง 2 : https://www.blockdit.com/posts/61584359f8fd1d099e30a15c
อาลั้นเด็กหลังตลาด/เตี่ยงหม่อโผ่วตาโปวเกี้ย
โฆษณา