12 ต.ค. 2025 เวลา 12:48 • หนังสือ

ลิ ง วุ่ น ว า ย 🐒🐒

กั บ
ช า ย ใ น ส ว น ฝ รั่ ง 🍈🌳
เมื่อเอ่ยถึงผลงานของนักเขียนจากแดนภารตะ ผู้อ่านคนไทยจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันนักเพราะยังมีหนังสือแปลจากอินเดียเป็นภาษาไทยน้อยกว่างานของนักเขียนเอเชียจากจีน เกาหลี และญี่ปุ่น แต่เรื่อง "ลิงวุ่นวายกับชายในสวนฝรั่ง หรือ (Hullabaloo in the Guava Orchard) ของ กิรัน เดไซ (Kiran Desai) นักเขียนหญิงชาวอินเดีย เป็นนิยายเรื่องหนึ่งที่น่าอ่านเพราะไม่เพียงตลก เรียกเสียงฮาจากคนอ่าน ยังเสียดสีสังคมและแทรกสาระการใช้ชีวิตที่ลึกซึ้งไม่น้อย
.
เรื่องนี้แปลจากฉบับภาษาอังกฤษโดยเจนจิรา เสรีโยธิน ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ใช้ชื่อเรื่องว่า "ในสวนฝรั่ง" ปกนี้เป็นการพิมพ์ครั้งที่ ๒ ฉบับปรับปรุงใหม่เมื่อปี ๒๕๖๖ โดยไลบารีเฮาส์และเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า ‘ลิงวุ่นวายกับชายในสวนฝรั่ง’
.
เรื่องเล่าถึงชีวิตของสัมพัทธ์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบ และครอบครัวชนชั้นกลางที่มีฐานะยากจนในเมืองชาฮ์คอต เมืองนี้มีอุณหภูมิร้อนที่สุดของประเทศและเผชิญวิกฤตภัยแล้งจนสภากาชาดต้องมาตั้งกองบรรเทาทุกข์ใกล้ๆ เมือง แต่เมื่อวันที่สัมพัทธ์เกิดก็บังเอิญว่ามีพายุและฝนตกหนักเป็นครั้งแรก ชาวบ้านต่างตื่นเต้นยินดีกันยกใหญ่มองว่าเขาเป็นเด็กที่นำโชคมาให้ชุมชน
.
ผ่านมายี่สิบปี...สัมพัทธ์โตขึ้นใช้ชีวิตแตกต่างจากที่พ่อแม่และทุกคนเคยคาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง เขาทำอะไรไม่ได้เรื่องไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง ทั้งการเรียนและการทำงาน มีโลกส่วนตัวชอบอยู่กับความคิดตัวเองและเอื่อยเฉื่อย
.
ชวาลา พ่อสัมพัทธ์ยังมีความหวังจึงหาทางช่วยให้สัมพัทธ์เข้าไปทำ "งานราชการ" จนได้ซึ่งก็คือเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ อยู่กับห้องเอกสารเก่าๆ เขาไม่ได้ชอบงานแต่ก็ทำไปวันๆ ว่างก็แอบอ่านจดหมายต่างๆ ที่ผ่านมาที่เขา สัมพัทธ์จึงรู้เรื่องราวความลับของคนในชาฮ์คอตดี ...
.
แต่ไม่นานก็ถูกไล่ออกจากงานด้วยเหตุไม่คาดฝัน พ่อก็พยายามฝากฝังให้ทำงานที่ใหม่ แต่เขากลับอยากหนีจากชีวิตที่วุ่นวายในชาฮ์คอตไปที่อื่น
.
วันหนึ่งเขานั่งรถโดยสารออกไปนอกเมือง ผ่านสวนฝรั่งในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จึงเข้าไปอยู่ในสวนแห่งนี้ ขึ้นไปอยู่บนต้นฝรั่งที่ใหญ่โตงดงาม เขาพอใจที่นี่และอยากใช้ชีวิตสงบ ๆ ไม่อยากกลับไปที่บ้านอีกเลย แต่ทุุกคนทั้งพ่อ แม่คัลฟี ย่าอัมมาจี และพิงกีน้องสาวก็รู้สึกอับอาย จึงไปตามเขากลับมา แต่สัมพัทธ์ไม่ยอมกลับบ้านทุกคนจึงเฝ้าดูแลเขาที่สวนฝรั่ง
.
การหลบมาอยู่ที่สวนฝรั่งทำให้ชีวิตสัมพัทธ์หักเหกลายเป็นคนสำคัญประจำเมืองเพราะความรอบรู้เรื่องของทุกคนไปหมดเมื่อใครถามอะไรก็ตอบได้ (เหตุที่เขาเคยแอบอ่านจดหมายจึงมีข้อมูลส่วนตัวคนอื่นๆ) คนในชุมนุมก็เริ่มแห่กันมาขอปรึกษาเขาเรื่องต่างๆ
.
ใครที่เคยดูถูกก็ยังเรียกเขาว่าบาบา (ครูหรือปราชญ์) ที่สวนฝรั่งนี้ยังเป็นที่พักอาศัยของเหล่าวานร เขาจึงต้องอยู่ท่ามกลางวานรจนเริ่มมีคนจับตาดูและส่งคนมาแอบติดตามว่าแท้จริงเขาทำอะไร
.
พ่อสัมพัทธ์มีความคิดหาเงิน เมื่อผู้คนต่างทึ่งว่าเขารู้ทุกเรื่องและงมงายศรัทธาลูกชายเขา จึงมารอคิวเพื่อกราบไหว้ ครอบครัวสัมพัทธ์ฉวยจังหวะนี้หารายได้เข้าบัญชีธนาคาร เงินมาจากการให้ที่พักเพื่อรอคิว ขายเครื่องบูชา เงินจากคนขับรถรับจ้างพาคนมาที่สวน และแม่สัมพัทธ์ก็มีเงินซื้ออาหารทำให้เขากินได้มากกว่าเมื่ออยู่บ้าน
.
ในชาฮ์คอตจะมีลิงจำนวนมากชอบก่อกวนสร้างความรำคาญแก่คนที่หน้าโรงหนัง แต่ต่อมาพวกมันย้ายไปที่สวนฝรั่งเพราะมีอาหารให้มันกินกันเต็มอิ่ม และลิงกลุ่มนี้ก็เป็นมิตรกับสัมพัทธ์ ชาวบ้านก็ลื่อกันไปต่อว่าเขามีพลังวิเศษสามารถสื่อสารกับสัตว์ได้ด้วย
.
"ลิงวุ่นวายกับชายในสวนฝรั่ง" ยังกล่าวถึงเรื่องราวของคนอื่นๆ ในครอบครัวเข้าด้วยทั้ง แม่ ย่า และน้องสาว ทุกคนต่างก็มีความหวังในชีวิตของตนเองด้วย เช่นแม่สัมพัทธ์จะชอบฝันถึงการทำอาหารอย่างอลังการมีเครื่องปรุงรสเลิศ
.
หรือน้องสาวสัมพัทธ์ที่แม้จะไปอยู่สวนฝรั่งก็ช่วยดูแลพี่ชาย แต่บางวันเธอก็ต้องหาเวลาเข้าไปในตลาดในเมืองเพื่อไม่ให้ตนเองหลุดจากสังคมว่าสาวๆ แต่งกายอย่างไร หรือเมื่อไปหลงรักหนุ่มขายไอศกรีมที่มีฐานะต่ำกว่าเธอต้องหาทางสื่อสารไม่ให้คนอื่นในครอบครัวรู้เพราะจะถูกกีดกัน
.
ฝูงลิงที่วุ่นวายยังทำให้ตัวละครอื่นๆ เช่นนายพล หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ นายอำเภอคนใหม่ ฯลฯ ในชุมชนต้องวุ่นวายและวางแผนรับมือจะย้ายหรือป้องกันลิงอย่างไรเพื่อสร้างผลงาน รวมทั้งสายลับที่ปลอมตัวมาสืบว่าสัมพัทธ์เป็นผู้วิเศษจริงไหม
.
ผู้แปลใช้ภาษาถ่ายทอดอารมณ์ขำและสาระต่างได้อย่างสนุกออกรส ใครที่เคยดูหนังอินเดียจะเห็นภาพสะท้อนมิติต่างๆ ที่สมจริงในสังคมอินเดียได้อย่างชัดเจนจึงช่วยให้อ่านสนุก เช่นฉากหัวหน้าไปรษณีย์ยิ้มยิงฟัน ผู้เขียนเปรียบว่า "ในประเทศที่ฝุ่นคลุ้งเป็นสีเหลืองแบบอินเดีย สีขาวเช่นนี้จะพบได้ในที่ที่ได้รับการดูแลอย่างดีคือในปากเท่านั้น"(๔๕)
.
ชีวิตข้าราชการในอินเดียก็สื่อความเหลื่อมล้ำทางสังคมระหว่างหัวหน้าไปรษณีย์ สัมพัทธ์ในฐานะลูกจ้างก็ต้องทำตามคำสั่ง เช่นเหตุการณ์เมื่อลูกนายจะแต่งงาน เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องหยุดทำงานประจำ ปิดสำนักงานไปรษณีย์ และไปช่วยครอบครัวของนายเตรียมงาน รวมทั้งเรื่องการหาคู่แต่งงานของหญิงชาย หรือหญิงที่แต่งงานแล้ว ก็สะท้อนประเด็นเรื่องสตรีนิยมในสังคมและวัฒนธรรมอย่างชัดเจน
.
สังคมอินเดียยังมีภัยที่น่ากลัวสำหรับผู้หญิงมากกว่าในไทย เช่นฉากชีวิตการขึ้นรถเมล์ผู้เขียนบรรยายว่า "เมื่อรถเมล์แออัดแทบระเบิดมาถึง...พิงกี (น้องสาวสัมพัทธ์) ก็ดึงปิ่นปักผมจากมวยเพื่อใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว เพราะผู้ชายอาจทำตัวไม่เหมาะสมเวลาเห็นสาวน้อยน่ารักแบบนี้อยู่ในรัศมี..." (น.๔๓) และเธอก็ทิ่มชายที่ขยิบตาให้ที่ยืนใกล้ๆ เพื่อป้องกันตัว ฉากนี้สะท้อนภาพชีวิตในเมืองที่มีอันตรายแม้ในปัจจุบันผู้หญิงอินเดียก็ยังต้องระมัดระวังตัวเองเสมอ
.
ในนิยายเรื่องนี้ ผู้เขียนยังสื่อเป็นนัยยะว่า บรรดาลิงวุ่นวายนั้นเทียบกับคนในชาฮ์คอตใครวุ่นวายกว่ากัน ยิ่งท้ายๆ เรื่องเราจะเห็นว่าสถานการณ์มีความโกลาหลเฮฮามากขึ้น
.
ขณะที่สัมพัทธ์นั้นแท้จริงอาจจะไม่ได้เป็นคนไม่เอาถ่านเพราะเขาชอบชีวิตที่เงียบสงบจึงอยากอยู่ในสวนฝรั่ง เช่นที่ย่าของเขาแก้ต่างให้เมื่อพ่อบ่นไม่พอใจที่เขาไม่ก้าวหน้าสักที
.
ชวาลา: "ตั้งแต่เจ้าเด็กนี่เกิด มันเอาแต่ก้าวถอยหลังผิดทิศผิดทางตลอด...แทนที่จะตั้งใจทำงานให้สูงขึ้น มันดันตั้งท่าจะไต่ลง แล้วตอนนี้มันลงเกือบจะถึงก้นเหวแล้ว"
อัมมาจี: "แต่โลกมันกลมนา คอยดูเถอะ! สัมพัทธ์หลานฉันอาจดูเหมืนเดินลงเขา แต่เขาอาจจะเดินขึ้นมาจากอีกด้านก็ได้นี่ ใช่แล้ว จากจุดสูงสุดของโลกนั่นเลย เขาแค่ใช้ทางอ้อมเท่านั้นเอง" (น.๓๗)
.
ตลอดเรื่องนี้ผู้เขียนสะท้อนและก็เสียดสีค่านิยม ขนบและวัฒนธรรม และความเชื่อทางศาสนาของอินเดีย อย่างมีอรรถรส เรียกได้ว่าเป็นนิยายตลกเฮฮาแต่มีสาระ อ่านได้อย่างเพลินๆ และยังน่าติดตามว่าสุดท้ายสัมพัทธ์จะออกจากสวนฝรั่งหรือไม่
.
กิรัน เดไซเขียนนิยายเรื่องนี้เมื่ออายุเพียง ๒๗ ปี เธอเกิดที่นิวเดลี เมื่อปี ๑๙๗๑ แม่ของเธอ อนิตา เดไซ ก็เป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงโด่งดังมากด้วย เธอใช้ชีวิตวัยเด็กในอินเดีย จนเมื่ออายุสิบสี่ปีก็เดินทางไปอังกฤษพร้อมแม่ หลังจากนั้นอีกหนึ่งปีก็ย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกา และพำนักอยู่ที่นั่นมาจนถึงปัจจุบัน
.
.
#อ่านอีกครั้งก็ยังชอบ
#ลิงวุ่นวายกับชายในสวนฝรั่ง
#กิรันเดไซ #KiranDesai
#hullabaloointheguavaorchard
#นักเขียนหญิงชาวอินเดีย #นิยายตลกเสียดสีสังคม #เจนจิราเสรีโยธิน
โฆษณา